‘Haupcar’ คาร์แชริ่งรายแรกของไทย

วันที่ 02 มี.ค. 2561 เวลา 07:03 น.
‘Haupcar’ คาร์แชริ่งรายแรกของไทย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

“ฮ้อปคาร์” (Haupcar) ผู้ให้บริการคาร์แชริ่งรายแรกของประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีแบบใหม่ มาทำให้การใช้บริการเช่ารถของคนในประเทศ มีความสะดวกมาก ง่าย และคล่องตัว รวมถึงช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนในการใช้งานรถยนต์ใหม่ จึงเป็นสตาร์ทอัพในกลุ่ม “Mobility Tech” ของไทยที่มีความโดดเด่นและสร้างสรรค์บริการใหม่

“สโรช บุญศิริพันธ์” ผู้ร่วมก่อตั้ง และ “Chief Strategy Officer” (CSO) สตาร์ทอัพ “ฮ้อปคาร์” (Haupcar) เปิดเผยว่า Haupcar ผู้ให้บริการคาร์แชริ่งรายแรกของประเทศไทย ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ได้พัฒนาเองจากทีม ทำให้การใช้บริการเช่ารถเป็นเรื่องง่ายมากที่สุด พร้อมกับสามารถรับรถมากกว่า 100 จุด ตามที่กำหนดไว้ และสามารถปลดล็อกรถได้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างสะดวก

“ฮ้อปคาร์” ใช้เทคโนโลยีในการควบคุมต้นทุนการจัดการรถ โดยใช้ โมบายแอพพลิเคชั่น (Mobile Application) ในการจองรถและส่งกุญแจให้โดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งตั้งแต่เปิดให้บริการมีการจองมากกว่า  2,300 ครั้ง คิดเป็นระยะเวลาที่รถให้บริการมากกว่า 2 หมื่นชั่วโมง มีระยะทางขับขี่รวมมากกว่า 2 แสนกิโลเมตร (กม.) และมีการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือว่าในปัจจุบัน แต่ละเดือนจะมียอดการจองประมาณ 130 ครั้ง คิดเป็นชั่วโมงการจอง 1,300 ชั่วโมง และเป็นระยะทางของการให้บริการคาร์แชริ่งมากกว่า 1 หมื่น กม./เดือน

“สโรช” กล่าวว่า การก่อตั้ง Haupcar มาจากผู้ร่วมก่อตั้งจำนวน 4 คน ประกอบไปด้วย “กฤษฏิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์” ในตำแหน่งซีอีโอ (CEO), ธนวัฒน์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์ Chief Design Officer, วัฒนา รุ่งฤทธิเดช Chief Technology Officer และตนเอง ในตำแหน่ง CSO ที่ได้จบวิศวกรรมจราจรในระดับปริญญาเอก โดยผู้ก่อตั้งจะจบด้านวิศวกรรมจำนวน 3 คน และอีก 1 คน จะจบมาทางด้าน โปรดักต์ ดีไซน์ จึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทีมในด้านต่างๆ

ขณะเดียวกัน แรงผลักดันที่ต้องการสร้างคาร์แชริ่งในประเทศไทยมาจากปัญหาของประเทศไทย ทั้งในเรื่องรถติดที่มีอยู่ในอันดับสองของโลก จึงอยากให้คาร์แชริ่งมีความแพร่หลายและผู้บริโภคมีความต้องการใช้งาน รวมถึงช่วยส่งเสริมการใช้ระบบเดินทางสาธารณะของประเทศไทย และไม่ต้องการสร้างแนวคิดในการมุ่งซื้อรถใหม่จากคนรุ่นใหม่เท่านั้น อีกทั้งการมีคาร์แชริ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ทั้งการบริหารจัดการรถให้เกิดความคุ้มค่า เช่น รถหนึ่งคันสามารถแบ่งปันให้ใช้ได้ 2-3 คน ในหนึ่งวัน เป็นต้น จึงช่วยลดปัญหาจราจรและช่วยลดปัญหาที่จอดรถมีไม่เพียงพอ รวมถึงส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม

“ในอนาคตประเทศไทยจะมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้น 10 สาย ทำให้การเดินทางสะดวก จึงส่งผลต่อพฤติกรรมของคนในเมืองที่เปลี่ยนไป คนอาจจะไม่จำเป็นต้องครอบครองรถยนต์ แต่มีความจำเป็นในการใช้งานรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่จะเลือกใช้รถยนต์ตามความต้องการเท่านั้น” สโรช กล่าว

ขณะที่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่างส่งเสริมเรื่องคาร์แชริ่งทั้งประเทศในแถบยุโรป หรือสหรัฐ ที่กำหนดให้มีพื้นที่จอดรถสำหรับคาร์แชริ่งที่ชัดเจน หรือการส่งเสริมมาตรการทางภาษี ตลอดจนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศมีการทำโฆษณาในเรื่องคอนโดมิเมียมมีคาร์แชริ่งไว้บริการสำหรับผู้พักอาศัยและมีพื้นที่จอดให้โดยเฉพาะ ทำให้ผู้พักอาศัยไม่ต้องซื้อรถใหม่ และลดต้นทุนด้านการจัดการดูแลรถยนต์ด้วยที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงในแต่ละปี

“Haupcar” ที่มีบริการให้แก่ลูกค้าทั้งสามารถจองได้ตั้งแต่ 30 นาทีจนถึง 7 วัน คุณสามารถใช้แอพพลิเคชั่นของ Haupca ในการใช้งานจอดรถยนต์ รวมถึงจ่ายตามเวลาจองและระยะทางที่ขับ ทั้งรายชั่วโมงหรือรายวัน โดยสามารถจองเป็นเรตรายวันเมื่อจองเกิน 8 ชั่วโมง อีกทั้งมีความปลอดภัยด้วยประกันภัยชั้นหนึ่งทุกคัน ซึ่งบริษัทมีพันธมิตรผู้ให้บริการเช่ารถยนต์ในประเทศ ที่พร้อมให้บริการรถยนต์แก่ลูกค้า ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ผ่าน www.haupcar.com

สำหรับรถที่ให้บริการมีทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเหมาะกับผู้โดยสาร 2-5 คน และรถยนต์ที่เหมาะสมกับผู้โดยสาร 5-7 คน ซึ่งปัจจุบันลูกค้าหลักที่ใช้บริการจะมีทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักศึกษา คนทำงาน และกลุ่มครอบครัว รวมถึงยังมีการขยายจุดให้บริการออกไปพื้นที่รอบปริมณฑลของ กทม. และขยายจุดให้บริการไปใน จ.เชียงใหม่ แล้ว

ขณะเดียวกัน ปีนี้จะขยายกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ในเมืองมากขึ้นทั้งกลุ่มลูกค้าในออฟฟิศ สำนักงานต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานอายุ 25-35 ปี ที่ต้องการใช้รถยนต์

“สโรช” กล่าวว่า บริษัทยังมีพันธมิตรเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ แสนสิริ ที่มีคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าและได้นำรูปแบบ (คอนเซ็ปต์) ของ Haupcar ไปใช้ในการให้บริการคาร์แชริ่งแก่ลูกค้าที่อยู่ในคอนโดมิเนียม จึงช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ลูกค้าอย่างมาก และเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าในโครงการที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าแล้ว

ทั้งนี้ บริษัทจะมุ่งขยายตลาด ทำให้ลูกค้ารู้จักและเข้าใจกับคาร์แชริ่ง มากขึ้น รวมถึงมีแผนที่จะขยายเครือข่ายจุดให้บริการแก่ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ และจะเพิ่มการให้บริการใหม่ๆ ทั้งบริการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ที่อาจจะเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและสกูตเตอร์ไฟฟ้า พร้อมกันนี้จะรีแบรนด์ของบริษัท โดยใช้คำว่า “Haup” เพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างแฟลตฟอร์มการให้บริการแก่ลูกค้าที่มีความหลากหลาย และไม่หยุดนิ่งที่จะสร้างบริการที่ดีสุดแก่ลูกค้าทุกคน

“การทำสตาร์ทอัพจะต้องมีการโฟกัสในสิ่งที่ทำอย่างชัดเจน และมุ่งมั่นในการทำ แม้ว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นมาตลอด แต่เมื่อเรามีความตั้งใจและมีเป้าหมายแล้ว เชื่อว่าจะสามารถผลักดันมุ่งมั่นต่อไปได้” สโรช กล่าว

พร้อมกันนี้ตั้งเป้าหมายในระยะยาวสู่การเป็นผู้นำด้าน “Shared Mobility Platform” ในประเทศไทย ภายใต้การสร้างเทคโนโลยีของบริษัท พร้อมกับการให้บริการที่มีความหลากหลาย ทำให้ลูกค้ามีความสะดวกและจะขยายสู่ภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

บทความแนะนำ