นางฟ้า ปั้นแบรนด์“รูชิตต้า”ลุยตลาดแฟชั่นแสนล้าน

  • วันที่ 18 ก.ค. 2558 เวลา 17:09 น.

นางฟ้า ปั้นแบรนด์“รูชิตต้า”ลุยตลาดแฟชั่นแสนล้าน

โดย วราภรณ์ เทียนเงิน  ประเทศไทยถือเป็นตลาดกระเป๋าที่ลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความนิยม โดยเฉพาะกระเป๋าหนังแท้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นสร้างกระเป๋าหนังแท้แบรนด์ไทย “รูชิตต้า” ฮิตติดตลาดมาเป็นเวลานานกว่า 3 ปีแล้ว

“จุฑาทิพย์ หรูจิตตวิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท รูชิตต้า อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของและผู้ก่อตั้งแบรนด์กระเป๋าหนังแท้ “รูชิตต้า” (Ruchitta) เปิดเผยว่า การทำธุรกิจกระเป๋า ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต ที่ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพจากแอร์โฮสเตส มาทำธุรกิจและสร้างแบรนด์ เพราะจากการทำงานในอาชีพ แอร์โฮสเตส พบว่ามีคนฝากซื้อกระเป๋าแบรดน์เนมต่างประเทศจำนวนมาก และมีราคาแพงมาก ประกอบกับความชอบเรื่องแฟชั่น จึงสนใจและอยากทำแบรนด์กระเป๋าของประเทศไทยขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรู้จัก

ความท้าทายจากการเริ่มต้นทำธุรกิจ คือ การสร้างแบรนด์ใหม่ ที่เริ่มจากการตัวเอง ที่ไม่ใช้คนดัง จึงต้องสร้างความแตกต่างให้กระเป๋าด้วยดีไซน์ มีซิกเนเจอร์ของกระเป๋า ที่ใช้เลข 8 พร้อมกับมุ่งให้บริการหลังการขายที่ดีแก่ลูกค้า และดูแลตลอดอายุการใช้งานของกระเป๋า รวมทั้งต้องทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจกับลูกค้าทุกคน 

“การทำธุรกิจที่ผ่านมา ที่เริ่มจากความสนใจ ต่อยอดมาจนถึง การลงมือทำ และสร้างแบรนด์ ที่ลงทุนและสร้างธุรกิจด้วยเงินทุนของตัวเองทั้งหมด เราเชื่อมั่นกับคำว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” จุฑาทิพย์ กล่าว

กระเป๋าของแบรนด์ รูชิตต้า เริ่มทำตลาดจากช่องทางสื่อออนไลน์ คือ เฟสบุ๊ค โดยคอลเลคชั่นแรกผลิตจำนวน 30 ใบ สามารถสร้างยอดขายได้หมดภายในเวลาสองสัปดาห์ จึงเกิดกระแสให้ลูกค้ารู้จัก มีลูกค้าใช้แล้วชอบจึงเกิดการบอกปากต่อปาก และมีลูกค้าที่เป็นแฟนประจำ ที่ซื้อสินค้าซ้ำ ซึ่งในปัจจุบันลูกค้าประจำประมาณ 70% มีกระเป๋าจำนวนมากกว่า 3 ใบ

เอกลักษณ์ของแบรนด์คือ เน้นออกแบบกระเป๋าทุกใบต้องสวยงาม การตัดเย็บกระเป๋าที่มีคุณภาพ และมีฟังก์ชั่นใช้งานหลากหลาย โดยการออกแบบจะใช้แนวทางศึกษาและสังเกตุว่าลูกค้าผู้หญิงชื่นชอบกระเป๋าแบบใด ทำให้มีการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

รวมทั้งวางกลยุทธ์ให้แบรนด์ เป็นกระเป๋าหนังไทยแท้ ที่มีราคาระดับปานกลาง และเป็นกระเป๋าหนังแท้มีน้ำหนักเบา เจาะกลุ่มกลุ่มลูกค้าในระดับกลาง ซึ่งลูกค้าหลักจะเป็น สาวทำงาน และกลุ่มลูกค้าแพทย์ในโรงพยาบาลต่างๆ 

“จุฑาทิพย์” กล่าวต่อว่า แผนใน 3-5 ปีนับจากนี้ เตรียมรุกขยายตลาดไปในต่างประเทศ ผ่านการร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เพื่อหาตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ โดยประเทศที่สนใจทำตลาดได้แก่ ประเทศฮ่องกง อินเดีย ญี่ปุ่น และในตะวันออกกกลาง โดยเดือน ก.ค.นี้จะไปร่วมงาน ฮ่องกงแฟชั่น วีค ที่ประเทศฮ่องกง เชื่อมั่นจะช่วยเปิดตลาดสินค้าในต่างประเทศได้

“ตลาดกระเป๋าในประเทศไทยไทยมีการแข่งขันรุนแรง เพราะมีแบรนด์กระเป๋าในประเทศเพิ่มมากขึ้น และมีแบรนด์ใหม่ที่เน้นทำตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือ การรักษาเอกลักษณ์แบรนด์ ดีไซน์ และรักษากลุ่มลูกค้าประจำให้ซื้อต่อเนื่อง พร้อมกับขยายตลาดใหม่ๆ ไปในประเทศและต่างประเทศ” จุฑาทิพย์ กล่าว

พร้อมกันนี้วางเป้าหมายภายใน 5 ปี จะสร้างสินค้าแบรนด์ไทย ให้ลูกค้าต่างชาติ รู้จักว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตกระเป๋าหนังแท้ที่มีคุณภาพ และเป็นสินค้าหลักที่ลูกค้าต่างชาติจะต้องมาซื้อเมื่อเดินทางมาประเทศไทย

สำหรับยอดขายของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา เติบโต 200% แบ่งสัดส่วน เป็น กลุ่มลูกค้าคนไทย 80-90% และลูกค้าต่างประเทศ 10-20% เป็นแบรนด์ไทย ที่กำลังเติบโต จากนักธุรกิจไทยรุ่นใหม่

หากประเมินอุตสาหกรรมแฟชั่นในประเทศไทย ตามข้อมูล ของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ระบุว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นในปีที่ผ่านมาสร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 8 แสนล้านบาท แบ่งเป็น การส่งออก 5 แสนล้านบาท และตลาดในประเทศกว่า 3.2 แสนล้านบาท ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้ายอดการส่งออกโดยเฉลี่ยช่วง 3 ปี ที่ผ่านมาประมาณ 5.30 หมื่นล้านบาทต่อปี และคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท เป็นตลาดที่โตเพิ่มขึ้นทุกปี

 แนวคิดทำธุรกิจ-สร้างกระเป๋าหนังในราคาที่ทุกคนจับต้องได้-เน้นดีไซน์สวย และมีฟังก์ชั่น-มุ่งทำตลาดผ่านออนไลน์

 

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ