ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี เดือนส.ค.ขยับขึ้นนิดหน่อย 80% จากเดือนก.ค.อยู่ที่ 79%

  • วันที่ 05 ต.ค. 2562 เวลา 10:25 น.

ความเชื่อมั่นเอสเอ็มอี เดือนส.ค.ขยับขึ้นนิดหน่อย 80% จากเดือนก.ค.อยู่ที่ 79%

TSSI สะท้อนดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME ยังไม่มั่นใจการดำเนินธุรกิจมากนัก ชี้ 2 ปัจจัย ความเชื่อมั่นรัฐบาล-สภาพอากาศทำฉุดขายเอสเอ็มอีร่วง พร้อมแนะวิธีแก้ปัญหายอดร่วง

ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (TSSI) ประจำเดือนสิงหาคม 2562 ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการของ SME ทั่วประเทศ จำนวน 1,400 ตัวอย่าง

พบว่า ดัชนี TSSI ประจำเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ที่ระดับ 80.6 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนกรกฎาคม 2562 ที่อยู่ที่ระดับ 79.6 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าฐานที่ 100 สะท้อนถึงผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงเทศกาลวันแม่ บางร้านค้ามีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตามประชาชนยังคงขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ และระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

สำหรับ ดัชนี TSSI เดือนสิงหาคม 2562 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มาจากความเชื่อมั่นในองค์ประกอบด้านยอดจำหน่ายสินค้าและกำไรเป็นหลัก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รู้สึกว่าสถานการณ์ทางการค้าและบริการอยู่ในระดับที่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย อีกทั้งยังเป็นช่วงฤดูทำการเกษตร ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเยอะ

แต่อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ยังคงชะลอตัว ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจ มีการประหยัด และใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นมากขึ้น นอกจากนี้ร้านค้ายังมีการแข่งขันสูงขึ้น ขายตัดราคากันเอง อีกทั้งยังเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวยังมาไม่มากเท่าที่ควร ผนวกกับในบางพื้นที่ยังมีปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วม

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการของ SME จำแนกตามสาขาธุรกิจ พบว่า สาขาธุรกิจ ส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ทางธุรกิจโดยรวมอยู่ในระดับเพิ่มขึ้น แต่ค่าดัชนีที่เพิ่มขึ้นยังคงน้อยกว่าค่าฐานที่ 100 ได้แก่ สาขาค้าส่งสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ค้าปลีกรถจักรยานยนต์/รถยนต์

ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ การท่องเที่ยว โรงแรม/เกสต์เฮาส์/บังกะโล สันทนาการ วัฒนธรรม การกีฬา ร้านอาหาร/ภัตตาคาร บริการด้านสุขภาพ/ความงาม และกิจกรรมอสังหาริมทรัพย์

สำหรับดัชนี TSSI คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 110.4 จากระดับ 100.6 ในเดือนก่อน ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ทางการค้าและบริการจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น

โดยมีความเห็นว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงปลายปี นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากขึ้น มีการจองที่พักล่วงหน้าสูงขึ้น รวมไปถึงร้านค้า ร้านอาหารคาดว่าจะคึกคักมากขึ้น สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมคาดว่าจะดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนก็ยังคงกังวลในส่วนของความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ทำให้ไม่กล้าลงทุนเพิ่ม

เชื่อมั่นรัฐบาล-สภาพอากาศ ฉุดยอดขายเอสเอ็มอีร่วง

ผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการ SME ภาคการค้าและบริการ จำนวน 1,400 วิสาหกิจทั่วประเทศ สำรวจระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม 2562 – 13 กันยายน 2562 ในเรื่อง "สาเหตุหลักที่ทำให้กิจการของท่านยอดขายลดลงและแนวทางการแก้ไขปัญหา" พบว่า สาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าทำให้ยอดขายลดลง แยกตามประเภทปัจจัย มีดังนี้

  • เมื่อแยกตามประเภทกิจการ พบว่า ผู้ประกอบการในทุกกิจการส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกับในภาพรวม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในภาคค้าส่งมองว่าความเชื่อมั่นรัฐบาลและสภาพอากาศเป็นอีกสาเหตุ ที่ทำให้ยอดขายลดลง
  • เมื่อพิจารณาแยกตามภูมิภาค พบว่า ผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกับในภาพรวม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในกรุงเทพและปริมณฑลมองว่าความเชื่อมั่นรัฐบาล ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ยอดขายลดลง ภาคใต้มองว่าสภาพอากาศเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ยอดขายลดลง

แนวทางการแก้ไขปัญหายอดขายลดลง จากปัจจัยภายในด้านต่างๆ ดังนี้

1. การยังคงใช้การตลาดแบบเดิม แก้ไขปัญหาโดยการขยายช่องทางการขายสินค้า/บริการเพิ่มขึ้น เช่น ตลาดออนไลน์ เพื่อความสะดวกสบาย (ร้อยละ 43.90)

2. การมีทุนไม่เพียงพอในการรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แก้ไขปัญหาโดยขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาว ขอเพิ่มวงเงินในการกู้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจหมุนเวียนได้ (ร้อยละ 73.33)

3. การไม่ได้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยขาย แก้ไขปัญหาโดยการลงทุนนวัตกรรม เทคโนโลยีให้เข้ามาช่วย (ร้อยละ 47.62)

แนวทางการแก้ไขปัญหายอดขายลดลง จากปัจจัยภายนอกด้านต่างๆ ดังนี้

1. ภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยการที่รัฐบาลออกโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย การกระจายรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยว (ร้อยละ 75.62)

2. พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหาโดยการปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมการซื้อ/การใช้จ่าย/ การชำระค่าสินค้าหรือบริการของลูกค้า (ร้อยละ 52.18)

3. คู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้น แก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มช่องทางการรับลูกค้าให้มากขึ้น ปรับแผนการตลาด ปรับตัวให้ทันคู่แข่ง เพิ่มมาตรฐานของร้าน (ร้อยละ 34.87)

 

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ