พณ.ทุ่ม169ล้านจัดธงฟ้าทั่วประเทศ633ครั้ง

วันที่ 09 พ.ค. 2554 เวลา 17:55 น.
“พาณิชย์” โหมงบ 169 ล้านบาท จัดงานธงฟ้าทั่วประเทศ 633 ครั้ง พร้อมปัดฝุ่นรถเข็นธงฟ้า ขายข้าวแกง อาหารตามสั่งจานละ 19-25 บาท เริ่มปลายพ.ค.นี้

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยในวันสถาปนากรมการค้าภายในครบรอบ 69 ปีว่า กำลังทำแผนจัดเตรียมงานมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพให้กับประชาชนทั่วประเทศ ตามที่ได้รับงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 169 ล้านบาท จำนวน 633 ครั้ง เฉลี่ยจังหวัดละ 8-10 ครั้ง เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการสินค้า และกลุ่มเกษตรกรนำสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรคุณภาพดีส่งตรงจากฟาร์มและโรงงานมาจำหน่ายให้ประชาชน อาทิ ไข่ไก่ หมู น้ำมันพืช น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 20-40% เริ่มปลายเดือน พ.ค.นี้ 

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมนำโครงการรถเข็นธงฟ้าจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปเริ่มต้นจานละ 19-25 บาททั่วประเทศกลับมาดำเนินการอีกครั้ง โดยใช้รถเข็นธงฟ้าเก่าที่มีอยู่หลายสิบคัน พร้อมกับจัดหารถเข็นใหม่ เพื่อเปิดให้ประชาชนที่สนใจร่วมโครงการสามารถนำรถเข็นอุปกรณ์ค้าขายนำไปจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปราคาประหยัด เช่น ข้าวไข่เจียว ข้าวแกง อาหารตามสั่ง ช่วยลดค่าครองชีพแก่ประชาชนอีกทาง เนื่องจากอาหารสำเร็จรูปถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนหลักของประชาชน และมีน้ำหนักในเงินเฟ้อมากถึง 6.87%

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในกำลังติดต่อสถานที่แหล่งชุมชน ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งจะเปิดบริการรถเข็นธงฟ้าจุดละ 2–3 คัน โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการรถเข็นธงฟ้า ต้องจำหน่ายอาหารตามที่กรมการค้าภายในกำหนด พร้อมกับได้รับการช่วยจัดหาวัตถุดิบ เพื่อให้ผู้ค้าสามารถจำหน่ายอาหารตามราคาที่กำหนดไว้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในช่วงปลายเดือนนี้

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สถานการณ์ขายปลีกน้ำมันปาล์มยังอยู่ขวดลิตรละ 47 บาท เนื่องจากรัฐบาลยังอุดหนุนในซื้อผลปาล์มสัดส่วดน้ำมัน 17% ในราคากก.ละ 6 บาท ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและดูแลราคาผลปาล์มไม่ให้ลดต่ำลง จนทำให้เกษตรกรเดือดร้อน และหากสถานการณ์ราคาดีขึ้นอาจมีการหารือเพื่อดูแลราคาที่เหมาะสมต่อไป

สำหรับราคาผลปาล์มตลาดเฉลี่ยอยู่ที่กก.ละ 5.50-6.00 บาท ซึ่งมีความเหมาะสมและรัฐบาลต้องการดูแลราคาผลปาล์มไม่ให้ลดต่ำลงจนเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน โดยหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาในการตรึงราคาน้ำมันปาล์มขวดที่ 47 บาทแล้ว หรือถึงเดือนมิ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการปาล์มน้ำมันแห่งชาติ เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการก็สามารถเรียกประชุมได้ เบื้องต้นคาดว่าจะไม่ต้องมีการเบิกจ่ายงบประมาณจำนวนมากเพื่อดูแลราคาปาล์มอีก เพราะคาดว่าผลปาล์มจะทยอยเข้าตลาดมากขึ้น