เอสเอ็มอีหนี้ท่วม!

วันที่ 21 ส.ค. 2560 เวลา 12:13 น.
เอสเอ็มอีหนี้ท่วม!
โดย...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

ข่าวสารความช่วยเหลือเอสเอ็มอีนาทีนี้มีแต่เรื่องมาตรการทางการเงินเป็นส่วนใหญ่ ข่าวพีอาร์แต่ละแบงก์ต่างออกสินเชื่อเงื่อนไขเย้ายวนใจมาช่วยผู้ประกอบการอย่างไม่ขาดสาย ดอกเบี้ยถูกแล้วถูกอีก ผ่อนก็นานแสนนานแถมไม่ต้องมีหลักประกันอีก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมอีสานก็มีสินเชื่อพิเศษหยิบยื่นให้กู้ การส่งออกมีปัญหาเพราะค่าเงินบาทแข็งก็ออกสินเชื่อเงื่อนไขสุดๆ หยิบยื่นให้กู้ จะลงทุนซื้อแฟรนไชส์มาทำธุรกิจก็ออกสินเชื่อสุดพิเศษหยิบยื่นให้กู้ หรือจะเปลี่ยนกิจการไปเป็น 4.0 ก็มีสินเชื่อถูกๆ หยิบยื่นให้กู้

แม้แต่คนเป็นหนี้นอกระบบยังให้กู้เพื่อย้ายหนี้เข้าระบบ ยุคนี้จึงเป็นยุคทองของการเป็นหนี้จริงๆ คนที่อยากกู้เพราะทนเห็นดอกเบี้ยถูกๆ ไม่ได้ ก็พยายามวิ่งเต้นจะกู้ให้ได้ ส่วนคนที่กลัวการเป็นหนี้อยากหนีดอกเบี้ยไม่ว่าจะต่ำแค่ไหนก็ไม่อยากกู้ก็ถูกยัดเยียดให้ช่วยกู้ บรรยากาศในตลาดเวลานี้นอกจากเรื่องเงินแล้วยังไม่เห็นมาตรการอื่นที่เอสเอ็มอีคนตัวเล็กจะใช้บริการได้เป็นรูปธรรม

ประเด็นที่ห่วงใย คือ เอสเอ็มอีทั้งหลายมีความเข้าใจและมีวินัยทางการเงินดีแล้วหรือยัง การเอาหนี้มาแก้หนี้หรือทำธุรกิจโตด้วยหนี้นั้น ไม่มีทางสำเร็จสักราย ยิ่งกู้เงินเพราะไม่มีทางเลือกหรือเพราะเห็นแก่ ดอกเบี้ยถูกๆ หรือเพราะถูกคนแบงก์ร้องขอให้ช่วยกู้นั้น เป็นการบริหารเงินผิดวัตถุประสงค์ทั้งสิ้น

อย่างกรณีถูกน้ำท่วมแล้วต้องกู้เงินหลายแสนหลายล้านมาปรับปรุงซ่อมแซม ถ้าสภาพธุรกิจมันไม่ไหวไปต่อไม่รอด ยิ่งก่อหนี้ก็ยิ่งตายซ้ำสอง หลังปรับปรุงเสร็จถ้าธุรกิจรับผิดชอบหนี้ทั้งเก่าและใหม่ไม่ไหวก็ตายอยู่ดี ถามว่า...ใครล่ะ จะช่วยบอกเขาได้ว่ากิจการไปต่อได้หรือไม่ ควรลงทุนเป็นหนี้อีกก้อนดีหรือไม่ หรือควรเลิก ควรเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นอาจจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า

หรืออย่างกรณีคนที่เป็นหนี้นอกระบบ แม้รัฐจะหาเงินให้เขาย้ายหนี้ไปเข้าระบบที่ดอกเบี้ยถูกกว่า แต่มีใครกล้ายืนยันว่าเขาเหล่านั้นจะไม่หวนกลับไปกู้นอกระบบเพิ่มซ้ำเข้าไปอีก ทำไปทำมากลับกลายเป็นหนี้สองทาง หนี้สินงอกงามจะค้าขายอะไรเล่าที่ได้กำไรพอไปใช้หนี้สองก้อนได้หมด

โจทย์ใหญ่ของการช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายเล็กให้รอด จึงไม่ใช่เรื่องการหาเงินเติมหนี้เพียงอย่างเดียว แต่น่าจะเป็นเรื่องการหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงกิจการก่อน ควรหาช่องทางเพิ่มรายได้ให้เขามีกระแสเงินสดเข้ามาประคับประคองธุรกิจ ให้มีกำไรเหลือพอที่จะแบกรับดอกเบี้ยและเงินต้นได้ การช่วยโดยอัดเงินกู้ที่ไม่ใช่เงินให้เปล่า ย่อมต้องมีดอกเบี้ยที่กลายเป็นภาระใหญ่ให้ต้องผ่อนจ่ายทุกเดือน ค้าขายได้หรือไม่ได้ก็ต้องผ่อนหนี้ทุกงวด แม้แบงก์จะช่วยให้พักจ่ายเงินต้น แต่ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนเพื่อรักษาบัญชีไม่ให้เป็นหนี้เสีย

การผ่อน จ่ายแต่ดอกเบี้ย โดยเงินต้นยังคงอยู่เต็มๆ อาจเป็นดาบ สองคมทำร้ายลูกหนี้ทางอ้อม ทำมาค้าได้เอาไปจ่ายดอกเบี้ยหมด ส่วนหนี้เงินต้นยังเต็มตุ่มท่วมตัวเหมือนเดิม

ฝากกูรูผู้รู้ทั้งหลายที่เชี่ยวชาญเก่งกาจด้านเอสเอ็มอี ช่วยคิดค้นหามาตรการช่วยเหลือแบบครบวงจรจริงจังเสนอทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยด่วน ก่อนที่ผู้ประกอบการไทยจะหนี้ท่วมหัวล้มละลายโดยไม่รู้ตัว     

บทความแนะนำ