อาหารไทยสุดครีเอทกับ "กะทิ"

  • วันที่ 01 มิ.ย. 2558 เวลา 20:48 น.

อาหารไทยสุดครีเอทกับ "กะทิ"

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

สุดยอดอาหารยอดนิยมระดับโลกและติดอันดับหนึ่งในสามของโลกคือ อาหารไทย โดยคนทั่วโลกต่างยกย่องในรสชาติความอร่อย แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานของอาหารไทยที่ควรเป็น ทำให้เมื่ออาหารไทยไปเปิดสาขาในต่างประเทศ ก็จะเกิดปัญหารสชาติตามมา ทำให้ หน่วยงานรัฐและเอกชน ผนึกกำลังทำโครงการสร้างอาหารไทยในชื่อ โครงการ Thai Delicious ที่จะสร้างอาหารไทยตามมาตรฐาน และเป็นรสชาติของอาหารไทยแท้จริง

“มรุต ชโลธร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาโก กรุ๊ป แอนด์ ไอ-มารุ โกลบอล และบริษัท ไทยดิลิเชียส โกลบอล เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับ ภาครัฐ และ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. รวมถึงเชฟไทย และอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญอาจารย์ไทย มาร่วมทำโครงการไทยดิลิเชียส เพื่อสร้างอาหารไทยให้มีมาตรฐานที่ถูกต้อง และยกระดับอาหารไทย ดั้งนั้น หลังจากการร่วมมือทำโครงการดังกล่าวแล้ว จึงได้สูตรมาตรฐานอาหารไทย และรวมอยู่ในร้านอาหารไทยชื่อ “กะทิ” แล้ว

“ร้านอาหารไทยกะทิ” (Kati) อยู่ในโครงการพิมาน 49 หรือ สุขุมวิท 49 ได้กำหนดให้เป็นร้านอาหารไทยสูตรมาตรฐาน ตามโครงการกำหนด โดยรวมอาหารไทยที่ขิ้นชื่อในแต่ละภูมิภาค ทั้งเมนูผัดไท ต้มยำกุ้ง เมนูไก่กอและ ข้าวซอย  เป็นต้น จึงได้รสชาติอาหารไทยต้นตำรับไทยแท้ พร้อมกับมุ่งสร้างนวัตกรรมและความเป็นครีเอทีฟให้แก่อาหารไทย

รวมทั้งมีข้าวไทยให้เลือกถึง 5 ชนิด ทั้งข้าวกล้อง ข้าวหอมมะลิ และข้าวหอมนิล เป็นต้น เพื่อร่วมสนับสนุนข้าวไทย ส่วนเมนูขนมหวานและเครื่องดื่ม ก็ใส่ไอเดียออกแบบใหม่หมด ทั้งน้ำแข็งใสชาไทย กรานิต้ากล้วยเชื่อม และเบียร์มะม่วง ที่มีเป็นครั้งแรกในโลก ส่วนเมนูการออกแบบจานอย่างโดดเด่น และไม่เหมือนใคร ทั้งการตกแต่งและจัดวางอาหาร และภาชนะ

พร้อมกับเลือกแต่งร้านอาหาร กะทิ ให้เป็นร้าน ไลฟ์สไตล์ไทยอาหารไทย (Lifestyle Meal) ให้บรรยากาศแบบใหม่ผสมกับความเป็นไทยรวมถึงความเป็นไทยที่แฝงชนบทไว้ในร้าน ส่วนวัตถุดิบก็เลือกคุณภาพสูง และเป็นวัตถุดิบที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมทั้งในร้านก็ไม่มีการใส่ผงชูรสในอาหาร

“มรุต” กล่าวต่อว่า  ร้านอาหารกะทิ วางเป้าหมายจะสร้างแบรนด์ให้ติดอันดับต้นๆ ในประเทศไทยและในโลก รวมทั้งพร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาร่วมทุนเพื่อขยายร้านทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยร้านแห่งนี้ จะเปรียบเสมือน ครัวกลาง ในการสร้างวัตถุดิบต่างๆ ในการปรุงอาหาร ดังนั้น ผู้สนใจเปิดร้านอาหารไทยจะไม่มีปัญหาทั้งเรื่อง การปรุง และคัดเลือกวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งคาดว่าในปี 2559 สนใจเปิดร้านอาหารต่างประเทศ

“โอกาสของร้านอาหารไทยมีอีกมากในตลาดโลก เพราะอาหารไทยติดอันดับหนึ่งในสามของอาหารยอดนิยมในโลก และความนิยมของอาหารไทยมีมากขึ้น ประกอบกับอาหารไทยที่มีอยู่ในต่างประเทศจำนวนมาก ยังไม่ได้ตามสูตรและรสชาติของอาหารไทย ทำให้ร้านอาหารไทยเกิดปัญหารสชาติที่ผิดเพี้ยนไป ทำให้ภาครัฐ มีแนวคิดอยากสร้างอาหารไทยที่มีมาตรฐานอาหารไทยแท้ และร้านกะทิ ก็จะร่วมสร้างมาตรฐานอาหารไทยในตลาดโลก”มรุต กล่าว

สำหรับ ร้านกะทิและโครงการ Thai Delicious ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยได้เริ่มเปิดให้บริการแก่ลูกค้าประมาณเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว เริ่มช่องทางทำตลาดผ่านออนไลน์ และเฟสบุ๊ค เป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่ได้แข่งขันกับแบรนด์ใด และเชื่อว่า ผลการดำเนินงานในปีแรกจะขยายตัวได้อย่างน่าพอใจ และระยะยาวจะสามารถสร้างแบรนด์ได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งแบรนด์ กะทิ จะเปิดสาขาได้ทั่วโลก

ถือว่า เป็น ร้านอาหารไทย น้องใหม่ในประเทศ “กะทิ” แต่อีกไม่นาน แบรนด์นี้ จะสร้างชื่อเสียง ร้านอาหารไทย ที่ผสมทั้งอาหารไทยต้นตำรับมาตรฐาน Thai Delicious และการคิดค้นเมนูใหม่ๆ ให้แก่อาหารไทย มาอยู่ในร้านนี้ จึงเป็น ที่สุดของร้านอาหารไทย ที่รวมไอเดียสร้างสรรค์ไว้มากสุดแห่งหนึ่ง

 

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ