หอการค้าแนะรัฐบาลใหม่เร่งแก้ทุจริต

วันที่ 15 มิ.ย. 2554 เวลา 15:06 น.
“อภิสิทธิ์” หอบแกนนำ ปชป. พบสภาหอการค้า ยันเป็นรัฐบาล สร้างเศรษฐกิจมั่นคง ด้านเอกชนเสนอเร่งแก้ทุจริต

เมื่อเวลา 12.00  น. ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ นายเกียรติ สิทธีอมร ผู้แทนการค้าไทย นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น ได้เดินทางมาพบปะหารือและชี้แจงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ กับหอการค้าไทยและสภาหอการกค้าแห่งประเทศไทย โดยมีนายดุสิต นนทะนาคร  ประธานกรรมการและกรรมการ ให้การต้อนรับและร่วมรับฟังการชี้แจง

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวขอคุณภาคเอกชนและหอการค้า ที่ให้ความร่วมมือในการทำงานกับรัฐบาลมาโดยตลอด โดบเฉพาะเรื่ องการวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง  กรอ.จังหวัด แผนปฏิรูปประเทศไทย และการต่อต้านคอร์รัปชั่น  นโยบายเหล่านี้รัฐบาลจะเดินหน้าสานต่อทำงานอย่างเต็มที่ หากได้กลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าจะทำให้เศรษฐกิจมีความมั่นคง มีเสถียรภาพ รักษาวินัยทางการเงิน การคลัง ทั้งระยะสั้น กลางและยาว ไม่เช่นนั้นจะต้องได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจมหาภาค นอกจากนั้นจะต้องทำให้ ประชาชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจเป็นธรรม เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เพิ่มศักยภาพและโอกาส รวมทั้งนำประเทศไปสู่ศูนย์กลางความมมั่นคงทางอาหารและอุตสาหกรรม ที่ไทยจะเป็นตัวเชื่อมเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย

อย่างไรก็ตามทางหอการค้าไทย ได้นำเสนอผลสรุปข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยทางหอการค้าเห็นว่าจะต้องเน้นให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ไม่ว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศมาจากพรรคการเมืองใด หอการค้าไทย สนับสนุนให้มีการดำเนินยุทธศาสตร์ใน 2 ประเด็นหลักคือ 1. การต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐานที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก และถือว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข และ 2. การลดความเหลื่อมล้ำ  ให้มีการกระจายรายได้ของประเทศ  สร้างความเสมอภาคและความสมดุลในประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปรียบเทียบแนวนโยบายประกันรายได้เกษตรกรกับโครงการรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทยว่า นโยบายประกันรายได้จะช่วยเปลี่ยนวิถีชีวิตและเอื้อต่อการเติบโตทางด้านภาคเกษตรมากกว่า แต่นโยบายรับจำนำจะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก เพราะจะมีปัญหาเรื่องต้นทุนที่ทำให้ข้าวไทยมีราคาสูงจนทำให้แข่งขันไม่ได้ รวมถึงไม่สามารถป้องกันการรับจำนำผลผลิตที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และที่สำคัญจะทำให้เกิดการทุจริตในทุกขั้นตอนได้ง่าย

ทั้งนี้ มองว่าในขณะนี้นโยบายที่พรรคเพื่อไทยเสนอมา นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ประเมินตัวเลขค่าใช้จ่ายตามนโยบายทั้งหมดของพรรคเพื่อไทยว่าอาจจะทำให้ประเทศไทยต้องขาดดุลงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท