สวนสยามเดินสายโรดโชว์ดูดกำลังซื้อต่างชาติ

วันที่ 08 มี.ค. 2554 เวลา 16:42 น.
สวนสยาม เดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ หวังดูดกำลังซื้อลูกค้าต่างชาติเที่ยว หวังชดเชยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่พุ่งจากเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันพุ่ง แต่ยังไม่ขยับราคา คาด 3-5 ปี เพิ่มนักท่องเที่ยว  1 ล้านคน

นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้ วอล์ก ผู้บริหาร สวนสยาม เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทฯได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ในการออกเดินสายเพื่อโรดโชว์ ต่างประเทศต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ เนื่องจากต้องการเพิ่มกลุ่มลูกค้าชาวต่างประเทศ ให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าต่างชาตินั้นมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง เช่น ลูกค้าชาวอินเดีย ในเมืองมุมไบ อินโดนีเซีย  รัสเซีย ฮ่องกงและไต้หวัน เป็นต้น

"เราเริ่มออกตลาดต่างประเทศตั้งแต่เดือนต.ค. ปีก่อน ลูกค้าต่างชาติเริ่มให้ความสนใจ เพราะราคาค่าเข้าสวนสยามค่อนถูก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะที่ต้นทุนในการบริหารจัดการ สวนสยามก็เพิ่มสูงขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ทำให้ต้องหาตลาดต่างชาติมาชดเชย เนื่องจากลูกค้าต่างชาตินั้นใช้จ่ายเรื่องอาหาร และเครื่องดื่ม สูงมากกว่าลูกค้าคนไทย  อีกทั้งเดินทางสะดวกขึ้นเพราะอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวง่ายขึ้น"นายวุฒิชัย กล่าว

สำหรับปีที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 1 ล้านกว่าคน เป็นคนไทยถึง 95% ทั้งนี้บริษัทฯตั้งเป้าว่าภายใน 3-5 ปี จะเพิ่มจำนวนลูกค้าเป็น 3 ล้านคน ซึ่งแบ่งเป็นคนไทย 2 ล้านคน และนักท่องต่างชาติ 1 ล้านคน

นอกจากนี้บริษัทฯยังให้ความสำคัญกับตลาดลูกค้าองค์กร เช่นการจัดค่ายลูกเสือ ที่เจาะกลุ่มลูกค้าโรงเรียน รวมไปถึง บริษัทต่างๆ เพื่อใช้จัดเลี้ยงพนักงาน โดยปีที่ผ่านมามีบริษัทฯที่เข้ามาจัดเลี้ยงพนักงานในสวนสยาม 50 บริษัท ในปีนี้ตั้งเป้าจะเพิ่มไม่ต่ำกว่า 80-100 บริษัท

นายวุฒิชัย กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ใช้ชื่อ บริษัท ซิตี้ วอล์ก เพื่อมาบริหารสวนสยาม และจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากเดิมใช้ชื่อ บริษัท สยามพาร์ค ซิตี้ โดยบริษัท สยามพาร์ค ซิตี้ นั้นจะกลายเป็นเหมือนโฮลดิ้ง คัมพานี พร้อมกันนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือก ที่ปรึกษาทางด้านการเงินเพื่อนำสวนสยามเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีการเจรจามา 5-6 เดือน คาดว่าอย่างเร็วจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดได้ในไตรมาส 3 ของปี 2555 หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะผลกระทบจากปัจจัยลบทางด้านการเมือง เนื่องจากได้เคยชะลอแผนการเข้าตลาดฯมาตั้งแต่ปี 2550 

อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯ คาดว่าจะเพิ่มรายได้ไม่ต่ำกว่า 550 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 400 ล้านบาท