'เปิบพิสดาร'...ปาล์มแพง

วันที่ 26 ก.พ. 2554 เวลา 08:26 น.
ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มวันนี้จบลงแล้วจริงหรือไม่ หากรัฐสามารถจำหน่ายได้ในปริมาณที่เพียงพอ บวกกับคำยืนยันของรมว.พาณิชย์ ที่ว่า"คนไทยจะได้บริโภคน้ำมันจุกสีชมพู ขวดละ 47 บาท โดยไม่ต้องกลัวว่าจะขาดแคลน"จะลบเลือนความเจ็บปวดของประชาชนในช่วง4เดือนได้หรือไม่

วันนี้คนไทยจะได้บริโภคน้ำมันปาล์มจุกสีชมพู ราคาขวดละ 47 บาท โดยไม่ต้องกลัวว่าจะขาดแคลน นี่เป็นคำยืนยันจากนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ อันเป็นผลมาจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ที่มีนายสุเทพเทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่22 ก.พ.ที่ผ่านมา

นี่เป็นการจบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยทุกครัวเรือนมานานกว่า 4 เดือน โดยต้องซื้อน้ำมันปาล์มหลังร้านในราคา65-70 บาทต่อขวด เป็นการจบปัญหาราวปาฏิหาริย์ ทั้งที่การตัดสินใจนำเข้าน้ำมันปาล์ม 3 หมื่นตันของ กนป.นั้น กว่าน้ำมันปาล์มต่างประเทศจะเดินทางมาถึงในวันที่ 7 มี.ค.

ถ้าการกลั่นการผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็ว น้ำมันล็อตนี้จะวางตลาดได้ก็ไม่เร็วไปกว่าวันที่ 10 มี.ค.น้ำมันปาล์มจุกสีชมพูมาจากไหน?มาจากสต๊อกผู้ผลิตจำนวน 1 หมื่นตัน และยืมจากกระทรวงพลังงาน 5,000 ตัน ถ้ามีอยู่แล้วทำไมผู้ผลิตไม่บรรจุขวดออกมาจำหน่ายก่อนหน้านี้? เพราะราคาไม่สมประโยชน์

แต่เหตุที่นำมาออกจำหน่ายได้ในวันนี้ เพราะกนป.แจกฟรีชดเชยแก่ผู้ผลิตลิตรละ 9.50 บาท ผู้ผลิตจึงยินยอม จำหน่ายน้ำมันปาล์มขวดในราคา 47 บาท อันเป็นราคาควบคุม ที่ปรับขึ้นจาก 38 บาท ในเดือน ม.ค.

การแก้ปัญหาของรัฐบาลในรูปแบบนี้ ทำให้โรงงานผู้ผลิตน้ำมันปาล์มอ้วนท้วนสมบูรณ์ นักการเมืองไทยไม่ทำอะไรไม่หวังผล และทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้ประกอบการร่ำรวยแต่เพียงฝ่ายเดียว

ปรากฏการณ์ขาดแคลนน้ำมันปาล์มครั้งแรกของประเทศนี้อาจจางหายไปจากความรู้สึกของคนไทย เมื่อมีกลับมาวางจำหน่ายในปริมาณที่เพียงพอ

แต่...ความเจ็บปวดทุกข์ของครัวเรือนตลอดเวลากว่า 4 เดือน เป็นสิ่งที่น่าค้นหาอย่างยิ่ง เหตุใดรัฐบาลชุดนี้ปล่อยให้สต๊อกน้ำมันปาล์มลดต่ำ โดยไม่มีการนำเข้าเพื่อแก้ปัญหา มิหนำซ้ำยังปล่อยให้มีการส่งออก คนรัฐบาลนี้มีเจตนาพิเศษหรือไม่ ถึงปล่อยให้การขาดแคลนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น มิหนำซ้ำยังหลับตาปล่อยให้กระทรวงพลังงานเดินหน้าผลิตไบโอดีเซลเต็มสูบ ทำให้ภาคพลังงานสูบเอาปริมาณน้ำมันปาล์มออกจากตลาดราวกับยักษ์กระหายน้ำ ทั้งที่ยิ่งผลิตไบโอดีเซลมาก รัฐยิ่งต้องควักกระเป๋าจ่ายมากเพราะต้องสนับสนุนการผลิตถึงลิตรละ 4 บาท

นอกจากนี้ รู้ว่าขาดแคลนกลับปล่อยให้มีการส่งออกไม่ยักกะนำเข้า ผ่าไปแก้ด้วยการเกาไม่ถูกที่คันคือ ปรับราคาจำหน่ายจาก 38 บาท เป็น 47 บาท ในเดือนม.ค.ทั้งหลายทั้งปวงนี้ทำให้มองได้ว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิงในการแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลน
ทั้งที่ทราบปัญหามาตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีก่อนโน้นแล้วและ...เราก็อาจมองได้เช่นกันว่า การจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพนี้ นำมาซึ่งความมั่งคั่งมาให้ผู้เกี่ยวข้องด้วยเม็ดเงินมหาศาล ร่ำรวยไปด้วยกันอย่างครบวงจรโดยประชาชนเป็นผู้แบกรับความเสียหาย

กล่าวกันว่า นายสุเทพ ในฐานะประธาน กนป. คือคนที่คัดค้านการแก้ปัญหาขาดแคลนด้วยการนำเข้าในฐานะ สส.ผูกขาดแห่งสุราษฎร์ธานี แผ่นดินชายฝั่งทะเลอ่าวไทย และเป็นหนึ่งในผู้ทำเกษตรสวนปาล์มย่อมมีความสุขกับการเห็นราคาผลปาล์มดิบที่ขยับจากกิโลกรัมละ 3 บาท ไปอยู่ที่ 7 บาท

ภาคใต้เป็นดินแดนแห่งการปลูกปาล์ม และเป็นฐานสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เกษตรกรชาวสวนปาล์มยิ้มได้ ย่อมทำให้คนของพรรคประชาธิปัตย์มีความสุข ความสุขนี้ยังกระจายไปสู่กลุ่มนักธุรกิจที่ทำมาค้าขายน้ำมันอย่างเอิกเกริก ธุรกิจหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับการปลูกปาล์มได้อย่างประสิทธิภาพในภาคใต้ คือ การสร้างฟาร์มแท็งก์ ฟาร์มแท็งก์ก็เสมือนคลังน้ำมัน มีไว้เพื่อบรรจุกักเก็บน้ำมันปาล์ม และรับฝากน้ำมันปาล์ม แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครเข้าไปตรวจสอบสต๊อกแต่อย่างใด

ฉะนั้น ยิ่งน้ำมันปาล์มขาดแคลน เจ้าของธุรกิจยิ่งอิ่มเอมจากปริมาณน้ำมันปาล์มที่เต็มฟาร์มแท็งก์เป็นน้ำมันปาล์มที่ลอยเรือเข้ามาโดยไม่เสียภาษีเจ้าหน้าที่ทำได้ก็เพียง ไล่ตรวจโรงงานหีบน้ำมันปาล์มและผู้ผลิตรายเล็กรายน้อย

นางพรทิวาถูกผู้นำรัฐบาลและนายสุเทพรุกเร้าอย่างหนักว่าไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลน จึงโอดผ่านสื่อว่า พาณิชย์เป็นกระทรวงปลายน้ำ เป็นแพะ รัฐมนตรีผู้นี้รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นและไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ จึงตอบโต้กลับในวันที่ 20 ก.พ. ว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันปาล์มเถื่อนลอยลำอยู่ในทะเลอ่าวไทยถึง5 ลำ คำพูดนี้ทำให้ผู้รับผิดชอบนโยบายปาล์มฯ กลับมาพูดคุยกับนางพรทิวา ด้วยเหตุด้วยผลเพื่อยุติสิ่งที่ไม่คาดคิด จนนำไปสู่ข้อสรุปของ กนป. ในวันที่ 22 ก.พ. กระนั้นก็ตาม ใช่ว่ากระทรวงพาณิชย์เองจะสดใสกาววาว

การอนุมัตินำเข้าน้ำมันปาล์มล็อตแรก 3 หมื่นตันเมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่จัดสรรโควตาให้ 10 โรงงานไปสกัดบรรจุขวด เต็มไปด้วยเสียงครหา วงการค้าน้ำมันปาล์มคร่ำครวญกันว่า ต้นทุนสูงจากปกติ เพราะมีการบวกค่าเหนื่อยในการประมูลซื้อน้ำมันปาล์มจากมาเลเซียสูง ทำให้ผู้ผลิตต้องจ่าย"ต้นทุน" มากกว่าที่ควร ทำให้น้ำมันจุกฟ้าราคาขวดละ 47 บาท ออกสู่ตลาดอย่างกะปริดกะปรอย เพราะถูกผลิตไปจำหน่ายในช่องทางอื่นเพื่อให้คุ้มกับ "ต้นทุน" ที่ต้องจ่าย

ประเด็นสำคัญอีกประการคือ การนำเข้าน้ำมันปาล์มรอบ 2 จำนวน 1.2 แสนตัน กระทรวงพาณิชย์ใช้เวลากว่า 20 วัน กลับไม่มีความคืบหน้า วงการค้าน้ำมันปาล์มปิดให้แซดถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับนักการเมืองไทยที่เที่ยวได้วุ่นวาย ขอเพิ่มต้นทุนค่าเหนื่อย เข้าไปในราคาน้ำมันปาล์มที่ต่างประเทศจะจำหน่ายให้กับกระทรวงพาณิชย์

ว่ากันว่าความล่าช้าในการนำเข้าน้ำมันปาล์มเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลน เกิดจากการคิดตัวเลขไม่ตรงกันทำให้เคาะไม่ลง ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มได้ลามพุ่งเป็นไฟเผาใส่รัฐบาล กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นายสุเทพเรียกประชุมกนป. เมื่อวันที่ 22 ก.พ. และทำให้มีมติให้องค์การคลังสินค้าทำหน้าที่แทนกระทรวงพาณิชย์ เปิดประมูลนำเข้าน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์จำนวน 3 หมื่นตัน ปรากฏว่าสามารถตกลงราคาซื้อขายเรียบร้อยชั่วลัดนิ้วมือ โดยน้ำมันปาล์มจะเดินทางมาถึงในวันที่7 มี.ค.

ขณะที่ กนป.ของนายสุเทพ ปลอบใจกระทรวงพาณิชย์ของนางพรทิวา ด้วยงบประมาณราว 200 ล้านบาท ให้นำไปอุดหนุนชดเชยแก่ผู้ผลิตลิตรละ 9.50 บาทเพื่อให้นำสต๊อก 1 หมื่นตัน ออกมาจำหน่าย และยืมจากกระทรวงพลังงานมาผลิตอีก 5,000 ตัน ส่วนน้ำมันปาล์มที่กำลังนำเข้ามานั้น รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนให้กับผู้ผลิตลิตรละ 5 บาทสมประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเขี้ยวทางการเมืองระดับพระกาฬของพรรคประชาธิปัตย์ บรรดาผู้อาวุโสของพรรคถึงกับยังไม่วางใจ ประชุมลับถึงปัญหาน้ำมันปาล์ม และมาไขในที่แจ้งว่า "ส." ที่หากินน้ำมันปาล์ม คือ "ส.โคราช" นับว่าเป็นสุดยอดกลยุทธ์โดยแท้