นักการตลาดออนไลน์ มองธุรกิจไทยจะเปลี่ยนไปสิ้นเชิง หลังวิกฤตโควิด-19

วันที่ 03 พ.ค. 2563 เวลา 13:13 น.
นักการตลาดออนไลน์ มองธุรกิจไทยจะเปลี่ยนไปสิ้นเชิง หลังวิกฤตโควิด-19
หากคิดค้นวัคซีนได้สำเร็จ ตามที่หลายฝายคาดการณ์ว่าวิกฤตโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลายอย่างเร็วสุด ช่วงกลางปี 63 โดยจากนี้ไปธุรกิจ-อาชีพของผู้คน ก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจาก New-Norm

นายปรมะ ตันเดชาวัฒน์ กรรมการบริหาร Simplesense Group ผู้ดำเนินธุรกิจตัวแทนการทำตลาดออนไลน์ และ บริษัท Somsri GlobalTech ธุรกิจสตาร์ทอัพ กล่าว่าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลายอยางเร็วที่สุดราวกลางปี 2563 ตามที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ที่จะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินกิจการ ธุรกิจ องค์กร ในเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม เป็นผลมาจากพฤติกรรมใหม่ของผู้คนที่ปฎิบัติจนกลายเป็นความคุ้นเคย หรือ "สภาวะความปกติใหม่" (New Norm) ภายใต้มาตรการล็อค ดาวน์ ประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา

จาก New Norm ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้เจ้าของธุรกิจภาคเอกชน เริ่มทบทวนแนวทางการบริหารจัดการภายใน ระหว่างพนักงานองค์กรมากขึ้น เช่น การเจรจาช่วงเวลาการทำงานในสถานที่ทำงาน และการทำงงานที่บ้านของพนักงานแต่ละแผนก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายคงที่บางรายการ เช่น ค่าเช่าสถานที่ ค่าสาธารณูปโภค ฯลฯ

"มีความเป็นไปได้ว่า อาจมีการเจรจาต่อรองระหว่างเจ้าของกิจการและพนักงาน เพื่อลดเหลื่อมเวลาทำงานต่อสัปดาห์ ที่นำไปสู่การปรับลดเงินเดือนของพนักงาน ไปจนถึงบางโมเดลธุรกิจ อย่าง สายการบิน จะแข่งบริการในรุปแบบเอ็กซคลูซีฟ ที่เน้นมาตรการ Social Distancing เช่น เว้นระยะห่างที่นั่งผู้โดยสาร ซึ่งอาจทำให้ตั๋วโดยสารมีราคาสูงขึ้น ที่อาจได้เห็นแนวโน้มดังกล่าวนี้ไปจนถึงปีหน้า หรือจนกว่าจะมีวัคซีนเกิดขึ้น" นายปรมะ กล่าว

สำหรับ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ร้านค้าให้เช่า ศูนย์การค้า หรือ แลนด์ลอร์ด ต่างๆ คาดว่าจะหันมาปรับรูปแบบการให้บริการในลักษณะ ออนไลน์ สู่ ออฟไลน์ หรือ O2O (Online 2 Offline) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่คุ้นชินกับการซื้อสินค้าออยไลน์ ในช่วงที่ผ่านมา โดยหลังจากสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ผู้บริโภคแม้จะยังจับจ่ายออนไลน์อยู่ก็ตาม แต่ก็ยังต้องการมารับสินค้าที่หน้าร้านปกติมากกว่า เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับตัวเอง แต่จะเป็นลักษณะการรีบมาและรีบกลับ เป็นต้น

ขณะที่เอสเอ็มอี จะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งหากกิจการใดมีพนักงานจำนวนมาก ก็มอาจปรับลดพนักงานไมต่ำกว่า 30% เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจในรุ่นทายาท ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่รับช่วงมาจากครอบครัว หรือ มีอายุไม่ต่กว่า 15ปี ด้วยเป็นกิจการที่ไม่มีรายได้สูงมากนัก ซึ่งอาจส่งผลให้มีคนตกงานเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากในอนาคต

นายปรมะ กล่าวต่อว่าสำหรับแนวโน้มอาชีพการดำเนินธุรกิจ หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นตัวเร่งพฤติกรรมผู้คนให้ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น และยังสอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการของธุรกิจองค์กรที่กล่าวไว้เบื้องต้น ส่งผลให้ เกมเล็กจะมีบทยาทสำคัญมากขึ้น และเข้าสู่ความสมบูรณ์แบบไม่เกิน 5 ปี นับจากนี้ไป

"กลุ่มอาชีพ สายความคิดสร้างสรรค์ ที่มีอีโมชันนัลเฉพาะทาง อย่างอาชีพช่างเสริมสวย สปา ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า ช่างภาพ ช่างวิดีโอ เป็นต้น จะเป็นสายอาชีพที่มีความต้องการเฉพาะ ที่แม้แต่เอไอ หรือ หุ่นยนต์ เข้ามาทำแทนได้ยาก ด้วยเป็นงานบริการทีสนองความต้องการของลูกค้าในโอกาสพิเศษที่ต้องการความแตกต่างออกไป" นายปรมะ กล่าว