‘บ้านสวนเมล่อน’ แบบฉบับเกษตร 4.0

วันที่ 24 พ.ย. 2561 เวลา 09:14 น.
‘บ้านสวนเมล่อน’ แบบฉบับเกษตร 4.0
บ้านสวนเมล่อน อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา สวนเมลอนขนาด 4 ไร่ ที่ใครๆ ก็ต้องมาลองชิมเมลอนสักครั้ง ด้วยเอกลักษณ์พิเศษของสายพันธุ์เมลอนที่มีทั้งหวานกรอบ และหวานเนื้อนุ่ม รวมถึงการปลูกที่ใส่ใจและปลอดภัยจากสารเคมี 100% จากฝีมือของผู้หญิงธรรมดา สู่เกษตรกรรุ่นใหม่ YSF

ปคุณา บุญก่อเกื้อ (แก้ว) เกษตรกรรุ่นใหม่ เจ้าของสวน “บ้านสวนเมล่อน” ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของสวนแห่งนี้ว่า เกิดจากความต้องการปลูกเมลอนให้สามี จึงลงมือปลูกและลองผิดลองถูกด้วยตนเองจากการเสิร์ชกูเกิลตั้งแต่การเริ่มต้นสร้างโรงเรือนจนถึงการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตเมลอนจนกระทั่งค้นพบวิธีการสร้างโรงเรือนและการปลูกเมลอนที่เหมาะสม ทำให้มีผลผลิตเมลอนสำหรับขายมากขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ ขยายการปลูกเมลอนเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 17 โรงเรือนแล้วในระยะเวลาเพียง 2 ปี ทั้งนี้บ้านสวนเมล่อนไม่ได้ปลูกแค่เมลอนเท่านั้น แต่เป็นสวนผสมผสานมีทั้งพืชผักสวนครัวและพืชอื่นๆ ที่เจ้าของสวนชื่นชอบ อาทิ ตะไคร้ ใบกะเพรา ถั่วฝักยาว มะเขือเทศราชินีเหลือง ข้าวโพดหวาน ฮอกไกโด เห็ด ฯลฯ ปลูกร่วมด้วยเสมือนว่ามีตู้เย็นธรรมชาติอยู่ในบ้าน

อย่างไรก็ตาม การเป็นเกษตรกรไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่มีความรู้หรือเป็นเกษตรกรมาก่อน อีกทั้งที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นดินเค็ม น้ำเค็มทำให้ทั้งสวนต้องใช้น้ำประปารดต้นไม้ อีกทั้งเพื่อนบ้านทั้งหมดทำบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง จนกระทั่งคุณแก้วตัดสินใจไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร ณ สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านโพธิ์ จึงมีโอกาสได้เข้าร่วม โครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF) ช่วงกลางปี 2561 จึงทำให้พบเครือข่ายเกษตรกร YSF และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเกษตรซึ่งกันและกัน และทำให้คุณแก้วกลายเป็นวิทยากรในการสอนเรื่องการผลิตสินค้าเกษตรใน จ.ฉะเชิงเทรา

การเป็น YSF ทำให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาแผนธุรกิจ คุณแก้วจึงได้พัฒนาสวนเมลอนของตนเองเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่กระจายรายได้สู่ชุมชน โดยมีจุดเด่นในการท่องเที่ยวคือ “โครงการกลับมาเยี่ยมลูกเมล่อน” โดยให้ลูกค้ามาจับจองเมลอนโดยการสลักชื่อไว้ที่ผลก่อนเก็บเกี่ยวเมลอนประมาณ 1 เดือน และทางสวนจะดูแลต่อให้จนถึงวันที่เก็บผลผลิตลูกค้าก็สามารถมาตัดเมลอนได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ยังจัดตั้งสหกรณ์พืชผักผลไม้เกษตรปลอดภัยสูงจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรของเครือข่าย ซึ่งเป็นสินค้ามาตรฐาน GAP ทั้งหมด อาทิ เมลอน ถั่วฝักยาว คะน้า เห็ด มะพร้าว มะม่วง โดยมีตลาดหลักคือ การบินไทย

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านสวนเมล่อนประสบความสำเร็จในการทำการเกษตร คือ การใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียในการจัดการการผลิตและการตลาด โดยบ้านสวนเมล่อนได้เข้าร่วมโครงการติดตั้งเครื่องมือเทคโนโลยี (Internet of Things : IoT) ตามความร่วมมือของกรมส่งเสริมการเกษตรดีแทค และเนคเทค โดยเครื่องมือดังกล่าวสามารถบอกค่าความชื้นอากาศ อุณหภูมิ ความเข้มแสง และความชื้นในดินได้ ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งจากการเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างก่อนและหลังใช้เทคโนโลยีดังกล่าว พบว่า 1.ลดการสูญเสียผลผลิต (เมลอน) จาก 26.6% เหลือเพียง 6.6% ต่อโรงเรือน 2. เมลอนมีน้ำเพิ่มขึ้นจาก 352 กก. เป็น 448 กก./โรงเรือน

ส่วนด้านการตลาดได้เปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ก “บ้านสวนเมล่อน ฉะเชิงเทรา” เพื่ออัพเดทสินค้าเกษตรและกิจกรรมต่างๆ ให้ลูกค้าทราบ และให้บริการจัดส่งสินค้าเกษตรทั่วไทยผ่านเคอรี่รวมถึงให้บริการซื้อขายผ่านการโอนเงินหรือใช้คิวอาร์โค้ดภายในสวนได้สอดคล้องกระแสสังคมไร้เงินสด

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต