วอกซ์ลูกเล่นแต่งไอทีธุรกิจกำไรงาม

วันที่ 13 มี.ค. 2554 เวลา 20:18 น.
จุดเด่นของวอกซ์อยู่ที่การดีไซน์ นำศิลปะมาใช้ในการออกแบบ เพราะต้องการให้ผู้ใช้สินค้ารู้สึกถึงความเก๋ ความมีสไตล์ และความแตกต่าง....

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

หลายคนเคยบอกไว้ว่า การเริ่มทำธุรกิจอะไรก็ตามจะต้องมองปัจจัยแวดล้อมในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจและโอกาสที่ดี จึงจะเป็นตัวผลักดันให้กิจการมีโอกาสเติบโตได้

แต่ในมุมกลับกันก็มีคนที่สร้างธุรกิจของตัวเองภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจ โดยมองว่า “แบบนี้แหละเป็นจังหวะดีที่ไม่มีคู่แข่งทางธุรกิจ”

พีรศักดิ์ ทองนรินทร์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วอกซ์ ไอที ไลฟ์ สไตล์ ดอท คอม เจ้าของ สินค้าไอทีภายใต้แบรนด์ VOX หรือวอกซ์ อาศัยวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 สร้างธุรกิจของตัวเองด้วยทุนตั้งต้นจากเงินสะสมส่วนตัว...กับหยิบยืมคนใกล้ตัวมาเสริมทัพ เพราะมั่นใจว่าวิกฤตเช่นนี้ใช่จะหาได้ง่ายๆ แถมคู่แข่งก็ไม่มาก

พีรศักดิ์

พีรศักดิ์พยายามหาสินค้าและกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจขณะนั้น ซึ่งพบว่า คนส่วนใหญ่ชอบถ่ายรูป พิมพ์ภาพด้วยตัวเอง หรือภาพถ่ายที่ตู้สติกเกอร์ จึงมีธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพเล็กๆ เกิดขึ้นมากมาย

“ผมเริ่มมองหาหมึกพิมพ์เพื่อมาทดแทนหมึกพิมพ์ Original ซึ่งมีราคาสูง และเริ่มจับธุรกิจหมึกพิมพ์ตั้งแต่นั้นมา จนปัจจุบันเราเป็นผู้ผลิตหมึกอิงก์เจ็ตรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย”

หลังจากนั้น เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมาก็ต่อยอดสู่ตลาดสินค้าไอที เพราะคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น แต่ไม่เลือกที่จะซื้อขายคอมพิวเตอร์ เนื่องด้วยขณะนั้นคอมพิวเตอร์มีราคาสูง แต่สนใจสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้แก่ มอนิเตอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด ฮาร์ดดิสก์ เมนบอร์ด และอื่นๆ ที่ใช้ในการประกอบเครื่อง PC ทั้งหมด ทำให้เกิดเป็นที่มาของแบรนด์ “วอกซ์” เพื่อผลิตและจำหน่ายสินค้า อุปกรณ์ตกแต่งไอทีครบวงจร

จุดเด่นของวอกซ์อยู่ที่การดีไซน์ นำศิลปะมาใช้ในการออกแบบ เพราะต้องการให้ผู้ใช้สินค้ารู้สึกถึงความเก๋ ความมีสไตล์ และความแตกต่าง ซึ่งธุรกิจปัจจุบันจำเป็นต้องเพิ่มดีไซน์เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตัวสินค้า

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จะเป็นกลุ่มผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC และ Notebook ทั้งกลุ่มนักศึกษา พนักงานสำนักงานหรือกลุ่มผู้บริหารก็ตาม แบ่งลูกค้าเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มอายุ 25-45 ปี ชอบสินค้าที่มีคุณภาพ ดูดี มีสีสันไม่ซ้ำใคร และกลุ่มที่มีอายุ 18-24 ปี ชอบความแปลกใหม่ ไม่จำเจ

ปัจจุบันสินค้าวอกซ์แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ Computer Accessories เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด กระเป๋า หูฟัง ชุดทำความสะอาด เป็นต้น และ Digital Accessories เช่น ซองมือถือ หน้ากากมือถือ บลูทูธ เป็นต้น

พีรศักดิ์ย้ำว่า สินค้าทุกชิ้นบริษัทมีทีมงานในการออกแบบทั้งหมด แต่จะจ้างโรงงานในต่างประเทศผลิต ได้แก่ ไต้หวันและจีน จะแยกผลิตตามความชำนาญของสินค้า แต่จะต้องเป็นระดับมาตรฐานที่วางไว้

สาเหตุที่ไม่ผลิตเองในไทย เพราะสินค้าไอทีมีชิ้นส่วนหลายตัวที่ไม่สามารถผลิตเองได้ แม้จะมีโรงงานเองก็ยังต้องนำเข้าอยู่ดี ดังนั้นถ้าเราไปผลิตในประเทศที่มีวัตถุดิบต้นน้ำเลยจะคุ้มกับการลงทุนมากกว่า

“ผมต้องการปฏิวัติผลิตภัณฑ์ไอทีไทยด้วยดีไซน์ และไม่ใช่เพียงแค่สินค้ามีดีไซน์ที่โดดเด่น และแตกต่างเท่านั้น คุณภาพสินค้าจะต้องดีเกินความคาดหวังของผู้บริโภคด้วย และที่เราเน้นย้ำในความสำคัญอันดับต้นๆ คือ การบริการ ทั้งความสะดวกในการหาซื้อสินค้า และการบริการหลังการขาย” พีรศักดิ์ กล่าว

เป้าหมายทางการตลาดของวอกซ์ต่อไป พีรศักดิ์วางช่องทางขายไว้ 400 จุดทั่วประเทศ ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ โดยคัดเลือกคู่ค้าที่มีปรัชญาการทำธุรกิจคล้ายๆ กัน เนื่องจากต้องการสร้าง Network ให้คู่ค้ามีความแข็งแกร่ง รวมถึงดูแลระบบค้าปลีกให้กับคู่ค้าด้วย นอกจากนั้นจะวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าไอที เช่น พาวเวอร์บาย หรือร้านบีทูเอส

ในส่วนของแผนการเปิดร้านที่เป็นของวอกซ์เองนั้น ล่าสุดได้เปิดร้านต้นแบบอยู่ที่เซียร์รังสิตเป็นแห่งแรก หลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจลงทุนเปิดร้านวอกซ์เป็นของตัวเอง ในลักษณะของตัวแทนจำหน่าย ใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 1 ล้านบาท เป็นค่าสินค้า 6 แสนบาท ส่วนอีก 4 แสนบาท จะเป็นการตกแต่งร้านและการออกแบบ ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์สำนักงานรองรับการทำธุรกิจซื้อขายสินค้าได้ทันที

พร้อมกันนี้จะเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ๆ รองรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น การซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนของดีสนีย์ โดราเอมอน เพื่อนำมาผลิตสินค้าไอทีเพราะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับตัวสินค้าได้มากขึ้น เนื่องจากการ์ตูนสื่อกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่าย ที่ผ่านมาได้ซื้อลิขสิทธิ์การ์ตูนจากค่ายวอนเนอร์ ฮัลโหล คิตตี้ สนูปปี้ และเฟอร์รารี่มาแล้ว

สุดท้ายคือ แผนส่งออก ปีนี้จะให้ความสำคัญมากขึ้น เน้นประเทศใหม่ๆ เช่น ยุโรปตะวันออก อินเดีย ดูไบ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น

เหตุที่เลือกตลาดใหม่ เพื่อเลี่ยงการแข่งขันกับตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา โดยพีรศักดิ์ยอมรับว่า แบรนด์สินค้าของเขายังไม่ถึงขั้นอินเตอร์แบรนด์ ต้องอาศัยเวลาในการทำความรู้จักอีกระยะ ซึ่งการเข้าไปทำตลาดต่างประเทศจะอาศัยการออกงานแฟร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสื่อสารในแต่ละประเทศ ที่เป็นงานประจำปีเป็นหลัก

ใครสนใจสินค้าหรือต้องการร่วมเป็นตัวแทนจำหน่าย เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.vox-itstyle.com หรือโทร. 02-587-3610