ทางสู่ผู้นำธุรกิจ 'ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง'

วันที่ 28 ก.ย. 2559 เวลา 16:21 น.
ทางสู่ผู้นำธุรกิจ 'ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง'
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

จากจุดเริ่มต้นที่เรียนจบด้านวิศวกรรม และต้องการทำธุรกิจ จึงผลักดันสู่การตั้งบริษัทของตัวเอง และสามารถก้าวสู่ผู้นำในธุรกิจได้สำเร็จ กับบริษัท “ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง”

“ทักษิณ ตันติไพจิตร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟร์เทรดเอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงครบวงจร และให้บริการออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงและระบบสัญญาณแจ้งเหตุไฟไหม้ในสถานที่ต่างๆ เปิดเผยว่า ธุรกิจของบริษัทดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 17 ปีแล้ว และบริษัทถือเป็นผู้นำในธุรกิจที่สร้างธุรกิจเติบโตพร้อมมีความมั่นคงทางการเงิน และมีหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ดี ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นและมั่นใจกับระบบขององค์กร

“ทักษิณ” กล่าวว่า ความสนใจทำธุรกิจมาจากการที่ตนเองได้ทำงานภาคเอกชน เริ่มเห็นเพื่อนออกไปสร้างบริษัท จึงจุดประกายสนใจเปิดบริษัท โดยได้ทำงานเอกชนประมาณ 5 ปี หลังจากนั้นเมื่ออายุ 27 ปี จึงร่วมมือกับหุ้นส่วนธุรกิจจัดตั้งบริษัท ต่อมาอีก 10 ปี เมื่อมีความพร้อมและมั่นใจ จึงตัดสินใจเปิดบริษัทของตัวเองที่เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ดับเพลิงครบวงจร และให้บริการออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงและระบบสัญญาณดับเพลิง โดยบริษัทใช้เวลา 2 ปีก้าวสู่ผู้นำในตลาดประเทศไทย

บริษัทมีสินค้าที่จำหน่ายกว่า 9,000 รายการ และเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ารายเดียวในไทย 10 ตราสินค้า รวมถึงให้บริการทั้งออกแบบระบบดับเพลิงและติดตั้งให้อาคารต่างๆ พร้อมมีระบบการดูแลบริการหลังการขายให้แก่ลูกค้า ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่น โดยปัจจุบันมีลูกค้าภาครัฐ 20-30% และเอกชน สัดส่วน 70-80% ซึ่งแต่ละปีจะมีงานของลูกค้าประมาณ 200 โครงการ พร้อมกับให้ความจริงใจในการให้บริการแก่ลูกค้า

อีกทั้งมีจุดแข็งที่มีระบบการติดตั้งระบบดับเพลิงแบบพิเศษในสถานที่เฉพาะที่ไม่สามารถใช้ก๊าซดับเพลิงได้ เช่น โรงไฟฟ้าต่างๆ แตกต่างจากให้ผู้บริการรายอื่น พร้อมกับมีทีมงานขององค์กรที่เชี่ยวชาญระดับสูง

ขณะเดียวกัน ยังมุ่งอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาพนักงาน และให้สวัสดิการที่ดีแก่ลูกค้า ทำให้พนักงานมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาภายในองค์กร โดยใช้งบสัดส่วน 1-2% ของรายได้รวมมาลงทุนและพัฒนาสินค้า ซึ่งพนักงานในองค์กรมีมากกว่า 150 คน

“อยากแนะนำคนที่สนใจอยากเริ่มสร้างธุรกิจของตัวเอง จะต้องเรียนรู้ธุรกิจให้ดีที่สุด และต้องมีความรู้ในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง โดยตัวเองเรียนจบมาทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมีความรู้ในด้านระบบต่างๆ อยู่แล้ว ส่วนการที่จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน จะต้องมีการบริหารทางการเงินที่ดีและบริหารทีมงานให้เป็น เพราะทีมงานทุกคนคือตัวแทนของบริษัท รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า จึงส่งผลให้ลูกค้ามั่นใจกับองค์กร” ทักษิณ กล่าว

ทักษิณ กล่าวต่อว่า การบริหารองค์กรสิ่งที่ต้องเผชิญตลอดคือ การมีวิกฤตในเรื่องต่างๆ แต่ผู้นำในธุรกิจจะต้องมีสติในการจัดการปัญหาต่างๆ และพยายามที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ไปให้ได้

บริษัทมีแผนจะขยายตลาดไปในอาเซียนและในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศเมียนมา เพราะตลาดอาเซียนขยายตัวดี พร้อมกับตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้าจะรักษาผู้นำในตลาดได้ต่อไป จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด 18% เป็นผู้นำในตลาดรวมอุปกรณ์ดับเพลิงและระบบออกแบบติดตั้งระบบดับเพลิงในไทย ซึ่งคาดว่าในปี 2559 จะสร้างรายได้รวม 850 ล้านบาท เติบโต 10% และในปี 2560 จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมั่นใจในอีก 3 ปีข้างหน้าจะสร้างรายได้สู่ระดับ 1,000 ล้านบาท