เอเอทีแจงกรณีสหภาพฟอร์ด-มาสด้าประท้วง

  • วันที่ 03 ก.พ. 2553 เวลา 17:50 น.

เอเอทีออกแถลงการณ์กรณีสหภาพฟอร์ด-มาสด้าประท้วง ซัดสหภาพบิดเบือนข้อมูล  

คณะผู้บริหารของ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์  (ประเทศไทย) หรือ เอเอที ทราบว่าสมาชิกสหภาพแรงงานฟอร์ด และมาสด้า ประเทศไทย ได้ไปรวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวานนี้ เพื่อเรียกร้องเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองเรื่องสัญญาการจ้างงานซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาร่วมกัน

ทั้งนี้ เอเอทีได้ประกาศต่อสาธารณะแล้วว่าเรากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการเจรจาอย่างเป็นทางการร่วมกับผู้นำสหภาพแรงงาน โดยผ่านกระบวนการของทางราชการ และจะดำเนินการเจรจารอบที่ 21 ต่อไป วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ โดยการเจรจาจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากสำนักงานสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยองและประจำภาคกลาง

ทว่า สหภาพแรงงานฟอร์ด และมาสด้า กลับใช้วิธีการให้ข้อมูลที่บิดเบือนอันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพื่อให้ได้รับความเห็นใจ เอเอทีจึงใคร่ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นต้นตอนำไปสู่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังต่อไปนี้

-วันที่ 25 ธันวาคม 2552 เอเอทีได้ประกาศมาตรการปิดการเข้าออกบริเวณพื้นที่งาน โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ลูกค้า และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ทั้งนี้ การปิดการเข้าออกโรงงานดังกล่าวเป็นผลจากการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของโรงงานผลิตในจังหวัดระยอง บริษัทเชื่อว่าการก่อความเสียหายดังกล่าว มีความเกี่ยวโยงกับการเจรจากับทางสหภาพแรงงานฟอร์ด และมาสด้า และเป็นการกระทำของพนักงานเพียงแค่กลุ่มหนึ่งเท่านั้น

-หลังจากที่เอเอทีได้เริ่มดำเนินการผลิตตั้งแต่วันอังคารที่ 12 มกราคม ไม่พบว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นอีก

-เอเอทียังคงดำเนินการเจรจาอย่างเป็นทางการกับทางสหภาพแรงงานฟอร์ดและมาสด้า ตามกระบวนการและขั้นตอนของทางราชการ โดยมีการกำหนดการเจรจารอบที่ 21  ในวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553

-การเจรจาที่เกิดขึ้นนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยองและประจำภาคกลาง เพื่อรับรองว่าจะได้ข้อยุติที่เป็นธรรมและเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย

-ข้อเสนอของทางผู้บริหารของเอเอทีนั้นมีความเป็นธรรม เป็นข้อเสนอที่ดีมากและอยู่ในระดับเดียวกันกับข้อเสนอของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมนี้

-จากจำนวนพนักงานเอเอที 3,550 คนที่ได้เซ็นสัญญาการจ้างงานและกลับเข้าทำงานตามปกตินั้น โดยพนักงานประมาณ 30 คนจากจำนวนดังกล่าวยังไม่ได้รับมอบหมายให้เริ่มปฏิบัติงานเนื่องจากบริษัทฯ  มีพนักงานที่มีประสบการณ์การทำงาน*ในจำนวนที่เพียงพอในการผลิตตามอัตราการผลิตในปัจจุบัน

ทั้งนี้ พนักงานจำนวนดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเอเอทีดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลังอีกครั้งหนึ่ง เราจะเรียกพนักงานเหล่านี้กลับมาทำงานซึ่งเป็นไปตามกฎหมายแรงงานของประเทศไทย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ