ยัสมิน เรืองเลิศบุตร มีความฝัน มีความสำเร็จ

วันที่ 20 พ.ย. 2556 เวลา 09:33 น.
ยัสมิน เรืองเลิศบุตร มีความฝัน มีความสำเร็จ
โดย...ปอย / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ผู้บริหารสาวในธุรกิจแฟชั่น ยัสมิน เรืองเลิศบุตร ผู้บริหารบริษัท เป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป เริ่มต้นบทสนทนาด้วยบุคลิกสมาร์ทเกี่ยวกับปรัชญาการทำงาน โดยบอกสั้นๆ ได้ใจความว่า “พวกเรามีความฝัน พวกเรามีความเชื่อมั่น และพวกเราจะประสบความสำเร็จ We Dream, We Believe, We Achieve

หลังจากสำเร็จทางด้านเศรษฐศาสตร์ ประเทศอังกฤษ ยัสมินได้กลับเมืองไทย ด้วยความสนใจด้านแฟชั่นอยู่แล้ว และเห็นว่าในเมืองไทยมีทางเลือกไม่ค่อยมากนัก เมื่อปี พ.ศ. 2540 ไม่ค่อยมีเสื้อผ้าแบรนด์ต่างประเทศมากมายเหมือนวันนี้ ด้วยความชอบส่วนตัวและสนใจธุรกิจด้านนี้ จึงอยากให้คนไทยได้มีทางเลือกกับแบรนด์แฟชั่นดังจากต่างประเทศ จึงตัดสินใจนำเข้าแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง เกส (Guess) สู่ตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรกและประสบความสำเร็จอย่างสูง

หลังจากนั้นก็ทยอยนำเข้าแบรนด์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจสู่เมืองไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น แมงโก้ (Mango) โปรโมด (Promod) และล่าสุดกับแบรนด์ใหม่ในเครือ สแปงซ์ (Spanx) ผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วนอันดับหนึ่งของโลกจากสหรัฐ ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นแบรนด์ล่าสุดในปีนี้

“ก้าวสู่ 17 ปีค่ะ กับการเข้ามาทำธุรกิจเกี่ยวกับแฟชั่น (บอกพร้อมรอยยิ้ม) ดิฉันมองว่าคนไทยแต่งตัวดี เทรนดี้และชื่นชอบการติดตามแฟชั่นอยู่เสมอนะคะ แล้วความที่ดิฉันสนใจแฟชั่นจึงตัดสินใจทำธุรกิจด้านนี้ ทั้งที่ครอบครัวทำทางด้านเรียลเอสเตท การทำธุรกิจของตัวเองเราต้องเชื่อมั่นและเป็นสิ่งที่เราชอบที่สุดด้วยค่ะ

ล่าสุด เชปแวร์ ยี่ห้อ สแปงซ์ ดิฉันนำเข้าโปรดักต์นี้มาจากสหรัฐอเมริกา ด้วยความชื่นชอบโดยส่วนตัวก่อน ซึ่งอย่างที่บอกนะคะไม่ว่าจะทำอะไรเราจะต้องเชื่อมั่นในสิ่งนั้นๆ ก่อนเป็นอันดับแรก ดิฉันแต่งงานมีลูกชายวัยพรีทีน 2 คน แน่นอนค่ะว่ารูปร่างต้องเปลี่ยนไป การแต่งตัวตั้งแต่ชุดทำงาน เดรสค็อกเทล หรือชุดราตรี ใส่ลำบากขึ้นเพราะมีปัญหาเรื่องรูปร่างที่มีส่วนเกิน ลองใส่สเตย์รัดหน้าท้องก็มีปัญหาเรื่องรอยต่อตะเข็บไม่เรียบเนียนมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งก็ดูไม่ดีเลยนะคะ แต่พอมาใช้สแปงซ์ก็ตัดปัญหาเหล่านี้ไปได้หายกังวลใจเลยค่ะ

สแปงซ์ เป็นผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วนหรือเชปแวร์คุณภาพสูง และด้วยแพทเทิร์นไร้รอยต่อได้ปฎิวัติการสวมใส่ชุดชั้นในของสาวอเมริกันและสาวทั่วโลก โดยการนำเสนอเนื้อผ้าชนิดพิเศษ นวัตกรรมการออกแบบ และความสบายในการสวมใส่ ที่ช่วยพรางข้อด้อยและทำให้หุ่นของผู้หญิงดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สแปงซ์ จึงกลายเป็นอันเดอร์แวร์กระชับสัดส่วนอันดับหนึ่งของโลกที่หญิงสาวไว้วางใจ รวมถึงดาราฮอลลีวูดและซูเปอร์สตาร์ระดับโลก จูเลีย โรเบิตส์ เจสสิกา อัลบา โอปราห์ วินฟรีย์ คิม คาร์เดเชียน ไทร่า แบงค์ส ใช้เชปแวร์สแปงซ์ทั้งนั้นแลยค่ะ

ดิฉันเป็นสาวกแบรนด์เกสด้วยนะคะ (หัวเราะ) การที่เราทำธุรกิจก็ต้องใช้แบรนด์ของตัวเองนะคะ ในบางวันที่อยากแต่งตัวเซ็กซี่ เชปแวร์สแปงซ์ นี่คือตัวช่วยแมตชิ่งด้วยกันได้ดีมากค่ะ ดิฉันคิดว่าชิ้นนี้คือมัสเฮฟ ผู้หญิงในวัยทำงานอายุ 30 ปีขึ้นไปล้วนมีส่วนเกินบริเวณเอว หน้าท้อง ต้นขา กันทั้งนั้นนะคะ เพราะการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีมากขึ้น การไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่ทุกคนก็ต้องการรูปร่างที่ดูเพอร์เฟกต์กัน” ยัสมิน กล่าว

เมื่อถามถึงการแต่งตัวในสไตล์ผู้บริหารหญิง ยัสมิน บอกพร้อมรอยยิ้มว่า เดรสคือสิ่งที่หยิบมาใส่สวย สะดวกสบายที่สุด หรือบางวันที่สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ เธอก็ชอบสวมกระโปรงอยู่ดี

“ดิฉันนิยามการแต่งตัวของตัวเองว่า สไตล์คอนเทมโพรารี คือหลากหลายอารมณ์ ในวันทำงานไม่จำเป็นว่าคุณต้องแต่งตัวในแบบฟอร์มัลแวร์ หรือดูเป็นทางการได้แค่นั้นนะคะ ดิฉันใส่ได้ทั้งสูท เชิ้ต กระโปรง เดรส หรือแม้กระทั่งยีนส์กับแจ็กเกต เสื้อผ้าที่เหมาะมากกับวันทำงานคือ Mango คุณหยิบชุดไหนมาใส่ก็ได้ทั้งนั้น เพราะมีความคอนเซอร์เวทีฟ ดูทางการและสุภาพสำหรับสไตล์ผู้หญิงในออฟฟิศ

ดิฉันทำงานในวงการแฟชั่น แต่ไม่ได้แต่งตัววิ่งตามแฟชั่น เพราะเทรนด์บางอย่างไม่เหมาะกับตัวเอง เช่น กระโปรงสั้น หรือเสื้อผ้าลายดอก ใส่แล้วไม่มั่นใจในตัวเองเลยค่ะ

ดิฉันร่ำเรียนทางด้านเศรษฐศาสตร์ ไม่เกี่ยวกับแฟชั่นเลยนะคะ แต่ก็ชอบไปเดินดูสตรีทแฟชั่นในลอนดอนที่มีหลากหลายมาก การเริ่มต้นธุรกิจเริ่มต้นที่ปัญหาของตัวเองเลยค่ะ คือทำไมในเมืองไทยไม่ค่อยมีแบรนด์สำหรับผู้หญิงไซส์รูปร่างค่อนข้างใหญ่แบบเราเลย (หัวเราะ) สมัยก่อนปี 2540 ก็มีเพียงไม่กี่แบรนด์ในห้างเซ็นทรัลชิดลม เท่านั้น ดิฉันจึงตัดสินใจนำเข้าเสื้อผ้าแบรนด์จากต่างประเทศ แบรนด์แรกคือเสื้อผ้า บีซู บีซู (Bisous Bisous) แบรนด์จากอเมริกาค่ะ สไตล์หวานๆ สำหรับใส่ออกงานกลางคืน แต่มีปัญหาเรื่องแบรนด์ไม่ให้ความสำคัญกับการส่งออก ดิฉันจึงนำเข้าแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาอีก ทั้ง แมงโก้ เกส และโปรโมด

เมื่อเออีซีเกิดขึ้นในอาเซียน การแข่งขันทางด้านการตลาดแฟชั่นก็ยิ่งสูงขึ้น คงมีหลายๆ แบรนด์ใหม่ๆ อิมปอร์ตเข้ามาอีก ดิฉันคิดว่านี่คือบิ๊กเยียร์สำหรับการทำธุรกิจนะคะ และทำให้คนที่อยู่ในวงการนี้ต้องกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลาด้วยเช่นกันค่ะ” ยัสมิน บอกทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

‘ยัสมิน’ ผู้บริหารหญิงในวงการแฟชั่น

ยัสมิน เรืองเลิศบุตร กรรมการบริษัท เป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป

ยัสมิน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก The London School of Economics and Political Science (LSE) ประเทศอังกฤษ

สมรสกับ อัศวิน เรืองเลิศบุตร ประธานและกรรมการบริหาร บริษัท เป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป มีบุตรชาย 2 คน อายุ 16 ปี และ 11 ปี

“แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนบอกว่าต้นขาของฉันหรือหน้าท้องแบนราบดูดีอยู่แล้ว ผู้หญิงทุกคนอยากมีหุ่นที่ดูดี เพรียว กระชับ และไม่มีร่องรอยชั้นในให้เห็นเมื่อมองจากด้านหลัง และนี่คือจุดแข็งของผลิตภัณฑ์สแปงซ์” ยัสมิน เรืองเลิศบุตร บอกย้ำถึงธุรกิจล่าสุด ในตำแหน่งกรรมการบริษัท เป๊ปโป้ แฟชั่น กรุ๊ป