20บาทราคาเดียวทุกสินค้า

  • วันที่ 29 พ.ค. 2554 เวลา 13:05 น.

เวลาซื้อของ พอได้ยินคำว่า 20 บาทเอง ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อได้ง่าย เพราะเห็นว่าไม่ค่อยแพง ซื้อแล้วไม่เสียดายเงิน ถือเป็นจุดขายสำคัญ

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

หลายคนเดินตลาดนัดเพื่อหาซื้อของหรือเดินฆ่าเวลา แต่สำหรับ สุพจน์ เลาหพัฒนวงศ์ ผู้บริหารบริษัท เอกดำรง มาร์เก็ตติ้ง เขาเดินตลาดนัดเพื่อหาไอเดียทำธุรกิจ

หลังจากเดินจนรองเท้าสึกไปหลายคู่ สุพจน์ พบว่า สินค้าประเภทของใช้ ในครัวเรือนราคาไม่แพง ได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วนใหญ่ผลิตจากประเทศจีนและไทย แต่ขาดสีสัน ไร้ลูกเล่นน่ารัก เฉกเช่นสไตล์ญี่ปุ่น แต่หากเลือกซื้อสินค้าญี่ปุ่นโดยตรง แน่นอนว่าก็ต้องจ่ายแพงขึ้น จึงเป็นโจทย์ว่าทำยังไงจะได้สินค้าราคาถูกในสไตล์สินค้าแบบญี่ปุ่น แล้วก็มาลงตัวที่ ร้าน “ทุกอย่าง 20 บาท”

สุพจน์ เล่าว่า เมื่อ 7 ปีก่อนหน้า มีโอกาสได้ช่วยงานคุณอา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นมาจำหน่ายในราคา 60 บาท กระทั่งได้รับช่วงต่อจึงได้รับซื้อกิจการมาเริ่มทำธุรกิจเองเต็มตัว แล้วหาช่องทางทำตลาดสินค้าที่มีราคาถูกลง ในราคา 20 บาท

เหตุผลที่ต้องการทำราคาให้ถูกลงก็เพราะเห็นว่า ลูกค้าที่เข้าร้านซื้อสินค้าญี่ปุ่น 60 บาท ก็ยังมีคำว่า “ตั้ง 60 บาท” ดังนั้นจึงเข้าไปดูว่าโรงงานที่จีนซึ่งเป็นแหล่งผลิตสินค้าส่งให้ญี่ปุ่น ก็ลองเข้าไปติดต่อให้ผลิตส่งป้อนไทยบ้าง โดยเข้าไปร่วมออกแบบสินค้า เพื่อให้ตรงกับความต้องการและนิสัยของคนไทย แล้วมาตั้งราคาขายใหม่เหลือ “ทุกอย่าง 20 บาท”

พร้อมกันนี้ สุพจน์ ยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทำธุรกิจเข้ามาลงทุนด้วยกัน โดยใช้เงินลงทุนไม่มาก เพราะสินค้าที่ขายไม่ใช่ของเน่าเสีย ขอแค่มีทุนหลักพันถึงหลักหมื่นบาท พร้อมร้านค้าหรือแผงค้าก็ใช้ได้แล้ว เพราะต้นทุนสินค้าต่อชิ้นอยู่ที่ 14 บาทเท่านั้น ขายไม่ออกก็เก็บไว้ขายได้วันต่อวัน ไม่มีหมดอายุ เพราะเป็นของใช้

“เวลาซื้อของ พอได้ยินคำว่า 20 บาทเอง ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อได้ง่าย เพราะเห็นว่าไม่ค่อยแพง ซื้อแล้วไม่เสียดายเงิน ถือเป็นจุดขายสำคัญของเรา ด้วยความรู้สึกเช่นนี้ ทำให้มีโอกาสขายมากยิ่งขึ้น”

อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าสินค้าที่ซื้อไป ผู้ลงทุนต้องยืนราคาที่ 20 บาทตลอด สามารถปรับเปลี่ยนได้เองตามความเหมาะสม อาจจะขยับเป็น 25 หรือ 30 บาทก็ได้

ทุกวันนี้ สุพจน์ กล้าพูดได้เต็มที่ว่า 7 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจของเขาถือว่าประสบความสำเร็จมาก จากที่เริ่มต้นเพียงตึกแถวคูหาเดียว ปัจจุบันขยับขยายเปลี่ยนที่ทำงานใหม่เป็นซื้อตึกแถว 4 ชั้น 4 คูหาที่สายใต้เก่า

ที่แห่งนี้จะมีการจัดแสดงสินค้าที่ร้านนำเข้ามาจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าเดินทางมาซื้อหาด้วยตนเองก็ได้ หรือจะโทร.มาสั่งตามตัวอย่างสินค้าในเว็บไซต์ก็แล้วแต่สะดวก ซึ่งปรากฏว่าแต่ละวันจะมีลูกค้าเดินทางมาเลือกซื้อต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการคมนาคมก็สะดวก ที่จอดรถก็มาก ปัจจุบันลูกค้าหลักคือ ลูกค้าจากต่างจังหวัดประมาณ 70% ของยอดขายทั้งหมด โดยวันนี้มียอดจำหน่ายปีละนับสิบล้านบาท

สุพจน์ กล่าวว่า หากสนใจทำธุรกิจนี้มี 3 ช่องทาง 1.เดินทางมาเลือกซื้อสินค้าได้ที่บริษัทโดยตรง สินค้าทุกกลุ่ม ราคา 20 บาท แต่ขายส่ง 14 บาท และมีสินค้าในกลุ่มราคา 60 บาทด้วย แต่ขายในราคาขายส่งที่ 48.50 บาท ซึ่งมีสินค้าอยู่กว่า 600 รายการ
2.ซื้อสินค้าผ่านร้านเอโกะ หรือสั่งสินค้าผ่านเว็บไซต์ www. 20บาท.com และ 3.การเปิดร้านสาขาในต่างจังหวัดที่ลงทุนเบื้องต้นประมาณ 1 แสนบาท บริษัทจะไปช่วยออกแบบร้านให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่น

การลงทุนจะมากกว่านี้หรือไม่ ก็ขึ้นกับว่าจะลงสินค้ามากน้อยเพียงใด ซึ่งทั้งหมดนี้กรณียอดสั่งซื้อเกิน 2 หมื่นบาทส่งฟรีทั่วประเทศ สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลยอดสั่งซื้อเกิน 5,000 บาทส่งฟรีเช่นกัน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น ขณะนี้ สุพจน์ได้ทำระบบสมาชิกผ่านร้านเอโกะ ผู้ที่สมัครสมาชิกจะได้สิทธิซื้อสินค้าราคาส่งในราคา 13 บาท ถูกกว่าซื้อในระบบปกติ 1 บาท มีสิทธิในการสะสมยอดเพื่อรับของสมนาคุณ

สนใจแบบไหนก็เลือกลงทุนได้ตามสะดวก หรือจะสอบถามเพิ่มเติมก็ที่โทร. 02-433-6758 หรือ 08-5347-2058

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ