ส่งด่วนเดลิเวอร์รี่...ข้าวธัญญทิพย์

วันที่ 01 ก.พ. 2553 เวลา 21:42 น.
ยกระดับการขายข้าวสารจากร้านโชว์ห่วย สู่การส่งสินค้าถึงบ้าน กับข้าวธัญญทิพย์ 

โดย...ชนิกา สุขสมจิตร

ปัจจุบันคนไทยอาจจะคุ้นเคยกับการสั่งซื้อสินค้าด่วนผ่านระบบเดลิเวอร์รี่ โดยเฉพาะอาหารจานด่วน  หรือเป็นสินค้าประเภทที่บรรจุภัณฑ์ไม่ใหญ่โตมาก เคลื่อนย้ายได้คล่องตัว  แต่ใครจะคิดว่าวันนี้ มีบริการส่งข้าวสารถุงถึงบ้านด้วย ภายใต้เบรนด์ “ข้าวธัญทิพย์”  ด้วยสโลแกน “ข้าวหอมมะลิมาแล้ว ถุงเดียวส่งถึงบ้าน”

ไพศาล  ตันติพงศ์อนันต์  กรรมการผู้จัดการบริษัทธัญญทิพย์ อินเตอรเทรด กล่าวถึงที่มาของข้าวถุงเดลิเวอร์รี่ ว่า เดิมทำธุรกิจผลิตข้าวถุงขายอยู่แล้วแบรนด์ ธัญทิพย์ มากว่า 50 ปี  ส่งขายตามห้างหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งพบว่ามีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก คู่แข่งเยอะ หลากหลายยี่ห้อ ทำให้คิดว่าหากจะขยายธุรกิจทางด้านนี้คงลำบาก

ไพศาล จึงหันมาสนใจขยายตลาดในระบบเดลิเวอร์รี่บ้าง  เนื่องจากเป็นตลาดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง ผู้หญิง แม่บ้านที่ยังนิยมทำอาหารเอง แต่มีข้อจำกัดในเรื่องการเดินทาง ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เพราะข้าวสารเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักมาก แม้จะมีรถโดยสารหรือ รถไฟฟ้าก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่สะดวก

การวางรูปแบบขายข้าวสารเดลิเวอร์รี่ ถือเป็นช่องทางใหม่ ต้องอาศัยความไว้วางใจในคุณภาพสินค้า ดังนั้นข้าวสารที่คัดมาต้องเป็นเกรดเอไม่มีการปลอมปน ต่างจากการขายข้าวสารผ่านห้างฯ ที่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าวางสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เป็นต้นทุน ทำให้ต้องลดคุณภาพของสินค้าลงเพื่อให้คุ้มกับการลงทุน แต่ผลเสียจะไปตกกับผู้บริโภค แต่ถ้าสั่งซื้อข้าวสารกับธัญทิพย์จะได้ข้าวเกรดเอแน่นอน”

ภาพจาก www.tanyatip.com

การจำหน่ายข้าวธัญทิพย์เดลิเวอร์รี่ มีข้าวสารให้เลือก 3 ชนิด คือ ข้าวหอมมะลิ  ข้าวขาว และข้าวกล้อง  มีสินค้าให้เลือก 4 แบบ คือ ข้าวหอมมะลิ (คัดพิเศษ)   ข้าวกล้องหอมมะลิ (คัดพิเศษ)  ข้าวหอมมะลิ และข้าวขาว  มีราคาตั้งแต่ 175-220  บาท/ถุง 5 ก.ก.  ไม่มีค่าบริการจัดส่ง ไม่จำกัดการสั่งซื้อ แต่ต้องอยู่ในเขตกทม.และ 13 เขตในปริมณฑล  สามารถโทรสั่งสินค้าจาก call center ได้ตั้งแต่เวลา 8.00 - 20.00 น.   ลูกค้าจะได้รับสินค้าภายใน 3 วัน

หากเทียบราคาข้าวสารที่ ธัญทิพย์ จำหน่าย มีราคาใกล้เคียงกับข้าวสารถุงที่จำหน่ายในห้างทั่วไป ไพศาล ให้เหตุผลว่า ข้าวถุงธัญทิพย์ จำหน่ายแบบไม่มีต้นทุนหน้าร้าน แต่เอาค่าใช้จ่ายที่จะต้องให้ห้างฯ คืนเป็นคุณภาพกลับมาในถุงข้าว คือ ลูกค้าจ่ายเพื่อคุณภาพ  คอนเซ็บ คือ ลดค่าใช้จ่ายเพื่อไปใส่คุณภาพ นี่เป็นทางเลือกให้ประชาชน

การทำตลาดในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง  โดยไม่ได้หวังผลแบบรวดเร็ว คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งก่อน เนื่องจากเป็นรูปแบบใหม่ในการให้บริการกับลูกค้า หลังจากออกสื่อโฆษณาในหนังสือพิมพ์ มีลูกค้าโทรเข้ามาสอบถามเฉลี่ยวันละ 300-400 สาย ส่วนใหญ่จะสอบถามว่าถุงเดียวจะส่งถึงบ้านจริงหรือ ถุงเดียวทำได้อย่างไร  แต่เมื่ออธิบายให้เข้าใจก็มีการสั่งซื้อ เพราะไม่คิดค่าจัดส่ง

สำหรับบริการลูกค้าในต่างจังหวัดนั้น เริ่มมีการสอบถามเข้ามาเช่นกัน  แต่ขณะนี้ยังไม่มีความพร้อม แต่ก็เป็นกลุ่มลูกค้าที่น่าสนใจเช่นกัน  เนื่องจากต้องศึกษาสภาพตลาดและพฤติกรรมของลูกค้าให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะการกำหนดราคาขาย เพราะโดยทั่วไปสินค้าที่จำหน่ายในต่างจังหวัดต้องมีราคาถูก  หากจะไปทำตลาดข้าวสารคงต้องจัดหาสินค้าที่สามารถไปแข่งกับสินค้าในตลาดท้องถิ่นได้  อาจจะต้องใช้ข้าวสารเกรดรองลงไป

ไพศาล กล่าวว่า ช่วงนี้การทำตลาดจะเน้นออกสื่อโฆษณาให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท  ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์   มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี    โดยเป้าหมายในอนาคตวางแผนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าประเภทร้านอาหาร ร้านข้าวแกงที่ต้องซื้อข้าวสารจำนวนมากๆ  จากเดิมอาจจะซื้อจากห้างดิสเคาน์สโตร์  แต่ถ้าสั่งซื้อกับธัญทิพย์ในจำนวนมาก ตั้งแต่ 10 ถุง ขึ้นไปจะได้รับส่วนลดแบบราคาขายส่ง

ส่วนระบบการบริการจัดส่ง บริษัท มีรถขนส่ง 30 คัน ไว้รองรับการให้บริการ  ลูกค้าที่สั่งซื้อจะได้สินค้าภายใน 3-4 วัน   โดยก่อนจัดส่งจะนัดหมายสถานที่ให้ชัดเจนก่อน จัดส่งให้ทุกวันเว้นวันอาทิตย์

“ตลาดส่งสินค้าแบบเดลิเวอร์รี่ ผมไม่ได้คิดแค่การขายข้าว แต่ผมขายระบบ เพราะยังมีสินค้าอื่นที่สามารถขยายได้อีกเยอะ เราเพียงเปิดช่องทางการตลาดใหม่เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่ง ระบบนี้จะอยู่ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฐานลูกค้า  ถ้าถามว่าต้องมียอดขายแค่ไหนถึงจะอยู่ได้ ผมยังตอบไม่ได้ แต่ก็มีแผนที่จะใช้ช่องทางนี้ขายเมล็ดธัญพืชต่างๆ  เช่น ลูกเดือย  งาดำ   หรือถั่วชีวจิต ที่เป็นธุรกิจในเครือของบริษัทด้วย ขณะนี้ก็จัดโปรโมชั่นให้ลูกค้าที่สั่งซื้อข้าวสาร 1 ถุง จะได้ถั่วชีวิจิต 1 ถุงฟรี”

สำหรับการแข่งขันของตลาดข้าวถุงนั้น ไพศาล ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นชัดเจนหากเป็นการจำหน่ายแบบเดลิเวอร์รี่ เพราะหลายคนอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็น การซื้อข้าวสารไม่ใช่เรื่องยาก แค่เดินเข้าห้างหรือไปตลาดสดก็สามารถทำได้ แต่ในขณะเดียวกันถ้ามีทางเลือกใหม่ แค่ยกหูโทรศัพท์ก็มีข้าวถุงมาส่งถึงบ้านก็น่าจะสะดวกมากกว่า ทั้งๆที่มีราคาที่เท่ากัน หรืออาจถูกกว่าด้วยซ้ำ ที่สำคัญกว่านั้นคือจะได้ข้าวสารคุณภาพดี ดังนั้น การเปิดบริการส่งข้าวถุงถึงบ้าน น่าจะเป็นมิติใหม่ของการทำตลาดข้าวสาร เพราะอาจใช้ช่องทางนี้ขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น

สิ่งสำคัญคือ หัวใจของการให้บริการต้องมีความสม่ำเสมอ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าจึงจะเป็นเครื่องรับประกันของข้าวธัญทิพย์ได้เป็นอย่างดี

สนใจสั่งซื้อข้าวถุงธัญทิพย์โทรผ่านสายด่วนได้ที่ 02-2969000