‘ดีลทีค’ เผยเทคนิคขายออนไลน์โตให้ได้ 500%

วันที่ 14 เม.ย. 2564 เวลา 12:11 น.
 ‘ดีลทีค’ เผยเทคนิคขายออนไลน์โตให้ได้ 500%
โดย ดวงใจ จิตต์มงคล

เมื่อกว่า 10 ปีก่อน อีคอมเมิร์ซในบ้านเรา เรียกได้ว่าเป็นช่วงตั้งไข่ เป็นตลาดที่ยังเป็นน่านน้ำสีคราม (Blue Ocean) มีเจ้าของธุรกิจเล็กๆ หรือ เอสเอ็มอี จำนวนไม่มากรายนักเข้าในสมรภูมินี้ พร้อมสะสมประสบการณ์ต่อยอดธุรกิจให้เติบโต เพื่อแข่งขันในตลาดออนไลน์ปัจจุบันที่มีความรุนแรง ด้วยตลาดอีคอมเมิร์ซ ในปี 2564 คาดมูลค่าอยู่ที่ 220,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 35% (ปี 2563) มีมูลค่าอยู่ที่ 163,300 ล้านบาท (ผลสำรวจ Priceza Thailand) 

เช่นเดียวกับ ‘วรวุฒิ อึ้งนภาธานินทร’ เจ้าของธุรกิจร้านค้าขายปลีกส่ง อุปกรณ์เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน Dealtique (ดีลทีค) บนแพล็ตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลส ได้บอกเล่าแนวคิดการทำธุรกิจออนไลน์ ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายการทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ กระทั่งประสบความสำเร็จถึงในปัจจุบัน   

ฝึกขายออนไลน์ ต่อยอดอีมาร์เก็ตเพลส

วรวุฒิ เล่าว่าปัจจุบัน ‘ดีลทีค’ ขายปลีกสินค้าออนไลน์ เป็นหลักบนแพล็ตฟอร์ม อีมาร์เก็ตเพลส (ช้อปปี้) และไ้ด้การตอบรับดีจากกลุ่มเป้าหมายหลัก ทั้งลูกค้าประจำ และ ขาจร เป็นอย่างดี 

พร้อมย้อนจุดตั้งต้นธุรกิจออนไลน์ของเขามาจากประสบการณ์เมื่อสมัยยังเป็นนักศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา และจำเป็นต้องหารายได้เสริมเพื่อดูแลตัวเองตลอดช่วงนั้น และได้มีโอกาสทำความรู้จักกับ ‘ebay’ เพื่อขายของออนไลน์เป็นครั้งแรก ด้วยทุนเริ่มต้นเล็กๆน้อยๆ จนกระทั่งเรียนจบกลับมาเมืองไทย

“ช่วงที่เรียนในสหรัฐฯ จะใช้แพล็ตฟอร์มอีเบย์ขายปลีกสินค้าพวกกล่องเกม กล่องใส่แผ่นซีดี ดีวีดี แผ่นเกมส์ ก็มีรายได้พอสมควร พอเรียนจบกลับมาเมืองไทยเมื่อตอนอายุ24 ปี บ้านเรายังไม่มีมาร์เก็ตเพลสดังๆเหมือนในตอนนี้ จะมีก็แต่ amazon หรือ เป็นการขายบนเว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งผมก็มองเห็นโอกาสขายของออนไลน์ในไทยเช่นกัน เลยลองไปเดินดูของที่ตลาดสำเพ็งไปจับสินค้าพวกดี.ไอ.วาย อะไหล่ของแต่งสินค้าต่างๆ และทดลองเอาลงขายในอีเบย์อีก เพื่อส่งของจากเมืองไทย ตอนนั้นโชคดีมากที่การแข่งขันออนไลน์ยังไม่สูงมาก เลยทำให้กิจการไปต่อได้” วรวุฒิ เล่า 

เมื่อได้ทุนมาเติมธุรกิจให้ไปต่อได้เรื่อยๆ วรวุฒิ ได้บินไปถึงโรงงานผลิตสินค้าที่เมืองจีน เพื่อ ‘ดีล’ ของมาขายในอีเบย์โดยตรง ทำอยู่ราว3 ปี ตลาดเริ่มแข่งขันสูงจากการที่จีนในฐานะผู้ผลิต ได้กระโดดลงมาเล่นเองแถมยังทำราคาได้ถูกกว่า ซึ่งเขา เห็นว่าตลาดนี้เริ่มเหนื่อยด้วยจะต้องแข่งขันราคากับผู้ผลิตตรง ก่อนตัดสินใจเลิกตลาดออนไลน์ในอีเบย์  ไปในที่สุด 

จากนั้น วรวุฒิ จึงหันมาขายของออนไลน์ในประเทศไทย โดยใช้แพล็ตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสแทน ประเดิมขายสินค้ากลุ่ม ดี.ไอ.วาย อีกเช่นกัน และขยายไลน์สินค้าใหม่เพิ่มกลุ่มเครื่องเขียน มาเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จถึงในปัจจุบัน โดยยอดขายสินค้าออนไลน์ของ ‘ดีลทีค’ ปัจจุบันสัดส่วน 80% เป็นกลุ่มเครื่องเขียน และ 20% เป็นกลุ่มดี.ไอ.วาย 

เอสเอ็มอีออนไลน์ ต้องดูข้อมูลตลาดให้เก่ง              

ขณะที่ ปัญหา อุปสรรค การทำธุรกิจออนไลน์ ในตอนนี้ คือการแข่งขันเรื่องราคา เพราะเกือบทุกรายจะแข่งกันตัดราคาสินค้า ซึ่งพฤติกรรมลูกค้าออนไลน์ก็จะเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาประหยัดที่สุด เมื่อเปรียบเทียบแล้วเห็นว่าเป็นของแบบเดียวกัน ซึ่งตลาดออนไลน์ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ถึงปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน 

ดังนั้น ‘How To’ การทำธุรกิจออนไลน์ในแบบฉบับของ ‘ดีลทีค’ ที่ให้ความสำคัญอย่างมากเป็นอันดับต้นๆ คือ ‘การดูข้อมูลตลาด’ ตลอดเวลา เพื่อสร้างความพร้อมในการปรับเปลี่ยนสินค้าให้ได้ตรงกับความต้องการลูกค้าให้ได้มากที่สุด ว่า ณ ช่วงเวลานั้นๆเทรนด์ไหนกำลังอิน เทรนด์ไหนกำลังจะเอาท์ เพื่อลดความผิดพลาดในการบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึงค่าต้นทุนที่จะไม่จมไปกับสินค้าที่ขายออกไม่ได้ 

เพราะ ลูกค้าออนไลน์ ต้องการ 3สิ่งนี้ 

วรวุฒิ เล่าต่อว่า จากการแข่งขันของธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันที่เริ่มกลายเป็น Red Ocean สมรภูมิน่านน้ำสีแดงไปแล้วนั้น ปัจจัยด้านการบริการต่างๆ ‘Sevices’ ที่จะให้กับลูกค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ด้วยในตอนนี้ทุกเจ้าๆในออนไลน์ขายของแบบเดียวเหมือนกันหมด ด้วยลูกค้ามีตัวเลือกล้อมไว้หมดแล้ว

โดยสิ่งที่จะทำให้ ลูกค้าใ้ช้ตัดสินใจก่อนเลือกสินค้าหยิบใส่ตระกร้า และ กดชำระเงินในที่สุด คือ ราคา คุณภาพ การขนส่งสินค้า ดังนั้น หัวใจงานด้านบริการที่ลูกค้าคนรุ่นใหม่ต้องการ มี3 สิ่งประกอบกัน คือ ‘คุณภาพ  ความรวดเร็ว และความน่าเชื่อถือ’ ด้วยกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ทุกคน จะค่อนข้างซีเรียสกับการได้รับบริการจากร้านค้าออนไลน์ที่สั่งซื้อของ โดยเฉพาะการจัดส่งสินค้า พร้อมการันตีการได้รับสินค้าได้ในเวลารวดเร็ว

“ดีลทีค ให้ความสำคัญอย่างมากในการเลือกพันธมิตรธุรกิจจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้า และด้วยความที่เราเป็นเอสเอ็มอีมีทุนไม่สูงมากนัก ก็จำเป็นต้องเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสมกับงบประมาณที่เตรียมไว้ ซึ่ง นินจา แวน ถือว่าเข้ามาตอบโจทย์ในเรื่องการให้บริการจัดส่งสินค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยมีแพคเกจราคารูปแบบต่างๆที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี” วรวุฒิ กล่าว   

แม้เศรษฐกิจจะนิ่ง แต่ยอดขายยังวิ่ง500% 

สำหรับแผนธุรกิจ ‘ดีลทีค’ จากนี้ไป จะขยายไลน์อัพสินค้ากลุ่มเครื่องเขียนใหม่ๆ เพื่อทำตลาดอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันดีลทีค มีสินค้าต่างๆมากกว่า 2000,-3,000 รายการ (SKUs) และในอนาคตจะครอบคลุมสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์สำนักงานมากขึ้นด้วย 

โดยการดำเนินธุรกิจดีลทีค ตลอดระยะเวลาร่วม10 ปีที่ผ่านมา มีรายได้ในช่วง1-2 ปีแรกเติบโตกว่า 300% หรือ สองเท่าตัว และในปีที่ 2-3 ของธุรกิจเติบโตราว 200% จนมาถึงในปีที่ 4- ปัจจุบันธุรกิจเติบโตมากกว่า 500% แม้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมา ธุรกิจจะเติบโตช้าไปบ้างจากสถานการณ์เศรษฐกิจ 

วรวุฒิ ปิดท้ายเทคนิคการทำธุรกิจออนไลน์สำหรับมือใหม่ว่า ธุรกิจที่ดีควรเริ่มจากไม่เป็นหนี้ โดยวิธีที่ดีสำหรับเขาคือการใช้เงินสดมาลงทุนที่ประเมินไว้แล้วหากเป็นหนี้สูญก็จะไม่ตื่นตระหนกมากนัก 

เพราะหากทำธุรกิจที่จากการกู้ยืมแล้วก็อาจจะทำให้ขาดสภาพคล่องเงินสดได้ และสุดท้ายจะกลายเป็นเงินขาดมือ และต้องเลิกกิจการไปเสียก่อนที่จะได้เรียนรู้ ถูก ผิด ในโลกธุรกิจออนไลน์