จุฬาลักษณ์ ผลภิภม ดีไซเนอร์ไทยโกอินเตอร์

  • วันที่ 27 พ.ย. 2556 เวลา 08:53 น.

จุฬาลักษณ์ ผลภิภม ดีไซเนอร์ไทยโกอินเตอร์

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

โลกของแฟชั่นไม่ได้จำกัดกรอบว่า ต้องดีไซเนอร์ผู้ชายถึงเข้าใจผู้ชายเท่านั้น เพราะอย่างน้อยๆ ก็มีผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่า ผู้ชายด้วยกันเท่านั้นถึงจะสื่อสารกันรู้เรื่อง เธอจึงตัดสินใจปลุกปั้นแบรนด์ “Button Up” แบรนด์เสื้อผู้ชายสุดฮอตที่เวลานี้ไม่ได้ดังแค่ในประเทศ แต่ยังโกอินเตอร์ดังไปไกลถึงต่างประเทศ

อุ๊-จุฬาลักษณ์ ผลภิภม สาวหน้าเก๋เจ้าของแบรนด์ เปิดฉากสนทนาด้วยความพิเศษของแบรนด์ในซีซั่นนี้ ว่าเป็นครั้งแรกเปิดไลน์ใหม่ ชื่อว่า “Ladies” นำเสนอคอลเลกชั่นเสื้อเชิ้ตสุดเนี้ยบ สไตล์เท่ๆ สำหรับสุภาพสตรี โดยยังคงความเป็น “บัทเทิน อัพ” ไว้อย่างครบถ้วนทั้ง 3 คุณลักษณะ ได้แก่ ความเนี้ยบของแพตเทิร์น ความละเอียดประณีตของคัตติ้งที่พิถีพิถันในทุกฝีเข็ม และความหลากหลายของเนื้อผ้าคุณภาพสูง โดยคอลเลกชั่นนี้เปิดตัวมาทั้งสิ้น 13 ลุค

“ที่ผ่านมา แบรนด์เราโฟกัสแต่เสื้อผ้าผู้ชาย ส่วนเชิ้ตผู้หญิงจะทำใส่เอง เพื่อนๆ ก็ชอบทักและยุว่าให้ลองทำขายดู เราก็เลยลองทำเป็นลิมิเต็ด เอดิชั่นออกมาวางขายดู ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก แต่ก็ไม่คิดจะขยายไลน์เป็นของผู้หญิง คงออกเป็นคอลเลกชั่นพิเศษดีกว่า เพราะจุดเริ่มต้นแบรนด์เราเกิดมาจากแบรนด์ผู้ชาย”

ย้อนไปสู่จุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย สวนกระแสดีไซเนอร์ไทยยุคใหม่ที่ส่วนใหญ่เจาะตลาดเสื้อผ้าผู้หญิง สาวอุ๊บอกว่า อาจเป็นเพราะทั้งเรียนและทำงานด้านโฆษณาและการตลาด เลยเอาความรู้ตรงนั้นมาวิเคราะห์ตลาด และเห็นช่องทางโอกาสของกลุ่มตลาดเสื้อผ้าผู้ชาย ประกอบกับส่วนตัวไม่ใช่สาวหวาน มีเพื่อนผู้ชายเยอะ เลยคิดว่าน่าจะเข้าใจความต้องการของผู้ชาย

“ย้อนไป 4-5 ปีที่แล้ว ถ้ามองแบรนด์ไทยที่สำหรับผู้ชาย มีคัตติ้งเนื้อผ้าดีๆ แบบแบรนด์นอกนั้นค่อนข้างยาก ซึ่งแบรนด์นอกที่มีก็ไม่ได้เหมาะกับรูปร่างหนุ่มไทย เราเลยเห็นว่าตลาดนี้ยังโตได้ บวกกับตอนไปเรียนเมืองนอกมีเพื่อนผู้ชายเยอะ คุณพ่อก็แต่งตัวเก่ง เราเลยซึมซับด้านแฟชั่นพวกนี้มา ทั้งที่ไม่เคยเรียนแฟชั่นมาก่อน”

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ นั้น อุ๊จึงเลือกทำแบรนด์ของตัวเองควบคู่กับธุรกิจบริษัทโฆษณา เธอบอกว่าปลุกปั้นแบรนด์มาด้วยสองมือ ตั้งแต่ออกแบบ ไปนั่งคลุกกับช่างตัดเสื้อเพื่อให้ได้แบบที่ต้องการ เธอมีความเชื่อว่า ความรู้ทุกอย่างไม่มีใครสอน แต่อยู่ที่ว่าเราจะเอาตัวเองเข้าไปผูกกับสิ่งที่ชอบขนาดไหน เราต้องทำความเข้าใจกับงานของเราไปเรื่อยๆ แม้จะผ่านมา 4 ปีแล้ว สาวอุ๊ยังทำความเข้าใจกับความต้องการของลูกค้าเสมอ

ด้วยความมุ่งมั่นนี้เอง เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุกวันนี้ แบรนด์ของเธอดังไกลไปถึงต่างประเทศอีกด้วย โดยใบเบิกทางสำคัญที่ช่วยเปิดทางให้เธอ คือ การที่เธอได้เป็นสไตลิสต์ส่วนตัวให้กับกับแร็พเปอร์ชาวอเมริกัน สนูป ด็อกก์

“จะว่าเป็นความบังเอิญก็ได้ที่ได้ร่วมงานกัน ต้องย้อนไปตอนที่เขามาเล่นคอนเสิร์ตที่เมืองไทย เพื่อนของเราซึ่งทำงานกับเขา ก็บอกว่าให้เราลองเอาเสื้อแบรนด์เราไปเป็นของขวัญให้เขา เราก็โอเค พอให้ไปปุ๊บเขาลองใส่แล้วชอบมาก ก็เลยใส่ขึ้นคอนเสิร์ตในเมืองไทย หลังจากวันนั้นเขาก็เรียกเราไปคุย เหมือนสัมภาษณ์งานเลย คุยไปคุยมา ถึงรู้ว่าเขากำลังจะทำอัลบั้มใหม่ เป็นอัลบั้มที่เขานำกลิ่นอายของแร็กเก้มาผสม อยากได้ลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เลยอยากให้เราไปดูแลเสื้อผ้าให้”

อุ๊บอกว่า ตอนนั้นชั่งใจตัวเองเหมือนกัน ว่าจะทำแบรนด์ของเราต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้ หรือคว้าโอกาสไปร่วมงานกับศิลปินระดับโลก สุดท้ายก็คิดได้ว่า คนดังระดับนี้มีแต่คนอยากเข้าหา แต่นี่เขามาเลือกแบรนด์เรา ก็น่าจะเดินหน้าทำให้ดีที่สุด สุดท้ายสาวอุ๊จึงตัดสินใจบินไปสหรัฐทันที

“ช่วงที่ไปใกล้งานแกรมมี่ อวอร์ด พอเราเอาคอลเลกชั่นไป เขาก็ลองแล้วชอบมาก ถึงขนาดบอกว่าจะไปร่วมเดินพรมแดง ทั้งที่เขาบอกว่าไม่อยากไปงานนี้แล้ว เพราะได้รับการเสนอเข้าชิงถึง 12 ครั้ง แต่ก็ผิดหวังกลับมาทุกครั้ง สุดท้ายด้วยความที่เขาเป็นคนชิลชิลมาก ตื่นสายไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็เลยไม่ได้เดินพรมแดงในวันนั้น ถามว่าเสียดายมั้ย ก็เสียดายนะที่เขาไม่ได้ไป เสื้อเราก็ไม่ได้ไปโชว์ แต่ก็โอเค การไปครั้งนี้ของเราก็ไม่เสียเปล่า ได้ไปแนะนำแบรนด์ของเรากับศิลปินท่านอื่น”

ยิ่งกว่านั้น เธอยังได้เป็นสไตลิสต์ให้มิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ของสนูป ด็อกก์ ตามที่ตกลงกันตอนอยู่เมืองไทย ซึ่งเพลงนี้ประสบความสำเร็จมาก มียอดวิวในยูทูบเป็นสิบล้านวิวแล้ว

“การที่เราได้ร่วมงานกับศิลปินระดับอินเตอร์ ทำให้เรามั่นใจในตัวแบรนด์มากขึ้น ว่าแบรนด์เรามีคุณภาพจริงดีจริง ถามว่าจะโกอินเตอร์ไปเปิดร้านที่นู่นเลยมั้ย ก็คิดไว้ แต่คงต้องศึกษาให้ดี และสร้างแบรนด์ในไทยให้แกร่งขึ้นไปอีก”

นอกรอบกับสาวเก่ง

วันว่าง

สาวอุ๊บอกว่า ว่างเมื่อไร ขอพักผ่อนด้วยการนัดเพื่อนออกมาเมาท์มอย อัพเดตชีวิตการงานรอบด้าน อีกหนึ่งกิจกรรมที่ชอบ คือ อ่านหนังสือ แต่ก่อนจะสะสม แต่เดี๋ยวนี้ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามามากขึ้น ก็เริ่มมาดึงความสนใจไปบ้าง แต่ก็ทำให้ได้อัพเดตเทรนด์และความเป็นไปของโลกได้เร็วขึ้น

คลังสมอง

ด้วยงานที่เชื่อมโยงทั้งสายแฟชั่นและโฆษณา สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับสาวอุ๊ คือ ต้องหมั่นอัพเดตเทรนด์จากการดูโทรทัศน์ อ่านแมกกาซีน คนอื่นจะอ่านเนื้อหา เราดูแต่โฆษณา พอมาทำแบรนด์ ก็ดูพวกเทรนด์เพิ่มเข้าไปด้วย เพราะไม่ว่าเทรนด์เสื้อผ้าผู้ชายหรือผู้หญิงก็เชื่อมกันได้หมด หยิบเอามาเป็นแรงบันดาลใจได้

สไตล์ที่ใช่

เน้นแต่งตัวเรียบ แล้วเติมแอกเซสซอรีเข้าไป ชิ้นที่ขาดไม่ได้ คือ แหวน ต้องสวมแหวนที่นิ้วซ้ายตลอด วันไหนลืมไม่ได้ใส่ เหมือนขาดอะไรไป

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ