พงษธัช รัตนเศรณี ดาวดวงใหม่ ที่พร้อมเป็นน้ำครึ่งแก้ว

  • วันที่ 02 มี.ค. 2558 เวลา 08:50 น.

พงษธัช รัตนเศรณี ดาวดวงใหม่ ที่พร้อมเป็นน้ำครึ่งแก้ว

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ณ ท้องฟ้าแห่งวงการบันเทิงไทย ยังมีที่ว่างอีกมากมาย เพื่อให้ดาวดวงใหม่ได้เจิดจรัสแสง และเมื่อ แมงมุม-พงษธัช รัตนเศรณี หนุ่มวัย 25 ปี ได้ก้าวเข้ามาสู่ท้องฟ้ากว้างใหญ่แห่งนี้แล้ว เขาก็มุ่งมั่นเพื่อที่จะอยู่ในท้องฟ้าแห่งวงการบันเทิงนี้ให้ยาวนานและมีคุณภาพมากที่สุด

วันนี้เราจะได้ไปทำความรู้จักกับชายหนุ่มคนนี้ให้มากขึ้น

 

“ผมเป็นคนที่คลุกคลีอยู่กับละครเวทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะคุณน้าของผมเป็นหัวหน้าฝ่ายเสื้อผ้าอยู่ที่ดรีมบ็อกซ์ ทำให้ผมได้เข้าไปดูละครเวทีอยู่ตลอด และอยากเป็นนักแสดงที่ทำการแสดงอยู่บนเวทีนั้น พอเข้ามหาวิทยาลัย ผมก็ได้เข้าเรียนด้านการแสดงที่ภาควิชาศิลปะการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำให้ผมได้เรียนรู้ศาสตร์การแสดงละครเวทีอย่างจริงจัง และได้เล่นละครเวทีของภาควิชาหลากหลายเรื่อง เรื่องที่โดดเด่นคือ เยิรพระยม ซึ่งเรื่องนี้ได้เปิดทำการแสดงที่ไทยและที่สิงคโปร์ด้วยครับ”

หลังจากเรียนจบ พงษธัชก็ได้ก้าวสู่วงการละครเวทีแบบเต็มตัว ด้วยการเป็นหนึ่งในนักแสดงของละครเวที เรื่อง ปริศนา เดอะ มิวสิคัล, ดรีมเกิร์ล เดอะ มิวสิคัล, สุนทราภรณ์ เดอะ มิวสิคัล และแม่เบี้ย เดอะ มิวสิคัล จนต้อ-มารุต สาโรวาท เห็นหน่วยก้านของเขา จึงติดต่อให้เขามาเล่นละครเรื่อง ไฟหวน หลังจากนั้นเขาก็ได้เล่นละครเรื่อง ปีกมงกุฎ และได้รับการผลักดันจาก เอ-ชินโชติ กาญจนา (ผู้จัดการส่วนตัวในปัจจุบัน) ให้ได้รับการเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของช่อง 7 จนเขามีงานละครอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นละครเรื่อง พราว, ยอดมนุษย์ดาบเทวดา (ออกอากาศ 7 มี.ค.นี้) และดั่งสวรรค์สาป (กำลังถ่ายทำอยู่)

“ช่วงแรกผมต้องปรับวิธีการแสดงใหม่หมด จากการแสดงละครเวทีมาเป็นการแสดงละครโทรทัศน์ โดยทางช่องส่งผมไปเรียนการแสดงในรูปแบบละครโทรทัศน์ถึง 3 เดือน ผมเรียนทั้งการแสดง การร้องเพลง คิวบู๊ ทำให้ผมค้นพบว่าผมต้องแยกศาสตร์การแสดงละครเวทีและโทรทัศน์ให้ขาด เพราะมันแสดงด้วยเทคนิคที่ต่างกัน ความโดดเด่นก็ต่างกัน ผมมองว่าความต่างของละครเวทีกับละครโทรทัศน์ คือการใช้เสียง และการใช้ภาษากาย การแสดงละครโทรทัศน์กล้องจะจับเราเอง โดยที่เราไม่ต้องแสดงแบบขยายเหมือนละครเวที แต่ผมจะไม่เอาศาสตร์ใดมาแทนศาสตร์ใดนะครับ ผมจะเลือกเอาข้อดีของแต่ละศาสตร์มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

สำหรับความมุ่งหวังของพงษธัช เขาเผยว่า เขาอยากได้รับบทที่สำคัญในเรื่อง บทที่ทำให้เขาได้สามารถแสดงศักยภาพด้านการแสดงอย่างเต็มที่ โดยที่คนดูมองข้ามเรื่องรูปร่างหน้าตาไป โดยบทที่เขาอยากเล่นไม่ต้องเป็นพระเอกก็ได้ แต่ต้องมีความสำคัญต่อเรื่องราว

“ตอนนี้ผมกำลังพยายามแก้ไขจุดอ่อนของผมอยู่ เช่น การพูดไม่ชัด ซึ่งก็ต้องปรับ การแสดงที่ยังเกร็งๆ อยู่ ซึ่งก็ต้องทำการบ้านให้มากขึ้น และการตรงต่อเวลา ที่จะไม่ทำให้งานคนอื่นเสียครับ”

 

ข่าวอื่นๆ