ดึงโลจิสติกส์ช่วยเอสเอ็มอีค้าออนไลน์ส่งสินค้า

วันที่ 30 ม.ค. 2561 เวลา 14:57 น.
ดึงโลจิสติกส์ช่วยเอสเอ็มอีค้าออนไลน์ส่งสินค้า
"พาณิชย์"ดึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์รวมตัวให้บริการเอสเอ็มอีขนส่งขายสินค้าออนไลน์ มั่นใจสู้บริษัทต่างชาติได้ เหตุมีความเชี่ยวชาญเฉพาะจังหวัดมีเครือข่ายมากกว่า

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ไทย และสมาคม สมาพันธ์ที่เกี่ยวข้อง มาหารือร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรวมตัวกันเพื่อให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่ทำการค้าขายผ่านอีคอมเมิร์ซ ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจโลจิสติกส์รองรับยุคดิจิทัล แต่ยังช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วย

ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้ให้บริการขนส่งรองรับการค้าออนไลน์อย่างครบวงจรในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่ราย และส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ ซึ่งจากการหารือมีความเห็นตรงกันว่า บริษัทขนส่งไทยมีศักยภาพที่จะให้บริการในต้นทุนที่ถูกกว่าและมีจุดแข็งเมื่อเทียบกับบริษัทต่างชาติ เช่น  มีความเชี่ยวชาญเฉพาะจังหวัดหรือเฉพาะภูมิภาค มีเครือข่ายที่มากกว่า สามารถส่งสินค้าได้หลากหลาย รวมทั้งสินค้าเกษตรหรือสินค้าอื่นที่ต้องใช้บรรจุภัณฑ์พิเศษ แต่มีจุดอ่อน คือ การขาดระบบและซอฟต์แวร์ที่จะบริหารจัดการระบบการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขาดการร่วมกันเป็นเครือข่าย

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ได้เสนอให้ภาคเอกชนที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์และสมาคมที่เกี่ยวข้องจัดการหารือเพื่อเสนอแนวทางความ ร่วมมือในรูปแบบประชารัฐเกี่ยวกับการเชื่อมโยงการให้บริการด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าอีคอมเมิร์ซ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ โดยอาจพิจารณาเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ที่ให้บริการซอฟแวร์ด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะส่งผลให้การค้าและการขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวางแผนเส้นทางให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยลดต้นทุนได้ และได้มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมหารือและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด

สำหรับแนวทางในการดำเนินการ จะมีการบูรณาการด้านข้อมูลระหว่างผู้ใช้ (ยูสเซอร์)  และผู้ให้บริการ เพื่อสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ , การจัดทำโครงสร้างราคาและต้นทุนการขนส่งสินค้าที่เป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ , การจัดทำแพลตฟอร์มกลางที่เป็นมาตรฐาน เพื่อเชื่อมโยงองค์ประกอบการสำคัญในการทำการค้าออนไลน์ทั้ง 3 ด้าน คือ e-Marketplace e-Payment และ e-Logistics โดยสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทยยินดีรับหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักในส่วน e-Logistics และขอให้ภาครัฐเป็นผู้สนับสนุน

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้เสนอให้มีการรวมตัวของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงสินค้าโอท็อป และสินค้าเกษตร เข้าสู่ร้านธงฟ้าประชารัฐระดับพื้นที่ให้เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว โดยอาจพิจารณาค่าขนส่งอัตราพิเศษเข้าสู่ร้านประชารัฐที่ขณะนี้มีจำนวน 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศด้วย