ดึงเอสเอ็มอีเข้าระบบทุ่มงบพัฒนาผู้ประกอบการทั่วประเทศ

  • วันที่ 20 มี.ค. 2558 เวลา 21:20 น.

ดึงเอสเอ็มอีเข้าระบบทุ่มงบพัฒนาผู้ประกอบการทั่วประเทศ

ประยุทธ์สั่ง สสว. ดึงเอสเอ็มอีเข้าระบบอนุมัติงบกว่า 500 ล้านจัด 6 โครงการพัฒนาผู้ประกอบการทั่วประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ว่า ได้ให้นโยบายว่าให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ปรับปรุงแผนและโครงสร้างการทำงานใหม่เพื่อให้สามารถปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำฐานข้อมูลของเอสเอ็มอีให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยที่ผ่านมาข้อมูลในส่วนนี้ยังไม่เป็นระบบการนำไปใช้ประโยชน์ของส่วนต่างๆก็ยังมีสัดส่วนน้อย                 นอกจากนี้ยังให้นโยบายเร่งด่วนคือให้งเร่งรัดการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยในขณะนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนกับภาครัฐเพียง 6 แสนรายเศษจากจำนวนทั้งหมด 2.8  ล้านราย ซึ่งการที่เอสเอ็มอีจำนวนมากที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน ซึ่งถ้าไม่ขึ้นทะเบียนก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือไม่มีเงินลงทุนส่งเสริม                 “อย่าไปกังวลว่ามาขึ้นทะเบียนอยู่ในระบบแล้วจะมีเรื่องภาษีต่างๆ ขึ้นทะเบียนก็เพื่อให้ส่งเสริมได้ซึ่งต้องแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่เอสเอ็มอีระยะเริ่มต้น เอสเอ็มอีที่ขยายธุรกิจในประเทศ เอสเอ็มอีที่ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ และอีกกลุ่มก็คือกลุ่มที่ต้องได้รับการฟื้นฟูกิจการ แต่ช่วงแรกๆ ก็จะให้การส่งเสริมกับกลุ่มที่ดีอยู่แล้วก่อนเพื่อให้แข่งขันได้มีนวัตกรรมที่จะออกไปแข่งขันภายนอกประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว                นางสาววิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการและรักษาราชการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า ว่าที่ประชุมฯ ได้อนุมัติและจัดสรรเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อดำเนินโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ส่งเสริมเอสเอ็มอี ระยะเร่งด่วน ปี 2558 เพิ่มเติม และโครงการตามนโยบายขับเคลื่อน เอสเอ็มอีของรัฐบาล 5 โครงการ วงเงิน 261.9 ล้านบาท พร้อมทั้งเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการสร้างเครือข่าย เอสเอ็มอี 18 กลุ่มจังหวัดอีก 309.7ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 571.6 ล้านบาท                สำหรับโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเป็นงานสนับสนุนการจัดทำนโยบายและแผนการส่งเสริมเอสเอ็มอีที่สำคัญ และเป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนายกระดับเอสเอ็มอี ให้สามารถเติบโตได้ตามศักยภาพ ประกอบด้วย 1.โครงการจัดทกฐานข้อมูลเอสเอ็มอี แห่งชาติ ลงทุน 40 ล้านบาท เป็นการจัดการระบบฐานข้อมูลเอสเอ็มอีของประเทศ ให้อยู่ในรูปแบบ Business Intelligence (BI) โดยบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลกบหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีข้อมูลของเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 2ล้านราย ทั่วประเททศ                 2.โครงการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี วงเงิน 42 ล้านบาท ซึ่งเป็นการออกแบบการขึ้นทะเบียนและกำหนดสิทธิประโยชน์ให้กับเอสเอ็มอีที่ขึ้นทะเบียนโดยกำหนดเป้าหมายขี้นทะเบียนให้ได้ไม่น้อยกว่า 100,000 รายในปีแรกนี้                 3.โครงการสนับสนุนและพัฒนาเอสเอ็มอี ที่ศักยภาพสูง (SME National Champion) วงเงิน 60 ล้านบาท โดยการคัดเลือก เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพทั่วประเทศ เข้ารับการประเมินในระบบ SCoring และทำการส่งเสริมให้เติบโตแบบก้าวกระโดดผ่านการให้ความช่วยเหลือแบบ ฟาสแทร็ค เพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสามารถผลักดันสินค้าออกสู่สากลและเป็นผู้สร้างนวตกรรมใหม่ให้กับประเทศ                 4.การจัดตั้งศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีควบวงจรในรูปแบบ วันสต๊อปเซอร์วิส เซ็นเตอร์ วงเงิน 32.9 ล้านบาท ที่สามารถให้บริการข้อมูลรอบด้าน บริการที่ปรึกษาแนะนะ รวมถึงการฝึกอบรมที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ                 5.โครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) วงเงิน 87 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการเร่งด่วนตามนโยบายขับเคลื่อนการส่งเสริมเอสเอ็มอี เพื่อสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดการจัดองค์ความรู้ธุรกิจเอสเอ็มอี ในภูมิภาค โดยการคัดเลือกผู้ประกอบการจาก 3ประเภท คือ กลุ่มที่เริ่มดำเนินธุรกิจ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในการตลาด และกลุ่มที่ล้มลุกคลุกคลาน โดยจะเลือกจังหวัดละ2ราย รวม 144 รายนำเข้าสู่กระบวนการพัฒนาของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการวินิจฉัยจุดอ่อนจุดแข็ง จัดทำการฝึกอบรม กิจกรรมส่งเสริมการตลาดและอื่นๆ                นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบโครงการสนับสนุนเครือข่ายเอสเอ็มอี 18 กลุ่มจังหวัด วงเงิน 309.7 ล้านบาท เป็นการพัฒนาตามระดับศักยภาพ สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของเครือข่ายเอสเอ็มอี (คัสเตอร์) ระดับพื้นที่จำนวน 54 เครือข่าย ให้ม่ีความเข้มแข็งเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมดำเนินการ 9 หน่วยงาน ได้ กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมหม่อมไหม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่แห่งชาติ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) คาดว่า จะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ประโยชน์ไม่น้อยกว่า 10,000ราย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ