ได้เวลาโบยบิน วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล

วันที่ 09 ม.ค. 2557 เวลา 15:13 น.
ได้เวลาโบยบิน วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
โดย...จีไอโจ/ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

เขาคือเด็กชายแบ๊วๆ เมื่อวันวาน แต่วันนี้เขาเติบใหญ่ ทั้งความคิดและความฝัน เขาพร้อมจะโบยบินไปไกลอีกหลายลี้

“วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล” หรือ “พิช” บินไปดังเปรี้ยง ณ แดนมังกร ผงาดเป็นซุป’ตาร์ที่ส่งตรงจากประเทศไทย จนสามารถกุมหัวใจแฟนคลับตี๋หมวยได้อย่างถล่มทลาย

ว่าไปแล้ว พิชใช่จะเพิ่งไปดังที่เมืองจีน ถ้านั่งนับนิ้วมือกัน (ขำๆ) ก็น่าจะราว 5 ปีเห็นจะได้ ตั้งแต่หนัง “รักแห่งสยาม” ออกฉาย สร้างกระแสฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง เกิดเป็นความฟีเวอร์ในระดับพีก ที่ทุกคนรู้จักและกล่าวขาน ไม่แค่เฉพาะประเทศไทย ทว่ายังลามไปไกลถึงเมืองจีน ที่ซึ่งความบันเทิงชาติอื่นเข้ายึดพื้นที่ยาก สุดท้ายก็ต้องยอมพ่ายให้แก่หนังไทยที่พิชร่วมแสดง

โอกาสทองของพิชเริ่มปรากฏชัดเมื่อเขาและผองเพื่อนวงออกัสบินลัดฟ้าไปเดินสายโชว์ฝีมือทางดนตรีให้คนจีนได้ประจักษ์ และที่นั่น เขาก็ถูกตั้งฉายาว่า “พิชชี่ ไชน่า”

ล่าสุด พิชก็มีอีพีชุดแรก เป็นเพลงภาษาจีน “หาย ห่าว ยู่ เจี้ยน หนี่” หรือ Fortunately I met you เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโปรดิวเซอร์จีนและไทย นอร์ท พอยธ์ กับค่ายสตูดิโอ คำม่วน

ในวันที่พิชเดินทางกลับมากรุงเทพฯ เราจึงรีบนัดเจอกับพิชตอนสายวันหนึ่ง พิชโปรยยิ้มมาแต่ไกล ยังคงเป็นเสน่ห์ประจำกายของเขา ที่มักจะไม่ขี้เหนียวยิ้มสยามให้กับคนแปลกหน้า

ไม่มีรอที่จะทักทายกับหนุ่มเชียงใหม่คนนี้อีกต่อไป เรายิงคำถามที่ใครๆ ต่างก็อยากรู้จนตัวสั่น เริ่มต้นที่เรื่องราวชีวิตในเมืองจีน

“อารมณ์มันเหมือนดารานักร้องเกาหลีมาเมืองไทยนั่นแหละครับ” (หัวเราะร่วน) วาว!!! พิช อธิบายต่อเป็นฉากๆ ว่า ตัวเขาดุจดั่งเป็นซุป’ตาร์ดังก็มิปาน มีคนห้อมล้อม รุมหน้ารุมหลัง ตามกรี๊ด “ลงสนามบินก็มีคนมารอรับ มีตำรวจ มีการ์ด มาดูแลความเรียบร้อย แล้วรถนำขบวน หรือตอนไปร้องเพลงในห้าง ทุกชั้นก็จะมีคนมายืนดูพิชร้องเพลง โห! มันดูยิ่งใหญ่มากๆ เลยละครับ พิชเองก็ไม่ได้คิดว่าจะขนาดนี้ เพราะที่เมืองไทย พิชก็เป็นพิช เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้โลดโผนอะไร มีความสุขในการทำงาน ร้องเพลงและทำงานเบื้องหลัง เขียนบท แต่งเพลง ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องออกหน้า ออกชื่อ เป็นงานที่แฮปปี้ ถือว่าตอนนี้เป็นชีวิตคนละฟากกันเลยละครับ”

พิชยอมรับ ต้องปรับตัวขนานใหญ่กับตำแหน่งซุป’ตาร์ที่แฟนคลับเมืองจีนมอบให้

“ปรับตัวเยอะครับ เพราะพิชยังไม่ค่อยชินกับการถูกปฏิบัติแบบดารา อย่างตอนรักแห่งสยาม บอกเลยว่าพิชไม่ชินจริงๆ ขนาดต้องหนีเข้าไปหลบในห้องน้ำ คนมาขอถ่ายรูป มาขอลายเซ็นต์ ยืนรอเพื่อนเฉยๆ คนก็มองกัน พอไปที่เมืองจีน มันยิ่งกว่าอีกครับ เพราะคนเข้ามาหาเรา เหมือนเราเป็นคนดัง ก็ทำตัวไม่ถูกเลยครับ พิชก็พยายามจะทำตัวให้ชินกับสิ่งที่เขาปฏิบัติกับเราอยู่ตอนนี้ ก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไปครับ

คนไทยเวลาเจอดารามันเป็นเรื่องปกติ เจอบนรถไฟฟ้า ในห้าง ก็เป็นปกติครับ แต่แฟนคลับจีน มันคือโมเมนต์ที่ยิ่งใหญ่มากๆ ครับ พวกเขาจะรอโอกาสนี้เพื่อมาเจอดารานักร้องคนโปรด เขาจะดีใจมากที่ได้ใกล้ชิดกับดารานักร้อง บางคนโหมดอารมณ์นี่หลุดไปเลย ร้องไห้ กรี๊ด สำหรับพิชก็พยายามจะทำให้พวกเขามีความสุข เต็มที่กับแฟนคลับทุกคนที่เข้ามา”

ไปอยู่ไกลบ้านเกิด อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งคือภาษา พิชต้องใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร ยิ่งเฉพาะในการร้องเพลง พิชต้องฝึกปรืออย่างหนักที่จะเรียนรู้ภาษาจีน แต่วันนี้เขาผ่านฉลุย จนเจ้าของภาษาชมและยกนิ้วให้ว่าเก่งไม่เบา

 

“โชคดีของพิชครับ ที่ตอนเรียนมัธยมได้มีโอกาสเรียนภาษาจีนมาก่อน วิธีการออกเสียง เรียงประโยค มันอยู่กับตัวพิช ไม่ได้หายไปไหน ตอนแรกก็กลัวนะครับว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ปรากฏว่าก็รู้เรื่องเฉยเลย ก็ยังต้องฝึกเพิ่มเติมครับ จดคำใหม่ ใช้บ่อยๆ ก็ช่วยให้เรียนรู้ได้ไวมากขึ้น อย่างเรื่องการแต่งเพลง พิชก็แต่งเป็นภาษาไทย แล้วโปรดิวเซอร์ก็มาช่วยดูเรื่องภาษาจีนให้ ส่วนการร้องเพลงก็ต้องระวังครับ เพราะภาษาจีนออกเสียงสั้นยาวผิดนี่ ความหมายก็ผิดไปเลย”

การทำงานเพลงภาษาจีนนั้นมากกว่าการเป็นนักร้อง พิชยังมีส่วนร่วมในการแต่งเพลง เป็นหนึ่งผลงานที่พิชพอใจ ด้วยเพราะมีความเป็นตัวพิชแทรกอยู่ด้วย

“คุยกันนานครับกว่าจะตัดสินใจทำ เพราะพิชก็อยากทำงานที่ตัวเองเป็นคนทำจริง แต่งเอง ร้องเอง พิชก็บอกไปว่าขอมีส่วนร่วมในการทำงานได้มั้ย ทางเมืองจีนก็โอเค เขาน่ารักมากๆ ครับ ยอมรับฟังเงื่อนไขของเราตลอดเลย

อัลบั้มนี้มันยากตรงที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับลักษณะการทำงานของทีมงานจีน มุมมอง การวางแนวดนตรีที่ทางเขาก็ต้องรู้จักตลาดเขามากกว่าเรา แต่ทำยังไงให้เราก็ยังเป็นตัวของตัวเองอยู่ จะมีแค่ปัญหาเวลาอัดเพลง โปรดิวเซอร์จะซีเรียสเรื่องการออกเสียง สื่ออารมณ์ของคำนั้นๆ ออกมาให้มากที่สุด เหมือนว่าเราเข้าใจมันจริงๆ ก็เลยร้องกันหลายรอบ แก้แล้วแก้อีกจนสำเร็จออกมา”

สำหรับแนวเพลงที่บรรจุในอีพีชุดนี้ จะมีกลิ่นอายป๊อปพอสมควร พิชเล่าทีเล่นทีจริงว่าขอเริ่มต้นอะไรง่ายๆ ก่อน อัลบั้มต่อๆ ไป ถ้ามี เดี๋ยวค่อยๆ เติมอะไรยากๆ เข้าไป

“เพลงจะฟังง่าย ฟังสบายๆ ครับ เพราะผมอยากให้แฟนๆ รู้จักตัวพิชในความเป็นคนสบายนี่ละครับ อยากให้ทุกคนฟังได้ทุกเพศทุกวัย ออกกำลังกาย ทำงานบ้าน อ่านหนังสือ ฟังได้ทุกเวลา ตัวอัลบั้มก็ไม่ได้ออกเป็นกล่อง แต่เป็นพัสดุ เหมือนพิชกำลังส่งพัสดุไปหาแฟนๆ”

นอกจากอีพีเพลงภาษาจีนแล้ว การกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ พิชยังลุยทำอัลบั้มพิเศษ Quarter กำนัลแฟนเพลงชาวไทยด้วย 12 เพลง โดย 8 เพลงเป็นฝีมือการแต่งของพิช และอีก 4 เพลงประทับใจ คือเพลงที่แต่งจากปลายปากกา มะเดี่ยวชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่เคยเขียนให้พิชร้องในช่วง 6 ปี นี่จึงถือเป็นอัลบั้มต้อนรับวัยเบญจเพสของพิช อีกทั้งเป็นผลงานที่รวมไว้ซึ่งประสบการณ์อันเติบโตของเด็กน้อยที่มีโอกาสสยายปีกโบยบินไปบนเส้นทางสายดนตรีด้วยความมุ่งมั่น

(หมายเหตุ : บทเพลงของพิชสามารถดาวน์โหลดมาฟังได้ทาง iTunes และ Deezer)