สาวญี่ปุ่นหัวใจไทยเปิดแบรนด์"Motty"รุกทั่วโลก

วันที่ 19 ก.พ. 2557 เวลา 20:02 น.
สาวญี่ปุ่นหัวใจไทยเปิดแบรนด์"Motty"รุกทั่วโลก
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

จากจุดเริ่มต้นที่มาจากความชอบ ก่อนกลายเป็น ความมุ่งมั่น จนถึงการเข้าไปศึกษาเรียนรู้ ออกมาเป็น ธุรกิจใหม่ เครื่องประดับ และของแต่งตัว ที่ใช้ส่วนผสมชองงานดีไซน์จากผ้าชาวเขา ในภาคเหนือ ที่มีความงดงาม ผสมจากไอเดียการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ของ สาวญี่ปุ่นคนนี้ “โมโตโกะ ทากีซาวา” ดีไซเนอร์ และเจ้าของแบรนด์ Motty (มดตี้)

“โมโตโกะ ทากีซาวา” เจ้าของและดีไซเนอร์ แบรนด์ Motty เปิดเผยว่า การทำแบรนด์เครื่องประดับ และของตกแต่งกาย ที่ใช้ส่วนผสมจากผ้าของชาวเขาเผ่าม้ง เผ่าแม้ว ในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งจาก จ.เชียงใหม่ และเชียงราย โดยชาวเขาได้ผลิตสินค้าผ้าทอ และของใช้ต่างๆ อยู่แล้ว จึงสนใจ ปรับรูปแบบนำผ้าของชาวเขามา เป็นส่วนผสมของงานเครื่องประดับแต่ละชิ้น

จุดเด่นของผ้าชาวเขาคือ ความสวยงาม และมีลวดลายเฉพาะตัว ดังนั้นเมื่อดีไซน์ใหม่แล้วจึงได้ผลิตภัณฑ์โฉมใหม่ที่มีความโดดเด่น สีสันสดใส รวมถึงสินค้าแต่ละชิ้นจะออกแบบเองทั้งหมด ในปัจจุบัน มีสินค้าทั้ง ต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ที่รัดผม และที่คาดผม เป็นต้น ใช้วัตถุต่างๆ ในประเทศไทยทั้งหมด

ขณะเดียวกัน การเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่นั้น ช่องทางทำตลาดที่ดีสุด และมีต้นทุนต่ำสุดคือ ออนไลน์ จึงได้เปิดตัวเว็บไซด์ www.mottyjapan.com เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น ที่ชื่นชอบสินค้าจากชาวเขาสูงมาก และที่สำคัญ ยังชอบสินค้าที่มีรูปแบบใหม่ ไม่ซ้ำใคร มีความทันสมัย สวมใส่ได้ทุกโอกาส ดังนั้นจากการเริ่มทำตลาดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น และสามารถนำสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในห้างที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้ โดยได้วางจำหน่ายในร้าน บีมส์ ยูไนเต็ด แอร์โรว์ (Beams United Arrows) ที่เป็นร้านชื่อดังมากของญี่ปุ่น เน้นนำสินค้าที่มีความพิเศษ และมีจำนวนสินค้าน้อยชิ้นไปจำหน่าย ถือว่า การสร้างแบรนด์ในระยะแรกสามารถทำให้ลูกค้าชาวญี่ปุ่นรู้จักได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ในปีนี้จะรุกทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น และมีแผนขยายกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย ครอบคลุมไปจนถึงของใช้อย่างกระเป๋า รวมทั้ง จะมีกลุ่มสินค้าที่ให้ลูกค้า นำไปตกแต่งและประดับเป็นของใช้ หรือเครื่องประดับใหม่ได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ สนใจไปร่วมงานแสดงสินค้าของขวัญและสินค้าไลฟ์สไตล์ (BIG&BIH) เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น ทั้งกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติในประเทศอื่นๆ ส่วนการเปิดตัวสินค้าคอลเลคชั่นใหม่จะมีจำนวน 2 แบบต่อปี ส่วนกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็น ผู้หญิง ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ขณะที่ราคาสินค้า เริ่มต้นที่ 550 บาท ของสินค้าต่างหู และราคาสูงสุด 1,700 บาท

อุปสรรคสำคัญของการสร้างแบรนด์คือ เรื่องภาษาที่ต้องสื่อสารกับลูกค้า และกลุ่มพนักงานที่จ้างให้ผลิตสินค้า เพราะต้องสื่อสารให้เข้าใจตรงกันว่า การผลิตสินค้าแต่ละชิ้นต้องมีสี รูปแบบ และใช้ส่วนผสม ตามแบบที่ระบุไว้ทุกอย่าง นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายจากการเรียนออกแบบ  เพราะตนเองเรียนจบมาทางด้านการส่งออก ดังนั้น ต้องเริ่มทุกอย่างด้วยใจ และความมุ่งมั่น พร้อมกับมุ่งพัฒนาออกแบบ และศึกษาเรียนรู้ต่อเนื่อง ทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้เสมอ

“แม้ว่าตนเองจะพูดภาษาไทยได้ เพราะอยู่เมืองไทยมานาน แต่บางครั้งก็อาจเข้าใจไม่ตรงกันได้ แต่มีแฟนคนไทย คุณมิ่งขวัญ มาช่วยเรื่องการสื่อสารภาษาไทยต่างๆ รวมทั้งยังได้ไปเรียนคอร์สการออกแบบจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และเข้าร่วมโครงการของ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ ทีซีดีซี ส่งผลดีต่อการพัฒนาและออกแบบต่างๆ”โมโตโกะ กล่าว

ทางด้านการแข่งขันในตลาดเครื่องประดับ ของตกแต่ง ของใช้ จากชาวเขานั้น พบว่า มีผู้ส่งออกสินค้าเครื่องประดับชาวเขาไปประเทศญี่ปุ่นหลายบริษัท แต่ยังไม่มีสินค้าที่มีดีไซน์ในรูปแบบเดียวกัน Motty ดังนั้น การใช้งานดีไซน์สินค้าที่มีเอกลักษณ์ มีความเป็นแฟชั่นที่ล้ำสมัย จึงกลายเป็น จุดแข็งแกร่งของแบรนด์ จะช่วยให้ลูกค้าจดจำสินค้าได้เป็นอย่างดี

“ในช่วง 11 ปีก่อนหน้า มาประเทศไทยครั้งแรก เพื่อท่องเที่ยว และเมื่อมาท่องเที่ยวแล้ว ก็เริ่มอยากเรียนรู้ ศึกษาภาษาไทย และอยากทำงานในไทย ก่อนอยู่ยาวจนถึงปัจจุบัน และแม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมีการชุมนุมการเมือง ก็จะอยู่ไทยต่อไป เพราะชื่นชอบประเทศไทย และอยากสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งมากขึ้น” โมโตโกะ กล่าว

“โมโตโกะ” กล่าวต่อว่า เชื่อมั่นว่า สินค้าเครื่องประดับจากงานฝีมือ (แฮนด์เมด) ที่มีเอกลักษณ์การดีไซน์เฉพาะตัวผสมกับจุดเด่น ผ้าทอชาวเขาที่สวยงาม มีโอกาสจะขยายตลาดไปยังลูกค้าทั่วโลก และระยะยาว ก็สนใจเปิด ช้อปของแบรนด์ Motty ในประเทศไทย และตั้งเป้าหมายจะสร้างยอดขายเติบโตปีละ10-20%