กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ผู้บริหารหลากสไตล์

  • วันที่ 24 ธ.ค. 2556 เวลา 10:29 น.

กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ผู้บริหารหลากสไตล์

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

สมัยนี้ใครๆ ก็นิยมเก็บกระเป๋าย้ายจากบ้านหลังใหญ่มาอยู่ในกล่องเล็กๆ ที่เรียกว่า “คอนโด” แน่นอนว่า เล็ก-กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพร์ซ พร็อพเพอร์ตี้ เจ้าของโครงการโมดิซ ลาดพร้าว 18 ผู้บริหารหนุ่มที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มานาน ไม่ยอมตกขบวนรถไฟ ฉวยโอกาสทองนี้ต่อยอดธุรกิจคอนโด ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เพียง 2 เดือนขายเกือบหมด 179 ยูนิต เหลือเพียง 2 ห้องเท่านั้น

“เป็นโครงการแรกที่มาทำเต็มตัวจริงๆ หลังจากที่ผ่านมาได้ร่วมหุ้นทำโครงการแนวราบมาบ้าง โครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความตั้งใจที่อยากจะทำแล้วเดินหน้าหาที่ แต่เกิดจากการคุยกันในกลุ่มเพื่อน แล้วเห็นพ้องกันว่าน่าทำก็เลยลองทำ ตอนแรกที่มาทำเราซื้อที่ได้แปลงเล็กๆ แปลงเดียวเอง จากนั้นจึงทยอยซื้อมาเพิ่ม จนสามารถสร้างเป็นคอนโดได้อย่างที่เห็น”

ถามว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวไม่นานแบบนี้ มีแผนจะเดินหน้าโครงการสองต่อเลยหรือไม่ บอสเล็กบอกว่า แล้วแต่จังหวะและโอกาส เพราะเขาคิดว่า ถ้าเห็นที่ตรงไหนดี ใกล้รถไฟฟ้าก็แห่ไปซื้อตาม คงไม่มีเงินไปแย่งซื้อที่กับกลุ่มที่มีทุนมาก เขาจึงเลือกที่จะมองหาที่ไปเรื่อยๆ และซื้อในราคาที่เหมาะสม

“สำหรับผม ผมชอบอยู่บ้านมากกว่าคอนโด เพราะชินกับการอยู่บ้านที่มีพื้นที่ แต่ถ้ามีคอนโดดีๆ สักห้อง ก็ใช้แทนบ้านได้ เพราะสำหรับบางคนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องนอน เคยชินกับการใช้ชีวิตในห้อง เพียงแต่คอนโดนั้นต้องตอบโจทย์การใช้งานได้จริง ฟังก์ชั่นครบ อย่างที่โมดิซ ด้วยความที่ผมชอบฟังเพลง ผมเลยใส่ฟังก์ชั่น Sound System เข้าไป ให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ฟังเพลง หรือสมาร์ทโฟนได้แบบทันที”

 

ย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นกว่าจะก้าวมาเป็นเจ้าของคอนโดหรูใจกลางเมือง บอสเล็กบอกว่า มาจากความชอบล้วนๆ เพราะที่บ้านทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ญาติๆ ก็อยู่ในวงการ เลยได้ซึมซับมาแต่เด็ก กระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย ก็เลือกเรียนด้านวิศวโยธา และเรียนต่อปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจงานก่อสร้าง ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหาร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

“ด้วยความที่เรียนมาทั้งด้านก่อสร้างและบริหาร ทำให้ผมสามารถเอาความรู้ทั้งสองอย่างมาบวกกัน ช่วยในการทำงานของผม อย่างเวลาขายบ้าน ผมก็มีความรู้มาบอกลูกค้า หรือเวลาบ้านมีปัญหาผนังร้าว หรือทรุด ผมก็อธิบายให้ลูกค้าฟังได้ว่าเกิดจากอะไร การเรียนบริหารเหมือนเป็นการเปิดโลกของผม บทเรียนหนึ่งที่อาจารย์สอนและผมยังจำมาจนถึงทุกวันนี้คือ ผมเคยถามอาจารย์ว่า จะตั้งคำถามยังไงดีเวลาต้องแข่งกับคู่แข่ง อาจารย์บอกว่าให้ตั้งตามมูลค่าของบ้าน ถ้าเราทำบ้านที่ลูกค้าเห็นว่ามีมูลค่า 1 ล้าน ก็จะซื้อที่ราคา 1 ล้าน โดยไม่สนว่าต้นทุนในการสร้างบ้านหลังนั้นอยู่ที่เท่าใด”

บอสเล็กยังสารภาพตรงๆ ว่า เขาชอบทำบ้านขาย เพราะได้คิดสร้างสรรค์ดีไซน์ใหม่ๆ ออกไปเรื่อย เปลี่ยนแปลงไปตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ที่สำคัญบ้านเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของคนไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย อาชีพนี้ทำให้ได้เจอคนหลากหลายอาชีพ งานแต่ละวันมีความท้าทายใหม่ ไม่น่าเบื่อ

สำหรับวันว่างของผู้บริหารหนุ่ม คือ กอล์ฟ บอสเล็กบอกว่า แต่ละสัปดาห์ต้องหาเวลาไปตีกอล์ฟให้ได้อาทิตย์ละครั้ง เพราะแม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่หากอาทิตย์ไหนไม่สามารถหาเวลาไปได้ เท่ากับว่าเขาไม่สามารถบาลานซ์เวลางานและส่วนตัวได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งกิจกรรมคลายเครียดที่ชอบมากๆ คือ ดูหนัง บอสเล็กบอกว่า ห้องแรกที่ทำในบ้านคือ ห้องโฮมเธียเตอร์

“ผมดูหนังได้ทุกแนว หนังรางวัลที่เขาว่าดูยาก ผมก็ดู เพราะผมว่าการดูหนังเหมือนเราได้อ่านหนังสือที่ถูกย่อให้เหลือเพียง 2 ชั่วโมง ถ้าดูแล้วจับสาระได้ ยิ่งดูหลายแนว ก็เหมือนได้อ่านหนังสือหลายเล่ม”

ส่วนเป้าหมายในอนาคต บอสเล็กบอกว่า ไม่ได้ตีมูลค่าเป็นตัวเงิน แต่อยากทำแบรนด์ให้ลูกค้าชอบ ได้ยินชื่อแบรนด์นี้เมื่อไหร่ นึกถึงคุณภาพ

“ทุกครั้งที่มีคนซื้อของ ซื้อบ้านผม ผมไม่ได้ดีใจที่ขายได้ แต่ดีใจที่มีคนเข้าใจว่าเราทำอะไร และชอบมัน”

งานอดิเรกสุดฮิปของผู้บริหารหนุ่ม

เชื่อหรือไม่ว่า ถึงจะดูขรึม นิ่ง เนี้ยบ แต่วันว่างของหนุ่มเล็กกลับมีความสุขกับบ่อเลี้ยงปลาที่บ้าน ซึ่งตอนนี้ขุดไว้ถึง 3 บ่อ เลี้ยงปลาคาร์ปไว้เกือบ 100 ตัว

“ตอนที่ทำบ้านใหม่ พี่ชายผมบอกว่าต้องขุดบ่อปลาจะได้เอาไว้ให้พ่อมาเลี้ยงปลาเวลาว่าง ปรากฏว่าถึงเวลาจริงๆ ผมต้องเป็นคนมาดูแลเอง ทำไปทำมากลายเป็นความสนใจ ศึกษาข้อมูลไปเรื่อย ไปเข้ากลุ่ม ส่งประกวด จนได้ฉายาว่า “เล็ก วาไรตี้” เพราะเลี้ยงปลาไว้หลายสายพันธุ์มาก ขยันหาพันธุ์แปลกๆ มาเติม”

นอกจากจะเลี้ยงปลาแล้ว ของสะสมของผู้บริหารหนุ่มก็น่าสนใจไม่เบา เพราะเขาสะสมตู้เพลง (Jukebox) ไว้ถึง 70 ตู้

“จุดเริ่มต้นคือ ผมเอาเพลงเก่ามาใส่ไอพอดให้คุณแม่ แต่คุณแม่ก็ใช้งานไม่ชิน เลยปิ๊งว่าน่าจะหาตู้เพลงมาให้คุณแม่ ตู้หนึ่งก็มีตั้ง 200 กว่าเพลงให้เลือก ซื้อไปซื้อมาเลยกลายเป็นเหมือนของสะสมไปเลย ผมชอบดีไซน์ของตัวเครื่อง ผมตั้งชื่อให้พวกมันว่า “oldpod”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ