ธุรกิจแฟรนไชส์ปี 57โตแรง10%

  • วันที่ 10 เม.ย. 2557 เวลา 12:03 น.

ธุรกิจแฟรนไชส์ปี 57โตแรง10%

ธุรกิจแฟรนไชส์ปี 57โตแรง10%มูลค่าพุ่งทะลุ 220,000 ล้านบาท คนทำงานเลือกเปิดธุรกิจที่มีแบรนด์

นายพีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง ในฐานะ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้ภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์มีความคึกคักและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ โดยคาดว่าจะมีบริษัทที่เปิดให้ลงทุนแฟรนไชส์เพิ่มเป็น 500 บริษัท เติบโต 10% จากปีก่อน คนที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์จะมีจำนวน 3,000-5,000 คน เพิ่มขึ้น 5-8% และมูลค่าของธุรกิจแฟรนไชส์และการซื้อขายธุรกิจรวมจะสูงถึง 220,000 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน

ทั้งนี้ธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศปีนี้กลับมาโตได้ดีอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้คนลงทุน จะเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีระบบและมีมาตรฐาน มีแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก จึงไม่เลือกเปิดธุรกิจใหม่ เพราะมีความเสี่ยงสูง ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีข้อยุตินั้น ไม่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุน เป็นผลมาจากผู้บริโภคเริ่มชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ตัดสินใจกลับมาลงทุนเปิดธุรกิจในปีนี้ โดยคนที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานบริษัท ผู้จัดการบริษัทระดับล่างและระดับกลาง

สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ในปีนี้ที่จะเติบโตและมาแรงได้แก่ ธุรกิจอาหาร เพราะอาหารมีความจำเป็นต่อผู้บริโภค รองลงมา ธุรกิจบริการในด้านต่างๆ ทั้งบริการรถเช่า บริการล้างรถ ซ่อมบำรุงรถ ธุรกิจซักเสื้อผ้าและรีดผ้า ธุรกิจโรงแรม เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ยังมีแฟรนไชส์แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มอาหาร และเสื้อผ้า เตรียมเข้ามาเปิดธุรกิจในไทยจำนวนมาก รองลงมา ประเทศเกาหลีใต้ ที่มีแฟรนไชส์กลุ่มอาหาร และเครื่องสำอาง ประเทศสหรัฐ ที่มีกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม มีแผนเปิดมาขยายธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยเช่นกัน เพราะมีความเชื่อมั่นกับประเทศไทยที่ตลาดยังเติบโตได้ดีอยู่ และผู้ที่ต้องการลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์ยังมีจำนวนสูง นอกจากนี้ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยบางกลุ่ม ยังไม่มีระบบที่ดีมากนัก

อย่างไรก็ตาม ในปีก่อนตลาดรวมธุรกิจแฟรนไชส์ ติดลบ 8% โดยมีบริษัทแฟรนไชส์จำนวน 368 บริษัท และมีบริษัทเลิกการทำธุรกิจในปีก่อนจำนวน 136 บริษัท ส่วนในปี 2555 มีบริษัทแฟรนไชส์จำนวน 504 บริษัท โดยแฟรนไชส์ที่เลิกทำกิจการในปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นแฟรนไชส์ขนาดเล็ก ที่ไม่มีความแข็งแกร่งและใช้เงินลงทุนต่ำในระดับ 10,000-100,000 บาท รวมทั้งผู้ลงทุนไม่มีความรู้อย่างแท้จริง ส่งผลให้ธุรกิจประสบปัญหาขาดทุนและต้องปิดกิจการ

พร้อมกันนี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจใหม่ด้วยการเปิดให้คำปรึกษาด้านการลงทุนให้แก่ นักลงทุนไทยที่ต้องการเลือกแฟรนไชส์ที่จะลงทุน เพื่อให้คนที่เข้ามาลงทุนมีความรู้ และสามารถเลือกธุรกิจที่ต้องการลงทุนได้อย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมา คนที่ต้องการเข้ามาลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์จะไม่มีความรู้ รวมทั้งได้จัดงานสัมมนา ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยในชื่อ “เถ้าแก่ตัวจริง ลงทุนกับแฟรนไชส์ให้สำเร็จ” ขึ้นในวันที่ 16 พ.ค., 19 มิ.ย. และ 17 ก.ค. จัดขึ้นที่ ห้องปรระชุมธนาคารกสิกรไทยชั้น 2 อาคารจามจุรีสแควร์ เพื่อแนะนำการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ให้แก่ประชาชนที่สนใจ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ