สายพันธุ์ใหม่ธุรกิจไทย "ล. เยาวราช"

วันที่ 18 พ.ย. 2558 เวลา 18:39 น.
สายพันธุ์ใหม่ธุรกิจไทย "ล. เยาวราช"
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

3 ปีของการเปลี่ยนโฉม ล.เยาวราช ใหม่ สู่ร้านขายสินค้าอุปโภคบริโภคบริโภคที่ล้ำสมัยและดีไซน์เด่น สามารถพลิกร้านเติบโตได้กว่าเท่าตัว และมีฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่มขึ้นอีกมาก กลายเป็น ร้านหลักที่ทุกคนต้องแวะมาเมื่อมาเยือนเยาวราช

“ภาสประภา กันยาวิริยะ” ผู้จัดการทั่วไป ร้าน ล.เยาวราช บริษัท ล.ธนวงศ์ (1997) เปิดเผยว่า หลังจากผมเข้ามาทำงานที่ร้าน จึงได้ปรับโฉมร้านใหม่หมด โดยตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับร้านหลายด้าน เพราะลูกค้าไม่ได้มองเป็นร้านขายของสินค้าอุปโภค บริโภคเท่านั้น แต่เห็นร้านเป็นแหล่งขายสินค้าของฝากด้วย ทำให้ในขณะนี้ยอดขายสินค้าหน้าร้าน หรือ ขายปลีก มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 60% ส่วนยอดขายส่ง หรือ ขายหลังร้านมีสัดส่วน 40% จากที่ผ่านมา ยอดขายหน้าร้านมีสัดส่วน 20% และยอดค้าส่งมีสัดส่วน 80%

ประการต่อมา มีฐานลูกค้าที่กว้างมากขึ้น จากเดิมลูกค้าเป็นคุณแม่อายุ 40-50 ปี ก็ได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ วัยรุ่น อายุ 20-30 ปีที่รู้จักผ่านสื่อออนไลน์และสื่อต่างๆ สนใจมาที่ร้าน และสนใจกับสินค้า จึงอยากซื้อไปทดลองดู ซึ่งเอกลักษณ์ของร้านคือ ทุกคนในร้านสามารถแนะนำสินค้าได้ทุกรายการ อีกทั้งร้านมีการทำแบรนด์ของร้านในชื่อ ล.เยาวราช ที่เน้นกลุ่มของฝาก ทั้งผลไม้แห้ง ของคาว และขนมต่างๆ จึงมีกลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าที่ร้านไปเป็นของฝากในจำนวนสูงเช่นกัน

รวมทั้งได้มีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าอย่างเป็นทางการ ที่ฝั่งธนบุรี ใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าฝั่งธนบุรี สามารถไปรับสินค้าที่ศูนย์กระจายสินค้าได้โดยตรง ไม่ต้องเดินทางมาที่ เยาวราช จึงเพิ่มความสะดวก รวมทั้งกำลังวางแผนเปิด ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ฝั่งชลบุรี เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในบริเวณดังกล่าว คาดว่าจะลงทุนและพร้อมเปิดให้บริการได้ในอีกสองปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ ยังเพิ่มจำนวนรถขนส่งสินค้าจากเดิมมี 4 คัน เป็น 12 คัน

ต่อมา ได้ขยายธุรกิจไปสู่ ไอศรีมชื่อแบรนด์ กินติม โดยเป็นรสชาติของขนมไทย มีจำนวน 33 รสชาติ อาทิ รสชาติข้าวต้มมัด ลอดช่อง ข้าวเหนียวทุเรียน และข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น โดยได้มีตัวแทนจำหน่ายแล้วในปีนี้ 4 แห่ง ส่วนในปีหน้า 2559 สนใจเปิดสาขาจำนวน 3 แห่งที่บริษัทลงทุนเอง คาดว่าจะเปิดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ซึ่งถือเป็น ธุรกิจที่บริษัทมีแบรนด์ของตัวเอง และจัดจำหน่ายเอง รวมทั้งมีบริการจัดส่งแบบ เดลิเวอรี่

แผนงานต่อไป สนใจเปิดแบรนด์ใหม่ ที่เป็นร้านรวมของฝากและของเด่นในเยาวราช โดยจะเปิดในเยาวราช คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า ส่วนร้าน ล.เยาวราช ไม่มีแผนเปิดสาขาในที่อื่น เพราะอยากให้ลูกค้าปลีก เข้ามาที่ร้านเพื่อมาเลือกซื้อสินค้าที่นี้

ภาสประภา กล่าวต่อว่า ร้านล.เยาวราช เข้าสู่ปีที่ 73 แล้ว ผลจากการปรับร้านมา 3 ปี ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจเติบโตมากขึ้นสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ส่งผลให้ทุกคนในร้านพอใจ เพราะร้านเป็นธุรกิจครอบครัว สิ่งสำคัญคือ การปรับร้านไม่ได้มุ่งแค่ให้ร้านสวยขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการปรับเพื่อส่งเสริมสิ่งที่มีอยู่ในร้านและเป็นแก่นของธุรกิจ ให้โดดเด่นมากที่สุด ทุกสินค้าในร้าน กลายเป็นน่าซื้อทั้งหมด เป็นร้านทันสมัย และมีเอกลักษณ์

“สิ่งที่ยากสุดคือ การเปลี่ยนความคิดคนในร้าน เพราะตลอดที่ผ่านมา ธุรกิจก็เติบโตดีมาตลอด 70 ปี จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องปรับร้าน แต่เราก็ต้องอธิบายถึงความจำเป็นต้องปรับร้านใหม่ ใช้เวลาพูดคุยนานถึง 1 ปีจึงเริ่มปรับร้านได้ และเริ่มปรับร้านก็ใช้เวลาเป็นปี เพราะต้องทำช่วงปิดร้านเท่านั้น คือตั้งแต่เวลา หลังสองทุ่มจนถึงหกโมงเช้า เป็นเรื่องที่ต้องอดทน แต่เป็นความรักในธุรกิจของครอบครัว มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ ทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้” ภาสประภา กล่าว

ภาสประภา กล่าวต่อว่า ตนเองเป็นทายาทรุ่นที่สี่ ที่เข้ามาบริการร้านแห่งนี้ จึงอยากสร้างร้าน ล.เยาวราชให้เติบโตมากขึ้น ส่วนทายาทธุรกิจที่กำลังเข้ามาบริหารร้าน อยากให้มองจุดแข็งและเสริมจุดแข็งของร้านให้ได้ ไม่อยากให้ปรับเพื่อเน้นความสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องปรับให้เอื้อต่อธุรกิจของร้านด้วย และสนับสนุนความเติบโตของร้านต่อไปให้ได้

ภาสประภา กล่าวทิ้งท้ายว่า ร้าน ล.เยาวราช ที่สามารถยืนหยัดต่อเนื่องมาได้กว่า 73 ปีแล้วนั้น อีกส่วนประกอบสำคัญคือ ความเป็นธุรกิจครอบครัว ที่ทุกคนพร้อมให้ความจริงใจแก่ลูกค้า แนะนำทุกเรื่อง ลูกค้าประจำจึงอยากมาที่ร้านและลูกค้าก็อยากเข้ามาต่อรองราคา รวมถึงร้านไม่ได้ขายสินค้าราคาแพง บางรายการกำไรต่ำมาก แต่อยากทำเพื่อผู้บริโภค เป็นอีกเสน่ห์ ของร้าน ที่แตกต่างจากร้านค้าทั่วไป

ล.เยาวราช เมื่อมีผู้บริหารรุ่นใหม่มาเร่งขับเคลื่อนธุรกิจ สามารถนำแนวคิดครีเอทีฟแบบใหม่ มาผสมรวมเอกลักษณ์ของร้านที่ไม่เหมือนใครและแก่นของธุรกิจของครอบครัวได้อย่างลงตัว จึงสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

แนวคิดของธุรกิจ

-ปรับร้านให้ทันสมัยและโดดเด่น-บริการที่ดีและแนะนำข้อมูลได้ครบถ้วน-มีสินค้าหลากหลายกลุ่ม