‘แตงโมเกาะสุกร’ เมืองตรัง ผลผลิตติดท็อปเทนภาคใต้

วันที่ 28 ส.ค. 2558 เวลา 12:01 น.
‘แตงโมเกาะสุกร’ เมืองตรัง ผลผลิตติดท็อปเทนภาคใต้
โดย...เมธี เมืองแก้ว

เกาะสุกรหรือเกาะหมูเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในท้องทะเลตรัง มีฐานะเป็นตำบลหนึ่งของ อ.ปะเหลียน และอยู่ห่างฝั่งเพียง 3 กิโลเมตร ประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2,600 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

บนเกาะแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 8,750 ไร่ โดยครึ่งหนึ่งจะเป็นเนื้อที่ราบ จึงถูกนำไปใช้ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะบริเวณชายหาด หมู่ 2 บ้านแหลม ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่นั้น มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายตามแนวชายหาดและมีฝนฟ้าตกตลอดช่วงฤดูกาล จึงเป็นแหล่งผลิตแตงโมที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ เนื่องจากมีเนื้อสีแดง รสหวานกรอบ เนื้อแน่น และผลโต โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 4 กิโลกรัม

ราตรี จิตรหลัง นายก อบต.เกาะสุกร บอกว่า เกาะสุกรได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตแตงโมที่มีคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ ทำให้มีการสั่งซื้อแตงโมไปขายบนฝั่งจนหมดเกลี้ยง เนื่องจากเป็นที่นิยมของผู้บริโภค สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรรายละ 5 หมื่น-1 แสนบาท หรือมีเงินสะพัดบนเกาะสุกร จากอาชีพการปลูกแตงโมปีละไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ พื้นที่ที่เหมาะต่อการปลูกแตงโมมากที่สุดก็คือ บริเวณหาดแตงโม หมู่ 2 บ้านแหลม จ.ตรัง ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่ เนื่องจากมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายตามแนวชายหาดและมีฝนฟ้าตกตลอดช่วงฤดูกาล จึงไม่จำเป็นต้องหาน้ำจืดมารด ทำให้ต้นแตงโมงอกงามได้ดี และสามารถปลูกได้ถึงปีละ 3 รุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ปลูกริมชายหาด จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุดและมีการส่งไปขายไกลถึงกรุงเทพฯ

ปัจจุบันเกษตรกรบ้านแหลม 80% ยังคงประกอบอาชีพปลูกแตงโมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยมีผลผลิตออกมาประมาณไร่ละ 1 ตันครึ่ง ซึ่งถือว่าสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ สำหรับพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ กินรี C30 ตามมาด้วยจินตหราและบางเบิด ขายส่งกิโลกรัมละ 10 บาท แต่เมื่อไปถึงฝั่งแล้วจะมีขายปลีกกิโลกรัมละ 20-25 บาท เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งสูง ทั้งการลำเลียงขึ้นลงท่าและการขนถ่ายทางเรือ

ยงยุทธ ไชยมล เลขานุการนายก อบต.เกาะสุกร ระบุว่า การปลูกแตงโมให้ได้ผลผลิตดี ควรมีระยะห่าง 2X2 เมตร ซึ่งใน 1 ไร่ จะสามารถปลูกได้ถึง 400 หลุม หลังจากนั้นแทบไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย เนื่องจากบนเกาะมีฝนตกลงมาตลอดทั้งปี รวมทั้งมีแมลงหรือศัตรูพืชรบกวนน้อย ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติ เช่น ขี้ควาย และใช้ระยะเวลาประมาณ 58-60 วัน ก็สามารถเก็บผลขายได้แล้ว