ปลุกตลาด ร่มบ่อสร้าง เชียงใหม่

วันที่ 19 ส.ค. 2557 เวลา 13:52 น.
ปลุกตลาด ร่มบ่อสร้าง เชียงใหม่
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

สุดยอดสินค้าชื่อดังของภาคเหนือ คือ ร่มบ่อสร้าง จาก จ.เชียงใหม่ ที่มีอายุสืบทอดการทำร่มจากภูมิปัญญาชาวบ้านมากว่า 200 ปีแล้ว กำลังเข้าสู่ยุคเรืองรองอีกครั้ง จากการนำเทคโนโลยี ไปเป็นส่วนผสมในการสร้าง ร่มนาโนเทคโนโลยี ครั้งแรกในโลก

“น.ส.กัณณิกา บัวจีน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์ทำร่ม ศูนย์อุตสาหกรรมทำร่ม จ.เชียงใหม่ เจ้าของ “ร่มบ่อสร้าง” ชื่อดังในภาคเหนือ เปิดเผยถึง แผนการทำร่มบ่อสร้างในระยะต่อไปว่า จะมุ่งนำนาโนเทคโนโลยี เข้ามาใช้ร่วมกับการทำร่ม แบบงานฝีมือ (แฮนด์เมด) ส่งผลดีให้ร่มมีมูลค่าสูงขึ้น ขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศได้มากอีกทวีคูณ

การนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้ผลิตร่มบ่อสร้างในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือกับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. ) ช่วยให้การเคลือบร่มด้วยนาโนเทค ซึ่งได้เริ่มทดลองกับร่มบ่อสร้างแล้ว พบว่า ทำให้ขั้นตอนการผลิตร่ม ลดระยะเวลาเหลือเพียง 2 วัน จากเดิมร่มต้องผลิตนาน 5 วัน ร่มมีน้ำหนักเบาขึ้น 20%

ร่มบ่อสร้างนาโนเทค ยังทำให้ร่มมีคุณสมบัติป้องกันน้ำ มีกลิ่นหอม ป้องกันเชื้อโรคแบคทีเรีย มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น อีกทั้งสำคัญคือ เมื่อการทำร่มมีระยะเวลาที่สั้นลงเหลือ 2 วัน ก็ทำให้การใช้แรงงานมีจำนวนน้อยลง ค่าแรงงานที่ต้องจ่ายก็ลดลงตามไปด้วย อาจทำให้ ร่ม มีแนวโน้มราคาถูกลง ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องต้นทุนการผลิต และขั้นตอนการผลิตต่างๆ เพื่อกำหนดราคาให้ชัดเจน

ทั้งนี้มีแผนเปิดตัว ร่มบ่อสร้างนาโนเทค เข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีนี้ โดยจะทำตลาดทั้งในประเทศที่ จ.เชียงใหม่ และส่งออกไปต่างประเทศ เชื่อว่า จะส่งผลดีให้ตลาดร่มเชียงใหม่กลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง จากที่ผ่านมา ร่มบ่อสร้างอยู่ในภาวะทรงตัว

ขณะที่แผนกระตุ้นตลาดร่มบ่อสร้าง จ.เชียงใหม่ ให้กลับมาเป็นสินค้ายอดนิยมของคนไทยและต่างชาตินั้น จะมุ่งทำให้ร่มเป็นสินค้าที่มีเทคโนโลยี ใช้งานได้ง่าย เพราะที่ผ่านมา ลูกค้าจะบอกปัญหาเรื่องการพกพา และการนำไปใช้ในสถานที่ต่างๆ เชื่อมั่นว่า หากสามารถปรับการผลิตร่มได้ใหม่แล้ว เชื่อว่า จะทำให้คนรุ่นใหม่และคนไทยทุกคน หันมาสนใจใช้ร่มไทยเพิ่มขึ้น สร้างตลาดร่มบ่อสร้างให้กลับมาเฟื่องฟูได้อีกครั้ง

กัณณิกา กล่าวย้ำว่า การทำให้คนไทยหันมาใช้ร่มไทยมากขึ้นนั้น เป็นเรื่องสำคัญ เพราะร่มบ่อสร้างที่ผลิตทุกขั้นตอน มาจากงานฝีมือจากชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุ 50 ปี เป็นสินค้าที่มีวัฒนธรรม จึงต้องกระตุ้นให้คนไทยใช้ร่มไทย ไม่ให้สินค้าไทยเลือนหายไป เพราะในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ร่มไทย ถูกสินค้าร่มพลาสติก จากประเทศจีนเข้ามาแย่งตลาดจำนวนมาก

“ตอนนี้เรื่องที่น่าห่วงคือ ผู้ผลิต ร่มบ่อสร้าง ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 50 ปี ที่สนใจทำร่ม ส่วนคนรุ่นใหม่ไม่สนใจมาทำอาชีพผลิตร่ม เพราะส่วนใหญ่จะทำงานอุตสาหกรรมมากกว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าห่วง ทั้งที่ร่มบ่อสร้าง เป็นภูมิปัญญาที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นพ่อ รุ่นแม่ สู่รุ่นลูกได้”กัณณิกา กล่าว

นอกจากการมุ่งพัฒนาร่มให้มีเทคโนโลยีทันสมัยแล้ว ยังได้พัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งโคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน และของที่ระลึกต่างๆ เพื่อขยายธุรกิจให้มีสินค้าหลากหลาย และการต่อยอดสินค้าใหม่ ยังช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อีกทั้งสามารถนำนาโนเทค มาใช้กับสินค้าโคมไฟ ช่วยให้โคมไฟ ป้องกันการติดไฟได้มากขึ้น

ในปัจจุบันลูกค้าหลักที่เข้ามาเยี่ยมชม ร่มบ่อสร้าง เป็นลูกค้าชาวเอเชียมากสุด รองลงมา ยุโรป เข้ามาชมศูนย์ผลิตร่ม และเลือกซื้อสินค้า ซึ่งจำนวนลูกค้าวันธรรมดา มีประมาณ 200-300 วัน ส่วนช่วงฤดูการท่องเที่ยว จะสูงถึง 3,000 คนต่อวัน ส่วนขนาดร่มที่ขายดีมากสุด จะมีขนาด 86 เซนติเมตร ลูกค้ามีทั้งซื้อไปใช้เอง และซื้อเป็นของฝาก โดยเฉลี่ยจะซื้อสินค้าจำนวน 1-3 ชิ้น

กำลังการผลิตสินค้าในปัจจุบันอยู่ที่ 500,000 ชิ้นต่อปีในร่มทุกขนาด โดยได้ส่งออกสินค้าไปในประเทศ สหรัฐ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน ซึ่งการส่งออกหลักจะเป็น ร่มขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า ร่มสนาม ขนาด 2 เมตร ที่มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) ต้องการนำร่มไปใช้ในโรงแรม หรือบ้านพักต่างๆ ทำให้การส่งออกเติบโตทุกปี ขณะเดียวกัน ร่มบ่อสร้าง เป็นสินค้าสีเขียว หรือ กรีนโปรดักส์ ส่งผลดีให้ลูกค้าต่างชาติชื่นชอบสูง

ส่วนการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น มั่นใจว่า ร่มไทยสามารถแข่งขันได้ เพราะการผลิตมีเทคโนโลยีสูงกว่าประเทศอื่น มีความเอกลักษณ์สินค้าโดดเด่น แม้ว่าในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว จะมีร่มผลิตในรูปใกล้เคียงกัน อีกทั้ง การนำนาโนเทค มาใช้เป็นรายแรกในอาเซียน จะทำให้ร่มบ่อสร้าง กลายเป็นผู้นำในธุรกิจร่มแฮนด์เมดได้เป็นอย่างดี

ซึ่งในอนาคต เมื่อนำนาโนเทค มาใช้อย่างเต็มตัวแล้ว กำลังการผลิตร่มจะสูงขึ้น 20-30% หรืออยู่ที่ 700,000 ชิ้นต่อปีในอนาคตอันใกล้ และเชื่อมั่นว่าคนรุ่นใหม่ และคนไทย จะต้องกลับมาใช้ร่มไทยมากขึ้น จนสร้างเทรนด์ใหม่ “คนไทย ฮิตใช้ร่มบ่อสร้าง” ไม่ให้คิดว่าเป็นเพียงสินค้าของฝากเท่านั้น ส่วนเป้าหมายระยะยาว อยากให้ จ.เชียงใหม่ บริเวณ อ.บ่อสร้าง เป็นถนนวัฒนธรรม และได้รับการจัดอันดับ เมืองมรดกโลก ของ ยูเนสโก

“หัวใจของการทำร่มบ่อสร้างอยู่ที่ โครงร่ม ที่ทำจากไม้ไผ่ มีการถ่ายทอดจิตวิญญาณของร่ม อยู่ในโครงร่ม ที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปีแล้ว”กัณณิกา กล่าว

“ร่มบ่อสร้าง” กำลังก้าวสู่ นวัตกรรมใหม่ ของร่มไทยไปอีกขึ้น ได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาไทยให้โดดเด่นสูงสุด อีกไม่นาน กระแสการใช้ ร่มไทย ที่มีความสวยงามและการผลิตแบบแฮนด์เมด แสนประณีต จะกลับมาคึกคักในตลาดไทยอีกครั้ง