เชฟอิ๊ก...กับงานที่เขาภาคภูมิใจ

  • วันที่ 24 ม.ค. 2557 เวลา 14:02 น.

เชฟอิ๊ก...กับงานที่เขาภาคภูมิใจ

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ใครเป็นขากินและชอบเที่ยวแถวทองหล่อ ต้องไม่พลาดที่จะลองมาชิมฝีมือการครีเอตเมนูอาหารและการทำอาหารของเชฟหนุ่มหน้าตาดี อย่าง “เชฟอิ๊ก-บรรณ บริบูรณ์” เชฟหนุ่มประจำร้านกอสสิป (Gossip) ทองหล่อ ซอย 15 ซึ่งว่ากันว่า ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของเชฟหนุ่มคนนี้ น่าจะดึงดูดให้ขากินรีบจองที่นั่งเพื่อมารับประทานอาหารฝีมือของเขาเป็นแน่

ว่าแต่เรื่องราวชีวิตของเขา ก็น่าสนใจไม่แพ้ฝีมือการทำอาหารของเขา

“ผมเป็นน้องชายคนเล็ก มีพี่สาวสองคน ผมอยู่กับผู้หญิงมาตลอด คุณพ่อไม่ค่อยอยู่บ้าน ออกไปทำงานข้างนอก ผมเลยไม่ค่อยได้เจอพ่อเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอยู่กับพี่เลี้ยง พี่เลี้ยงชอบเข้าครัว ผมก็ขลุกอยู่ในครัวกับพี่เลี้ยง ดูพี่เลี้ยงตำนั่น หั่นนี่ ผัดโน่น แล้วครอบครัวผม ทุกวันอาทิตย์จะเป็นวันรวมญาติ เมนูเด็ดของผมคือตำส้มตำ นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้ผมอยู่กับอาหาร”

หลังจากเชฟอิ๊กเรียนที่ไทยจนถึงเกรด 10 เขาก็ตัดสินใจเรียนต่อก้านการทำอาหารที่ประเทศออสเตรเลีย

“ผมเลยเลือกเรียนทำอาหาร ซึ่งเป็นหลักสูตร ปวช. เหมือนบ้านเรานี่แหละ ก่อนเลือกเรียนทำอาหาร ผมก็ดูหลายหลักสูตร แต่ก็ค้นพบว่าเรียนทำอาหารเราคงไม่อดตาย คุณแม่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย แถมที่วิทยาลัยที่ผมเรียน มีสนามฟุตบอลด้วย เลยเข้าทางผม เรียนเสร็จ จะได้เตะบอล”

สำหรับการเรียน เชฟอิ๊กเริ่มเรียนตั้งแต่การแต่งกาย วิธีการหั่นแบบเบสิก วิธีการเลือกวัตถุดิบ วิธีการเก็บอาหาร เรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ

“ตอนเรียนผมมักจะได้เข้าครัวใหญ่ เพื่อเตรียมอาหารเย็นให้กับแขกที่มารับประทานในร้านอาหารของวิทยาลัย ซึ่งเป็นแขกจากบ้านพักคนชรามาใช้บริการร้านอาหารของเรา เพื่อให้เราได้ฝึกฝนประสบการณ์ตรง ตอนแรกก็เงอะๆ งะๆ แต่ก็ปรับตัวได้ในที่สุด

นอกจากนี้ ผมยังเรียนการคิดต้นทุนเมนูว่า 1 เมนู จะมีต้นทุนเท่าไหร่ ทำให้ผมได้ไปจ่ายตลาดเอง ดูว่าวัตถุดิบราคาเท่าไหร่ ทำออกมาจะขายเท่าไหร่ถึงจะได้กำไร พอผมเรียนทำอาหาร 1 ปีเต็ม ก็ไปเรียนคอร์สต่อเนื่องเกี่ยวกับการโรงแรม ก็ได้เรียนด้านการจัดการโรงแรม ซึ่งการทำอาหารและเครื่องดื่มก็เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรนี้ เรียนการบริหารด้วยครับ ก็สนุกดี เรียนชิมไวน์และค็อกเทลด้วย ผมว่าในมุมมองของผม คนที่เลือกไวน์เป็นคือคนที่เลือกไวน์ที่มีคุณภาพและมีราคาต่ำที่สุด”

 

หลังจากเรียนจบ เชฟอิ๊กก็ได้ไปเรียนต่อเกี่ยวกับการเปิดร้านอาหาร การหาพื้นที่ หากลุ่มลูกค้า ทำมาร์เก็ตติ้ง แพลน จนในที่สุดเขาก็ได้เข้าไปเรียนในระดับมหาวิทยาลัยด้านการตลาด ซึ่งในระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ได้ไปทำงานที่คาเฟ่จีนในตำแหน่งคนล้างจาน

“ทำอยู่ 1 ปี ล้างจานอย่างเดียว จบร้านนี้ก็ไปต่ออีกร้าน ก็ยังให้เราล้างจานต่อไป (หัวเราะ) แต่ได้เงินเดือนเกือบเท่าตัว ผมแฮปปี้กับงานที่ทำนะ ทำไปได้สักพักก็เลื่อนขั้นเป็นกุ๊กอยู่ฟรอนต์ คิทเชน ซึ่งก็มีโอกาสได้ทำครัวร้อนบ้าง”

หลังจากเรียบจบเชฟอิ๊กก็ได้กลับมาตั้งหลักทำงานกับคุณพ่อ ทำอยู่ 1 ปี ก็รู้ตัวว่าไม่ชอบ “ผมชอบงานท้าทาย ทำแบบชิลมากไป เราก็จะเหลวไหล ผมเลยไปหางานเขียนรีวิวเกี่ยวกับดนตรีทำควบคู่กันไป ที่หนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น ผมชอบเรื่องดนตรีมาก ชอบฟังเพลง ฟังแบบเอาจริงเอาจัง สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์เพลงนี้ อัลบั้มนี้ ศิลปินคนนี้ เดือนหนึ่งเขียน 1 รีวิว ได้ครั้ง 500 แต่ได้ซีดีฟรี แค่นี้ก็แฮปปี้แล้วครับ พอทำไปได้สักพัก ผมก็ไปเคาะสนิมงานครัวที่โรมแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ทำที่นี่ก็ได้เห็นอะไรหลายอย่าง ได้ความรู้ ได้เจอคน แต่ก็ทำแบบไม่เต็มตัว”

ในที่สุดจุดพลิกผันของชีวิตก็ได้เดินทางมาถึงเขาไปสมัครงานที่ร้านวานิลลา ณ เพลย์กราวน์ ได้เงินเดือน 1 หมื่นบาท “ตอนแรกเขาจะให้ 8,000 แต่ผมก็ต่อรองจนได้มาหมื่นนึง (หัวเราะ)” จุดเริ่มต้นที่ร้านนี้ ทำให้ได้รับการชักชวนให้ไปถ่ายแบบ แล้วชีวิตเขาก้ได้เข้าสู่วงการบันเทิงนับแต่นั้น

“พี่ต๊อบที่ทำการตลาดอยู่เพลย์กราวน์ เขาเจอผมบ่อย เลยชวนผมไปถ่ายแบบที่นิตยสารดิฉัน หลังจากนั้นก็มีคนมาสัมภาษณ์บ่อยๆ และได้ไปเป็น 50 หนุ่มคลีโอ ได้รางวัลด้วย หลังจากนั้นก็มีงานเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ แล้วผมก็คิดอยากทำรายการอาหาร ผมเลยเขียนแผนการตลาดเก็บไว้ พอมีโอกาสก็เลยได้เอาแผนการตลาดนี้ไปคุยกับดีเจซี้ด นรเศรษฐ แล้วเขาก็แนะนำให้ผมไปคุยกับเพื่อนของเขา ซึ่งทำงานเกี่ยวกับอีเวนต์ ประจวบเหมาะที่เขาอยากทำรายการเลยได้มาเจอกัน ก็เลยออกมาเป็นรายการครัวอินดี้ ก็เป็นรายการแนวๆ ไม่มีสคริปต์ พอเราทำแบบเป็นตัวเรา พี่ๆ เขาก็พอใจ แต่เราทำรายการอาหารที่ใช้เวลากันนาน เพราะวาไรตี้มาก ถ่ายทั้งในสตู ทั้งเอาต์ดอร์ มันเลยค่อนข้างวุ่นวาย”

 

หลังจากที่พี่ๆ ที่เขารู้จักย้ายออกจากบริษัทนี้ เชฟอิ๊กก็เลยออกมาจากรายการนี้ด้วย และหลังจากนั้น เส้นทางชีวิตของเขาก็ได้วนเวียนอยู่ในวงการบันเทิง ทั้งเคยเป็นแฟนกับคนดัง ออกหนังสือ ออกงานอีเวนต์ เป็นพรีเซนเตอร์ เป็นแอมบาสซาเดอร์ มาจนถึงทุกวันนี้ เขาก็ยังยืนยันว่า เขาคือเชฟที่ภูมิใจในอาชีพของตัวเอง

“ผมค่อนข้างภูมิใจที่ได้ทำอาชีพนี้ แม้งานจะหนัก แต่มันก็เป็นงานที่สร้างความสุขให้กับเราและผู้อื่น”

หลักการทำงานของเชฟอิ๊ก : “ในฐานะเชฟคนหนึ่ง เราต้องดูลูกค้าเป็นหลัก ให้เขาได้กินอาหารที่สะอาด อร่อย ปลอดภัย และราคาต้องไม่แพง”

กับความรักของเชฟอิ๊ก : “กำลังดูๆ ใจคนคนหนึ่งอยู่ครับ แต่ก็คงอีกสักพัก ถึงจะคิดเรื่องของการสร้างครอบครัว”

ความรักในมุมมองของเชฟอิ๊ก : “คนสองคนสามารถยอมรับทั้งความสุขและความทุกข์ร่วมกันได้ อยู่ด้วยกันแบบไม่ฉาบฉวย”

ซุปดอกกะหล่ำกับเห็ดรวม (เมนูมังสวิรัติ)

ส่วนผสม

ดอกกะหล่ำ

เนย

นม

เห็ดหอมสด เห็ดกระดุม เห็ดฟาง เห็ดโคน

กระเทียม

เกลือ พริกไทย

ทรัฟเฟิล ออย

ขึ้นฉ่ายฝรั่ง

ชีสพาร์มาซาน

วิธีทำ

1.เอาดอกกะหล่ำมาหั่นเป็นชิ้นเท่าๆ กัน แล้วไปผัดกับเนย

2.พอเนยซึมได้ที่ ให้ใส่นมลงไป ต้มด้วยนม จนสุก แล้วเอาไปปั่นตอนร้อนๆ เพื่อความละเอียด

3.ปรุงด้วยเกลือและพริกไทย

4.ในส่วนของเห็นรวม ให้เอาเห็ดหอมสด เห็ดกระดุม เห็ดฟาง เห็ดโคน มาผัดกับกระเทียม เนย

5.ปรุงด้วยเกลือ พริกไทย แล้วราดด้วยทรัฟเฟิล ออย

6.เสร็จแล้วก็มาวางไว้ตรงกลางจานเป็นลูกซุป แล้วใส่ขึ้นฉ่ายฝรั่ง เหยาะทรัฟเฟิล ออย นิดหน่อย

7.เอาชีสพาร์มาซานมาขูดแล้วนำไปเข้าเตาอบ ใช้เวลา 810 นาที มันจะได้ความกรอบไว้กินคู่กัน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

Gossip

วันที่ 14 ส.ค. 2560

Gossip

วันที่ 10 ก.ค. 2560

Gossip

วันที่ 01 พ.ค. 2560

Gossip

วันที่ 17 เม.ย. 2560

Gossip

วันที่ 12 ธ.ค. 2559

ข่าวอื่นๆ