หอการค้าถกพท.อัดรับจำนำข้าว

วันที่ 22 มิ.ย. 2554 เวลา 15:34 น.
หอการค้าหารือทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เสนอลดความเหลือล้ำ ขจัดคอร์รัปชั่น พร้อมจวกนโยบายจำนำราคาข้าว และเตือนอย่าหลงแผนงานสวยหรู ต้องดูที่การปฏิบัติ

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ว่า หอการค้าต้องการให้รัฐบาลมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีเป้าหมายในการดำเนินงาน วางกรอบการพัฒนาประเทศในระยะ 5-10ปี เพื่อให้เอกชนสามารถวางแผนให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลได้ โดยสิ่งที่เอกชนต้องการ คือ ให้รัฐบาลมุ่งต่อต้านการคอร์รัปชั่น และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยการปรับโครงสร้างในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศ

รวมทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เนื่องจากต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ไม่ได้ ขณะเดียวกันสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องปรับรูปแบบการให้สิทธิประโยชน์ โดยการเลือกสนับสนุนอุตสาหกรรมทั้งคลัสเตอร์ และต้องยกเลิกบางอุตสาหกรรมที่ไม่จำเป็นต้องให้การส่งเสริมแล้ว เพื่อให้ไทยมุ่งไปสู่การเป็นผู้นำของอาเซียน

“จากที่ฟังมานโยบายของพรรคการเมืองดี ฟังสวยหรู แต่การนำไปสู่การปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการทำงานต้องวัดกันด้วยการกระทำ ต้องทำให้สอดคล้องกับแผนที่วางไว้ และต้องวางแผนป้องกันโอกาสที่จะเกิดการคอร์รัปชั่นในแผนงานด้วย อย่าไปหลงกับแผนที่สวยหรู” นายดุสิต กล่าว

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า นโยบายการรับจำนำข้าว ทางพรรคการเมืองยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่าจะทำอย่างไร และหากใช้นโยบายดังกล่าวแล้วจะมีมาตรการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกได้อย่างไร เพราะเมื่อราคาถูกดันขึ้นสูงทั้งระบบ ข้าวไทยจะมีราคาอยู่ที่ระดับ 850 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ข้าวหอมมะลิที่จะรับจำนำอยู่ที่ 2 หมื่นบาทต่อตัน ราคาก็อยู่ที่ 1,500 เหรียญสหรัฐ ซึ่งแพงมากและจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกโดยตรง ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคการเมืองให้คำตอบไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร และผู้ส่งออกไม่ได้ต้องการสินเชื่อ เพราะข้าวขายไม่ได้จะเอาสินเชื่อมาทำอะไร

นอกจากนี้ ระบบจำนำยังมีช่องว่างเยอะ จึงต้องจับดูให้ดีเรื่องการระบายข้าวสต๊อกรัฐด้วย ว่าจะมีการขายข้าวราคาถูกให้ผู้ส่งออกบางรายหรือไม่ เพราะเชื่อว่าในระดับราคาสูงแบบนี้ถ้าแข่งขันในตลาดข้าวขายไม่ได้แน่นอน

“นักการเมืองลืมดูไปว่าสินค้าอาหารเป็นสินค้าทดแทนได้ ถ้าราคาแพงผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปกินอย่างอื่นแทน ทำให้เราเป็นกังวล หากเสียตลาดไปแล้ว ก็เอากลับคืนมายาก” นายชูเกียรติ กล่าว

นายโอฬาร ไชยประวัติ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยสอดคล้องกับเอกชนอยู่แล้ว คือ การลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน  โดยตั้งเป้าหมายจะลดความเหลื่อล้ำให้ได้ภายใน 5 ปี โดยการกระจายรายได้ไปยังทุกกลุ่ม เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับอำเภอ เพื่อให้การพัฒนาลงไปถึงรากฐาน ส่วนเรื่องการดูแลราคาสินค้า หากได้เป็นรัฐบาลจะวางแนวทางราคาสินค้าทั้งหมดของประเทศ เพราะสินค้าหลายตัวเกี่ยวข้องกับชาวบ้าน

ส่วนนโยบายการจำนำราคาข้าวเข้าใจปัญหาของผู้ส่งออกแต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวนาด้วย และไทยจะมีรายได้มากขึ้นจากจากการส่งออกข้าวที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าจะมีผู้ส่งออกที่สามารถส่งออกข้าวได้อย่างแน่นอน ส่วนเอกชนที่ต้องการความช่วยเหลือก็ให้แจ้งมาว่าจะต้องทำอย่างไร