สัมผัส 3 ซูเปอร์คาร์ กับฝูงม้ากว่า พันตัว!!

  • วันที่ 03 ก.พ. 2553 เวลา 14:48 น.

ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะมีโอกาสได้ขับรถระดับซูเปอร์คาร์ 200 แรงม้า ในคราวเดียวกันถึง 3 รุ่น

โดย...นิธิ  ท้วมประถม

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยครับที่ผมจะมีโอกาสได้ขับรถระดับซูเปอร์คาร์ ที่มีแรงม้ามากกว่า 200 แรงม้า ในคราวเดียวพร้อมกัน ถึง 3 รุ่น ซึ่งงานนี้ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ปอร์เช่ (Porsche) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้จัดงาน Porsche World Roadshow 2010 ขึ้นระหว่างวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ นี้ ที่สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เพื่อให้ลูกค้าปอร์เช่ ได้สัมผัสกับ รถซูเปอร์ คาร์ ของปอร์เช่ มากถึง 20 รุ่น อย่างใกล้ชิด ทั้งในแบบลองขับ ลองนั่ง นั่งดู ได้ตามใจชอบ
 
แต่ก่อนที่จะถึงวันงาน ทางทีมงานของ เอเอส ได้เชิญให้ไปลองสัมผัสกับสมรรถนะของปอร์เช่ 3 รุ่น แจ่มๆ อย่าง พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo) สปอร์ตซาลูน แกรนด์ทัวริสโม รุ่นแรกของปอร์เช่  , 911 ทาร์กา 4S (911 Targa 4S) และ เคย์แสนS (Cayman S) ว่า เป็นอย่างไร

สำหรับสถานที่ “ลองขับ” สุดยอดรถซูเปอร์คาร์ ทั้ง 3 คันนั้น คือที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ย่านบางเขน ซึ่งทางทีมงานจัดทำสถานีไว้ให้ลองขับ ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลนแบบกะทันหัน สลาลม และการควบคุมรถเมื่อเสียการทรงตัว

 

ปอร์เช่ รุ่น 911 ทาร์กา 4S

เห็นสถานีที่เตรียมไว้ว่า ง่ายๆ ไม่มีปัญหา แต่บอกได้เลยครับไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่นอน เพราะรถแต่ละคันที่จอดรออยู่นั้นเหมือนเสือที่กำลังหลับอยู่ และพร้อมจะกระโจนออกจากลานจอดได้ทุกเมื่อที่กดคันเร่ง

 งาน Porsche World Roadshow 2010 คือกิจกรรม ที่บริษัทแม่ของปอร์เช่ จัดให้กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการในแต่ละประเทศ ทุก 2 ปี โดยจะนำรถยนต์ปอร์เช่ ทุกรุ่นมาแสดงให้ลูกค้าปอร์เช่ แต่ละประเทศ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมี “มือขับ” ระดับโลก จากโรงเรียน Sport Driving School ที่โรงงาน Leipzig ประเทศเยอรมันมาขับให้ดูว่า สมรรถนะสุดๆ ของรถยนต์ปอร์เช่ นั้นเป็นอย่างไร เพราะแค่ฝีมือระดับ “หางอึ่ง” อย่างผม คงจะเค้นสมรรถนะของเจ้าซูเปอร์คาร์ทั้ง 3 คันนี้ออกมาได้ไม่หมดอย่างแน่นอน

เพราะเมื่อดูสมรรถนะของทั้ง 3 คัน ต้องบอกว่า “ขนหัวลุก” อย่างแน่นอนครับ เริ่มตั้งแต่ เคย์แมนS ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ บ็อกซ์เซอร์ 6 สูบ ขนาด 3,463 ซีซี ให้แรงม้า 320 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 7,200 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ความเร็วสูงสุดทำได้ที่ 277 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 4.9-5.2 วินาที ส่วนอัตราเร่งจาก 0-160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 10.9-11.4 วินาที สำหรับอัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ 6.6-14.4 ลิตร/100 กิโลเมตร

ถัดมา เป็น 911 ทาร์กา 4S ซึ่งเป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 3,800 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุดที่ 385 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 6,500 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 420 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ 4,400 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 297 กิโลเมตร ส่วนอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 4.7-4.9 วินาที อัตราเร่งจาก 0-160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 10.1-10.4 วินาที สำหรับอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 7.5-16.8 ลิตร/100 กิโลเมตร

ขณะที่รุ่นท็อปสุดๆ อย่าง พานาเมรา เทอร์โบ ซึ่งเป็นสปอร์ต 4 ประตู สุดหรู นั้นมีขนาดเครื่องยนต์มากถึง 4,806 ซีซี ให้แรงม้าสูงถึง 500 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดมหาศาลที่ 700 นิวตันเมตรท่ารอบเครื่องยนต์เพียง 2,250-4,500 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดเวลา เช่นเดียวกับ ทาร์กา 4S

ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 303 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ 4.2 วินาที แต่ถ้าเป็นโหมดสปอร์ต พลัส อัตราเร่งจะขยับขึ้นมาเป็น 4 วินาที ด้านอัตราการสิ้นเปลืองอยู่ที่ 8.9-18 ลิตร/100 กิโลเมตร

เป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับสเป็กรถทั้ง 3 รุ่น แบบย่อๆ รวมม้าที่มีอยู่ทั้งหมดเบาะๆ แค่ 1,000 กว่าตัวเท่านั้นเอง

ปอร์เช่ รุ่นน้องเล็ก "เคย์แมน S"

คันแรกที่ผมลองขับก็ต้องขอเริ่มจากน้องเล็กอย่าง เคย์แมนS เสียก่อน จะว่าไปแล้วผมว่า เคย์แมน นี้เป็นรถที่มีความคล่อ

งตัวสูงดีมากๆ ครับ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นรถที่ขับเคลื่อนล้อหลัง ไม่ต้องมีเทคโนโลยีอะไรสูงมากนัก มาแบบดิบๆ หน่อย

รถพร้อมที่จุดสตาร์ท เกียร์ถูกปรับมาที่ D เท้าปล่อยจากแป้นเบรก แล้วกดคันเร่งเจ้าเคย์แมนS ถูกกระชากออกจากจุดสตาร์ทอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ในเวลานั้นผมไม่มีโอกาสได้ดูเลยครับว่าเข็มวัดรอบเครื่องยนต์ และเข็มวัดรอบความเร็วนั้นไปหยุดอยู่ที่ตัวเลขใด รู้แต่เพียงว่าหลังติดเบาะไปแล้ว แถมสายตาต้องจับจ้องอยู่ที่ กรวยยางสีส้ม ที่กำหนดเส้นทางว่า ถึงจุดใดควรแตะเบรก และหักพวงมาลัย เพื่อเปลี่ยนเลนอย่างกระทันหัน

เสียงเบรกดังลั่นในช่วงสั้นๆ เพื่อชะลอความเร็วของรถก่อนจะสะบัดพวงมาลัย เพื่อเข้าตามช่องทางที่ทีมงานปอร์เช่ จัดเอาไว้ เจ้าเคย์แมนS มุดออกจากช่องทางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่สิ่งที่ต้องเจอต่อไปคือ สถานีสลาลอม ที่มีกรวยตั้งดักอยู่ ทำให้ต้องผ่อนคันเร่งอีกครั้ง เพื่อให้หน้ารถสามารถหันไปตามทิศทางที่กำหนดไว้

ตรงจุดนี้ ผมถูกทีมงานปอร์เช่ เตือนว่าไม่มีความเตรียมพร้อม เพราะดูจากสายตา และการบังคับรถของผมแล้ว ทีมงานเห็นว่าไม่ได้มองไกลในเส้นทางแต่มองใกล้เกินไป โดยสิ่งที่ควรทำคือ เมื่อขับมาถึงช่วงเปลี่ยนเลน ตาต้องมองไปที่สถานีสลาลอม เพื่อที่จะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไปเมื่อพ้นสถานีแรก ไม่ใช่พอพ้นสถานีแรกแล้วค่อยมาแก้ไขเมื่อเจอสถานีที่สอง

เรื่องนี้ต้องจำเลยครับว่า ต้องมองให้เลยโค้งออกไปอีก 1-2 โค้ง เพื่อดูว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมีอะไร และจะได้รู้ว่าต้องคุมรถอย่างไรให้เหมาะสมกับเส้นทางข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม ด้วยช่วงล่างที่สุดจะหนึบของ เคย์แมนS ทำให้การขับสลาลอม ทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่การเร่งคันเร่งต้องอยู่ในจังหวะที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นหลุดสลาลอมแน่ๆ

เคย์แมนS นั้นถือว่าเป็นรถที่ขับง่ายรุ่นหนึ่ง พวงมาลัยเบาแต่แม่นยำ ด้วยความที่เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ยิ่งทำให้การควบคุมนั้นง่ายกว่ารถที่ขับเคลื่อนล้อหน้า ส่วนสถานีสุดท้ายคือ สถานีควบคุมการทรงตัวของรถ ซึ่งรถปอร์เช่ ที่ขับทุกรุ่นจะมีระบบ PSM ซึ่งเป็นระบบที่จะควบคุมไม่ให้รถเสียการทรงตัว ซึ่งผมลองแล้วครับเฉียบขาดมาก เมื่อต้องเข้าโค้งหนัก แล้วรถเสียการทรงตัวในลักษณะของท้ายปัด ระบบ PSM จะทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้ตัวรถหลุดออกจากเส้นทาง และดึงรถกลับมาในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่ต้องแก้ให้ตื่นเต้น

ทีมงาน ปอร์เช่ บอกแบบติดตลกว่า PSM นั้นย่อมาจาก “Please Safe My Life” ซึ่งผมเห็นด้วย 100% ครับ

ถัดจาก เคย์แมนS  ก็สลับมาขับ 911 ทาร์กา 4S สีแดงสด ที่บอกได้เลยว่ามันครับ เพราะแรงม้า 380 แรงม้านั้น เหลือเฟือที่จะใช้บนถนนเมืองไทย ทันทีที่เหยียบคันเร่ง ทาร์กา 4S ขยับออกจุดสตาร์ทแบบหนืดๆ หน่อย เมื่อเทียบกับเคย์แมนS ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เลยทำให้อืดไปนิด

แต่ความอืดของ ทาร์กา 4S นั้นไม่ได้เลวร้ายเลยครับ ยังทำให้หลังติดเบาะได้อย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของการทรงตัวที่ ทาร์กา 4S นั้นทำได้ดีกว่า เคย์แมน ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงสลาลอมนั้นหนึบเหลือเกินครับ พวงมาลัยแม่นยำมาก แต่ติดที่ค่อนข้างหนักไปหน่อย ไม่เบามือเหมือนกับ เคย์แมนS

อัตราเร่งนั้นไม่มีข้อกังขาใดๆ กังวลก็แต่จะมีถนนว่างๆ ให้อัดเล่นหรือเปล่าเท่านั้น ส่วนสถานีสุดท้ายนั้น อัดเข้าโค้งขวาเต็มๆ แล้วตามด้วยโค้งซ้ายหนักๆ ตามเส้นทางเพื่อให้รถเกิดอาการท้ายปัด ซึ่งแน่นอนครับ เครื่องยนต์ตัวนี้แรงกว่า เคย์แมนS เมื่อเป็นเช่นนั้น ท้ายปัดออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็ไม่รอดท้ายปัด แต่ยังไม่ทันที่จะแก้ ระบบ PSM ก็ทำงานอย่างรวดเร็ว อาการท้ายปัดถูกดึงกลับมาอย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้มั่นใจขึ้นอีกเยอะ

 

รุ่นท็อปสุด "พานาเมรา เทอร์โบ" สปอร์ต 4 ประตู สุดหรู

คันสุดท้าย นี่แหละครับทีเด็ด คือ พาราเมลา เทอร์โบ 500 แรงม้า สุดหรู และสุดแรง แค่ก้าวขึ้นมาบนที่นั่งคนขับ เจ้าหน้าที่ปอร์เช่ จากเยอรมันก็อธิบายคุณสมบัติต่างๆ ของพาราเมลา แบบน้ำไหลไฟดับ ฟังรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่งก็ว่ากันไป

แต่ที่แน่ๆ หรูสุดๆ ครับกับ รถสปอร์ต 4 ประตูเบาะหนังสีเบจสะอาดตาทั้ง 4 ตัว พร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่มีเพียบครับ ทั้งปรับเบาะที่นั่ง ปรับระดับความแข็งของช่วงล่าง ปรับความสูงของตัวรถ เวลาต้องแล่นผ่านเนินลูกระนาดสูงๆ

นั่งประจำที่คนขับ เหยียบคันเร่งลงสิ่งที่สะท้อนขึ้นมาคือความนุ่มนวลของเครื่องยนต์ เรียกว่านุ่มจริงๆ อัตราเร่งเป็นแบบไหลออกแบบเรื่อยๆ แต่มั่นคงและหนักแน่น ในรอบแรกที่ขับผมใช้โหมดปกติในการขับ แต่รถพุ่งไปแรงเหลือเกิน แรงกว่า 2 รุ่นที่ขับเสียอีก

ความเร็วที่ใช้ในคันนี้ ไม่มากมายอะไรนัก เพราะทีมงานที่นั่งไปด้วยจะบอกเสมอว่า ให้เบาๆ หน่อย ก็อย่างว่าละครับคันนึงเป็นสิบล้านก็ไม่อยากให้ช้ำเท่าไหร่
การขับผ่านสลาลอม ทำได้อย่างนุ่มนวล แต่ไม่สนุก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความเป็นรถซาลูน หรือ 4 ประตู ทำให้ค่อนข้างจะเทอะทะไปนิด โดยเฉพาะในสถานีสุดท้ายที่อัดออกจากโค้งหนักๆ เพื่อให้เสียการทรงตัว อัดยังไงก็ไม่หลุดโค้งครับ

ยิ่งเปลี่ยนมาเป็นโหมด SPORT PLUS ที่ระบบช่วงล่างจะแข็งขึ้น และรอบเครื่องยนต์ถูกลากจัดขึ้นในแต่ละเกียร์ ความสนุกเริ่มปรากฏจากการคิ๊กดาวน์ ที่รอบเครื่องยนต์จะกระฉูดขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงล่างกระชับขึ้น ซึ่งในเรื่องของความเร็ว ความแรง นั้นไม่ขอสงสัย สงสัยแต่เพียงว่า เมื่อไหร่จะมีโอกาสเป็นเจ้าของเท่านั้น

หลังจากที่ได้ลองสัมผัส สุดยอดรถปอร์เช่ทั้ง 3 คัน ฟันธง ไปได้เลยว่า ถ้ามีเงินเป็นถุงเป็นถัง ขอมีสักคัน!! 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ