ปรับโฉมโอท็อปร้านประชารัฐ

วันที่ 28 ม.ค. 2559 เวลา 07:09 น.
ปรับโฉมโอท็อปร้านประชารัฐ
สสว.ร่วมมือทีซีดีซี ปั้นโอท็อป เอสเอ็มอี เข้าร้านประชารัฐ ดันสินค้าไทย เด่นเท่าโอท็อปญี่ปุ่น

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า แผนงานของ สสว.ในปี 2559 ได้ร่วมมือกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี (TCDC) มาร่วมพัฒนารูปแบบสินค้าของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน สินค้าโอท็อป และผู้ประกอบการเอสเอ็ม อีที่จะเข้ามาจำหน่ายสินค้าใน โครงการร้านประชารัฐสุขใจ เพื่อให้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) และออกแบบสินค้าใหม่ ให้โดดเด่น ขยายตลาด เพิ่มยอดขาย โดยจะเปิดให้บริการเดือน เม.ย. 2559

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายจะทำให้ร้านประชารัฐสุขใจกลายเป็นจุดจำหน่ายสินค้าชื่อดัง เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่มีจุดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองในจังหวัดต่างๆ โดยการเปิดร้านประชารัฐสุขใจจำนวน 148 แห่ง จะอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. หากผลตอบรับดีก็อาจขยายเพิ่มไปในสถานีบริการน้ำมันของผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งงบการทำโครงการของ สสว. อยู่ที่ 200 ล้านบาท เวลา 3 ปี ส่งผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีประชาชน ที่เกี่ยวข้องในโครงการกว่า 1 แสนคน

ขณะเดียวกัน สสว.จะเดินหน้าหาแหล่งเงินทุนให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมโครงการของ สสว. โดยจะเปิดให้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีโครงการช่วยเหลือสังคม (Social Enterprise) และธนาคารของรัฐที่มีกองทุนร่วมลงทุนมาสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างนวัตกรรมและปรับปรุงสินค้า ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาในเรื่องนี้

นางสาลินี กล่าวว่า สสว.ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยเครือข่ายภาคี เพื่อร่วมสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่และให้มหาวิทยาลัยจัดงานวิจัยเป็นหมวดหมู่ ส่งผลดีให้ผู้ประกอบการนำงานวิจัยมาพัฒนาธุรกิจมากขึ้น

นอกจากนี้ สสว.จะรุกโครงการขยายตลาดผู้ประกอบการในต่างประเทศ โดยต้นเดือน ก.พ. 2559 จะนำเอสเอ็มอี 30 ราย ไปจับคู่ธุรกิจที่ประเทศอิหร่าน กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป ฮาลาล ซึ่งไปร่วมกับคณะของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการโครงการร้านประชารัฐสุขใจจะพัฒนาช่วงแรกให้สำเร็จ 500 ราย และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมอบรมกว่า 1 หมื่นราย