หมู่บ้านข้าวเม่า สุรินทร์ สร้างรายได้หลักแสน

  • วันที่ 06 ต.ค. 2561 เวลา 10:23 น.

หมู่บ้านข้าวเม่า สุรินทร์ สร้างรายได้หลักแสน

โดย นพรัตน์ กิ่งแก้ว

หมู่บ้านข้าวเม่า จ.สุรินทร์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวเหนียวใหม่ สร้างรายได้งามเกือบแสนบาท แค่เดือนเดียว...ชาวนาพากันเก็บเกี่ยวมาแปรรูปเป็นข้าวเม่า สด หอม อร่อยจากนา เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้งามในช่วงแค่ไม่ถึงเดือน และทำมาทุกปี จนเรียกติดปากต่อๆ กันว่าหมู่บ้านข้าวเม่า

หมู่บ้านนาเทิ่ง หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า หมู่บ้านข้าวเม่า หมู่ 3 ต.แตล อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เกษตรกรชาวนาที่หมู่บ้านนี้เมื่อถึงช่วงฤดูหว่านข้าวนาปีก็จะหว่านหรือปลูกข้าวหอมมะลิเป็นหลัก แต่ก็จะแบ่งพื้นที่หว่านข้าวเหนียวไว้ด้วยเพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวทำข้าวเม่า เพราะข้าวเหนียวจะออกรวง ก่อนข้าวหอมมะลิ ซึ่งชาวนาบางเจ้าก็หว่านไว้ 1 ไร่ บางเจ้าก็หว่านปลูกถึง 4 ไร่

ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวมาแปรรูปทำเป็นข้าวเม่ามาขายเป็นรายได้เสริม ในช่วงเวลาไม่ถึงเดือนรายได้แต่ละครัวเรือนจะได้ไม่เท่ากัน คนที่ทำน้อยก็ได้น้อย แต่ก็ไม่ขาดมือไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อครัวเรือน บางเจ้าทำเยอะรายได้นับแสนบาทเลยทีเดียว โดยจะทำข้าวเม่ากันแทบทุกหลังคาเรือน

สำเนียง ราษี อายุ 48 ปี อยู่เลขที่ 58 บ้านนาเทิ่ง หมู่ 3 ต.แตล อ.ศีขรภูมิ บอกว่า หว่านข้าวเหนียวไว้ 2 ไร่ เมื่อปีที่แล้ว ขายข้าวเม่าได้ราว 8 หมื่นบาท ส่วนในปีนี้กำลังเร่งเกี่ยวข้าวเหนียวมาทำข้าวเม่าขาย ทำทุกวันต้องตื่นตั้งแต่ดึก รีบเกี่ยวข้าวมาทำข้าวเม่า เดี๋ยวไม่ทันหากช้าข้าวจะแก่เกินทำข้าวเม่า ต้องตื่นตั้งแต่ตี 2 ทำไปจนถึงเที่ยงพักแล้วก็ทำต่ออีกทีถึง 6 โมงเย็น ต้องรีบเก็บเกี่ยวในช่วงข้าวที่กำลังเป็นข้าวน้ำนม ถึงจะเหมาะกับการทำเป็นข้าวเม่า หากว่าข้าวแก่เกินเมล็ดข้าวน้ำนมไปแล้วข้าวจะเป็นข้าวสารจะทำไม่ได้

 

การทำข้าวเม่าจะทำในช่วงกลางเดือน ก.ย.ถึงกลางเดือน ต.ค. ใช้เวลาไม่ถึงเดือนอาจจะประมาณ 20 กว่าวัน หากเลยกว่านี้เมล็ดข้าวจะแก่ต้องเกี่ยวไปสีเป็นข้าวสาร จะเอามาทำข้าวเม่าจะใช้ไม่ได้เลย เมื่อเกี่ยวข้าวจากแปลงนาแล้ว ก็รีบนำมาทุบมาฟาดด้วยมือ เพื่อเอาเมล็ดข้าวเปลือก ข้าวเหนียว เพื่อข้าวเม่าจะได้หอมและนุ่ม จากนั้นก็จะนำเอาเมล็ดข้าวที่ทุบมาแช่น้ำล้างทำความสะอาดสัก 2-3 น้ำ คัดแยกเอาเมล็ดที่ไม่เต็ม เมล็ดลีบออกทิ้งไปจะเอาเฉพาะเมล็ดข้าวที่เต็มและสมบูรณ์แช่น้ำแล้วเมล็ดจมน้ำเท่านั้น ส่วนเมล็ดที่ลอยน้ำก็จะทิ้งไป

จากนั้นนำไปคั่วกับเตาถ่านให้สุก คนที่คั่วต้องคั่วเป็น รู้จังหวะ การคั่วเมล็ดข้าวเหนียว สลับกันไปมา ไฟต้องให้ไฟพอดีไม่แรงมาก ไม่อ่อนมาก ก็ให้เมล็ดข้าวเหนียวสุกเหลือง แล้วเทใส่กระด้งพอเย็นก็จะนำมาตำด้วยครกกระเดื่อง ภาษาอีสานเรียกครกกระเดื่องนี้ ว่า ครกมอง การตำข้าวเม่าจะทำ 2 รอบจะใช้ เวลาตำแต่ละรอบนาน 3 นาที ได้ปริมาณข้าวสาร พอประมาณก็เอามาฝัดด้วยกระด้ง ให้เปลือกข้าวหลุดออกแล้วเอามาตำรอบที่ 2 แล้วค่อยเอามาฝัดอีกถือใช้ได้แล้วนำใส่ห่อด้วยใบตองกล้วย ขายได้

ส่วนฟาง ข้าวที่เราเกี่ยวเอาเมล็ดออกแล้วจะนำไปให้วัวให้ควายกินได้ ส่วนปลายข้าวที่ตัดออกเป็นส่วนที่ละเอียดก็จะนำไปให้เป็ดและไก่กินได้ต่อไป

ข้าวเม่าหากทำเสร็จต้องรีบห่อด้วยใบตองกล้วย ทำเป็นห่อ ห่อละ 2 ขีด ขายห่อละ 20 บาท หากขายเป็นกิโล ก็กิโลกรัมละ 100 บาท ข้าวเม่าหากว่าห่อช้าข้าวเม่าจะแข็งจะไม่นิ่ม ส่วนมากจะไม่ใช้ถุงพลาสติกห่อ จะนิยมใช้ใบตองกล้วยเพราะจะคงทนของความชุ่มชื้นได้ดี รวมทั้งเก็บความนิ่มและความหอมไว้ได้นาน สำหรับข้าวเม่าที่ทำเสร็จห่อเรียบร้อยแล้ว จะมีพ่อค้าแม่ค้าที่รู้จักกันมารับไปขายอีกทีหนึ่งในราคาที่ต่างกันไป

สำหรับการตำข้าวเม่านี้ทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษยาวนานแล้ว เมื่อก่อนจะใช้แบบเอามาตำด้วยครกไม้ ตำด้วยมือ พอต่อมาก็เริ่มใช้ครกแบบเท้าเหยียบกระเดื่อง ในปัจจุบันนี้เริ่มมีการพัฒนาขึ้นทำให้เบาแรงคนคือ ใช้เครื่องตำแทน จะใช้มอเตอร์เสียบไฟฟ้าให้หมุนตีให้ไม้กระดกตำเองเลย ประมาณ 3 นาที ก็จะปิดสวิตช์ไฟฟ้าให้มอเตอร์หยุด ส่วนรายได้จากการขายข้าวเม่า ประมาณ 7-8 หมื่นบาท ในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือน รายได้ส่วนนี้สามารถนำไปใช้จ่ายในครัวเรือนได้สบาย รวมทั้งใช้จ่ายจิปาถะจ่ายค่ารถเกี่ยวข้าวนาปีได้อีกสบาย ถือว่าเป็นรายได้เข้าครัวเรือนได้ดีมากทีเดียว

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ