"ไผ่ทองไอสครีม" สู้วิกฤตโควิด-19 จากรถเข็นสู่เดลิเวอรี "ไผ่ทองสเตชั่น"

วันที่ 05 เม.ย. 2563 เวลา 13:22 น.
"ไผ่ทองไอสครีม" สู้วิกฤตโควิด-19 จากรถเข็นสู่เดลิเวอรี "ไผ่ทองสเตชั่น"
เมื่อพนักงานออฟิศ ต้องทำงานอยู่บ้าน ในช่วง Social Distancing แบบนี้ "ไผ่ทองไอสครีม" จึงอยู่เฉยไม่ได้ ขอปั้นแบรนด์ธุรกิจ "ไผ่ทองสเตชั่น" ขยายช่องทางออนไลน์ให้บริการเดลิเวอรี เจาะลูกค้าถึงบ้าน

โดย ดวงใจ จิตต์มงคล

สถานการณ์ "โควิด-19" ที่เกิดขึ้นนับแต่ช่วงปลายเดือน มกราคม ที่ผ่านมา ถึงในวันนี้ ส่งผลกระทบถึงทุกภาคส่วนธุรกิจ ทั้งขนาดใหญ่ กลาง และ เล็ก

ที่แม้แต่ธุรกิจรถเข็นไอศครีม อย่าง "ไผ่ทองไอสครีม ต้นตำรับ" ไอติมที่ตักขายเป็นลูกๆเสิร์ฟพร้อมท็อปปิงบ้านๆ อย่างข้าวเหนียว ลูกชิด เมนูของหวาน ขวัญใจมนุษย์ออฟฟิศ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากมาตรการ "อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ" ที่รัฐบาลประกาศขอความร่วมมือจากประชาชน ให้ Work from Home ทำงานที่บ้าน เพื่อหยุดการแพร่ระบาดโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ เช่นเดียวกับ ธุรกิจ "ไอสครีมไผ่ทอง" ที่ล่าสุด ลุกขึ้นมา ขยายธุรกิจภายใต้บริการเดลิเวอรี ในชื่อ "ไผ่ทองสเตชั่น" (Paithong Station) ต้นตำรับ ที่ ไผ่ทองไอสครีม มากับ ลูกชิด แล้วก็ ข้าวเหนียว เหมือนเดิม

สำหรับการขยายธุรกิจเดลิเวอรี แบรนด์ "ไผ่ทองสเตชั่น" ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ของไผ่ทองไอสครีม ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ที่ย่านอ้อมน้อย ในรอบกว่า 20 ปี

เพื่อมาสู่บริการเดลิเวอรี พร้อมนำส่งไอศครีม ถึงประตูบ้านลูกค้า ในเขตกรุงเทพฯ ที่เริ่มนำร่องบริการไปตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา และจะขยายธุรกิจนี้ ไปยังตลาดต่างจังหวัด เป็นลำดับถัดไป

ขณะที่ บริการเดลิเวอรี "ไผ่ทองสเตชั่น" จะจำหน่ายอยู่ที่กล่อง(Set)ละ 390 บาท มีอัตราค่าบริการจัดส่งขึ้นอยู่กับ ผู้ให้บริการฟู้ด เดลิเวอรี แต่ละราย ที่มีการบริหารจัดการ หรือ ทำโปรโมชันแตกต่างกันออกไป จากปกติไผ่ทองไอสครีม มีราคาขายผ่านรถเข็น อยู่ที่ 15, 20, 30 และ 50 บาทต่อถ้วย

"เอเยนต์" มาร์เก็ตติง อาร์ม สำคัญ 

อย่างไรก็ตาม การขยับตัวธุรกิจครั้งใหญ่ของ ไผ่ทองไอสครีม ด้วยบริการเดลิเวอรี ในชื่อ "ไผ่ทองสเตชั่น" ในครั้งนี้ ยังถือเป็นการเข้ามาช่วยเหลือตัวแทนขาย หรือ เอเยนต์ธุรกิจไผ่ทองไอสครีม ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่นกัน

ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน นอกจากการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ความหลากหลายของรสขาติของไอศกรีม ที่มาพร้อมกับสารพัดท็อปปิงบนไอศครีม แล้ว การมีแขนขาทางธุรกิจ หรือ "มาร์เก็ตติง อาร์ม" ผ่านตัวแทนขายไผ่ทองไอสกรีม ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำตลาดที่สำคัญ

ด้วยแนวทางการทำตลาดไผ่ทองไอสครีม ช่วงที่ผ่านมา จะใช้ "เอเยนต์"ตัวแทนขายเป็นผู้ดูแลในแต่ละพื้นที่ขาย พูดง่ายๆ คือ "หนึ่งเอเยนต์ดูแลหนึ่งเขต" โดย "เอเยนต์" แต่ละรายมีหน้าที่บริหารบริการยอดขายของตัวเองในแต่ละพื้นที่ และมีรูปแบบการจำหน่ายภายใต้แพล็ตฟอร์มต่างๆ อาทิ หน่วยรถเข็น, รถพ่วงมอเตอร์ไซค์, สาวรถเข็น ฯลฯ ซึ่งเอเยนต์ แต่ละเจ้าจะมีกี่ยูิต ก็ได้ไม่จำกัด

โดยเอเยนต์ มีรายได้จากยอดขายสินค้าที่รับมาจากโรงงาน ในรูปแบบ "ซื้อมาขายไป" ให้กับผู้ประกอบการรถเข็นที่มาซื้อสินค้าจากเอเยนต์นั้นๆอีกทอดหนึ่ง ซึ่ง "กำไร" ได้มาเท่าไหร่ก็จะเป็นของ พ่อค้า แม่ค้า รายย่อยหน่วยรถสินค้านั้นๆ ไปเลย

ซัมเมอร์นี้ ไม่เหงา ไผ่ทองฯ ขอเสิร์ฟออนไลน์

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ะบาดโควิด-19 และการออก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ของรัฐบาลเมื่อช่วงปลายเดือน มีนาคม 63 ที่่ผ่านมา

ยิ่งทำให้ ธุรกิจหน่วยรถเข็นไผ่ทองไอสครีม เผชิญกับความยากลำบาก ด้วยพ่อค้า แม่ค้า หน่วยรถเข็นหลายราย เลือกที่จะหยุดเข็นรถไอติมขาย ชั่วคราว เพื่อกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ส่งผลให้ยอดขายของเอเยนต์ แต่ละเขตพื้นที่ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน

จากจุดนี้ ทำให้หลายๆเอเยนต์ ไผ่ทองไอสกรีม ปรับตัวและหันมาใข้เทคโนโลยี เพื่อขายสินค้าในช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดส่งสินค้าผ่านผู้ให้บริการ ฟู้ด เดลิเวอรี ต่างๆ  ขณะเดียวกันก็มีการทำราคาโปรโมชัน สินค้าที่ดูงดูดเพื่อกระตุ้นยอดในช่วงหน้าร้อน ที่ปกติแล้ว จะเป็นช่วงหน้าขายของสินค้ากลุ่มนี้

แนวทางการทำตลาดของไผ่ทองไอสครีม สะท้อนชัดว่า ทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ และมีะไรที่เป็นไปไม่ได้ ในช่องทางออนไลน์ แม้แต่ธุรกิจหวานเย็น อย่าง "ไอศครีม"