โคโรลล่า อัลติส ซีเอ็นจี คุ้มค่าสมราคาคุย!!!

  • วันที่ 27 ม.ค. 2553 เวลา 14:08 น.

โตโยต้า ทำสถิติรวบรวมเอาไว้ให้ว่า เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ไป-กลับ 441.70 กิโลเมตร จะเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตกอยู่ที่ 0.71 บาทต่อกิโลเมตรเท่านั้น....

โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในฐานะของค่ายรถเบอร์ 1 ของไทย มีความพยายามในการผลักดันรถยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติซีเอ็นจี มาได้สักระยะแล้ว แต่เริ่มต้นกับกลุ่มลูกค้าแท็กซี่ที่เป็นโตโยต้ากันเกลื่อนเมือง ด้วยการเปิดตัว โตโยต้า ลีโม่ ซีเอ็นจี ไปก่อนหน้า นัยหนึ่งคงเพื่อเป็นการเช็คกระแสในตลาดในพร้อม ๆ กัน กับเช็คความพร้อมของนโยบายรัฐบาล ในด้านการสนับสนุนพลังงานทดแทน

เมื่อเสียกเรียกร้องได้ที่ และราคาน้ำมันยังคงไม่ลดลงมาเสียที ในที่สุด โตโยต้าก็ตัดสินใจเดินหน้าตลาดรถยนต์นั่งที่ใช้ ก๊าซ ซีเอ็นจี อย่างเต็มตัว โดยล่าสุดได้เปิดตัว โคโรลล่า อัลติส ซีเอ็นจี ที่ได้รับการดัดแปลงบนพื้นฐานของ โตโยต้า อัลติส รุ่น 1.6 อี หรือรุ่นที่วางเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร โดยวางราคาจำหน่าย 7.46 แสนบาท สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา และ 8.34 แสนบาท สำหรับเกียร์อัตโนมัติ

โตโยต้า คุยว่ารถคันนี้ มีความแตกต่างและโดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของเครื่องยนต์ที่พละกำลังไม่ตก ไม่ว่าจะใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันก็ตาม อันเป็นผลมาจากการตั้งค่ากล่องอีซียู ที่ควบคุมการจ่ายก๊าซให้เหมาะสมในทุกสภาพก๊าซ ทำให้รถคันนี้มีสมรรถนะในการใช้งานจริง ที่เหนือกว่ารถยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติที่ไปติดตั้งจากอู่ภายนอก

งานนี้ต้องลองของจริงครับ โตโยต้า ใช้เส้นทาง กทม.-หัวหิน สำหรับใช้ทดลองขับ เนื่องจากเส้นทางสายนี้ มีสถานีบริการก๊าซซีเอ็นจี หรือเอ็นจีวี ตลอดระยะทาง ซึ่งโตโยต้าเองก็พยายามที่จะให้ลองขับด้วยก๊าซธรรมชาติมากที่สุด ทั้งนี้เพื่อแสดงความคุ้มค่าของการใช้งานรถยนต์เมื่อเทียบกับการวิ่งด้วยน้ำมันทั้งหมด

โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ก็ยังคงความเป็นรถ “คุณชาย...แอบซิ่ง” ไม่แตกต่างจากที่ผมเคยเขียนถึงเมื่อตอนเปิดตัวใหม่ๆ ไปแล้วนั่นแหละครับ ภาพรวมของการทดสอบนั้นถือว่าไม่มีความแตกต่างจากรถรุ่นเดิมที่เคยเขียนเท่าไร 

สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือเจ้าถังซีเอ็นจีขนาดความจุ 75 ลิตรน้ำ ที่ติดตั้งอยู่ในกระโปรงหลังรถอย่างเรียบร้อย ดูจากฝีมือการติดตั้งของโรงงานโตโยต้าแล้วถือว่าไร้ที่ติครับ การวางตำแหน่งล็อกและจุดยึดถัง เป็นงานที่เห็นได้ว่าต้องออกแบบและคิดมานาน ไม่ใช่แค่เอาถังใส่เข้าไปแล้วค่อยไปคิดว่าจะยึดถังไว้ตรงไหน

ตำแหน่งวางถังก๊าซซีเอ็นจี

ราคาที่เพิ่มขึ้นมา 5 หมื่นบาทนั้น ได้อุปกรณ์พร้อมระบบซีเอ็นจี ที่ติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าไม่มีปัญหา แถมยังใจกล้า ให้การรับประกันคุณภาพตามมาตรฐานโตโยต้าระยะเวลา 3 ปี หรือ 1 แสนกิโลเมตรอีกต่างหาก

มองไปรอบๆ คันสะดุดตา กับฝาเติมน้ำมันที่ดูจะใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ใช้แล้วครับ โตโยต้าเปลี่ยนตำแหน่งเติมก๊าซของรถคันนี้ไปไว้ตำแหน่งเดียวกับจุดเติมน้ำมัน แตกต่างจากรถติดตั้งจากนอกศูนย์ที่จะเติมจากใต้ฝากระโปรง และทำให้พาลนึกถึงรถหรูอย่างเมอร์เซเดส เบนซ์ อี-คลาส เอ็นจีที ที่เติมก๊าซในตำแหน่งเดียวกัน

เดชะบุญ ที่พื้นที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหลังของอัลติสค่อยข้างกว้างขวางมาตั้งแต่แรก เมื่อเอาถังแก๊สใส่เข้าไปและวางตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ก็ยังมีพื้นที่มากพอที่จะให้ใส่สัมภาระเพียงพอต่อการเดินทางท่องเที่ยวไปไหน พร้อมกระเป๋าหรือข้าวของคู่ใจ ด้วยพื้นที่ที่ต้องบอกว่ายอมรับได้กับการที่เป็นรถติดตั้งระบบก๊าซธรรมชาติแล้ว ยังมีขนาดเพียงพอจะใส่ของลงไปมากขนาดนี้

เครื่องยนต์ 3แซดแซด-เอฟอี ขนาด 1,598 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 และก๊าซซีเอ็นจี โดยไม่ได้ปรับอัตราทดเกียร์ให้แตกต่างจากรุ่นธรรมดา แต่ได้พละกำลังเท่ากันที่รอบเท่ากันแบบไม่ผิดเพี้ยน โดยใช้กล่องอีซียูคนละชุดกับที่ใช้ในการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง

นี่เอง....เป็นสาเหตุที่บอกว่าการขับขี่ในภาพรวม ไม่ได้แตกต่างไปจากตอนขับด้วยน้ำมันไปสักเล็กน้อย เครื่องยนต์ 1.6 อาจจะไม่ปรื๊ดปร๊าดเหมือนเครื่อง 1.8 หรือ 2.0 ที่เคยลองขับกันไปก่อนหน้านี้ แต่ก็ให้สมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ยิ่งในสถานการณ์ที่เน้นความประหยัดและความคุ้มค่าในการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนารถคันนี้

โตโยต้า พัฒนารถคันนี้ด้วยการเน้นไปที่ความปลอดภัยและความสบายใจในการใช้งานของเจ้าของรถมากเป็นพิเศษ ก็เลยตัดสินใจเลือกช้ถังก๊าซแบบไทป์ 1 ทำจากเหล็กกล้าชนิดพิเศษ ขนาด 75 ลิตรน้ำ บรรจุก๊าซได้ 13 – 15 กิโลกรัมก๊าซ ขึ้นอยู่กับแรงดันของแต่ละปั๊ม โดยการเติมเต็มถังจะวิ่งได้ระยะทางราว 180 – 200 กิโลเมตร และในการทดลองวิ่งจริง เมื่อระบบเตือนว่าก๊าซใกล้จะหมดถังแล้ว ก็ยังวิ่งได้ระยะทางเกิน 10 กิโลเมตร ก่อนที่จะตัดเข้าสู่ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงโดยอัตโนมัติ

ตำแหน่งเติมก๊าซ

ด้วยน้ำหนักตัวถังที่เพิ่มขึ้นด้านหลังอีก 100 กว่ากิโลกรัม โตโยต้าก็เลยต้องเซตช่วงล่างและพวงมาลัยของ อัลติส ซีเอ็นจี เสียใหม่ แม้จะบอกว่าฟีลลื่งไม่แตกต่างมากนัก แต่ก็ยอมรับว่าให้ความรู้สึกที่ดีกว่าในรุ่น 1.6อี เครื่องยนต์เบนซิน การถ่ายน้ำหนักของรถในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูงทำได้ดีขึ้นเล็กน้อย พวงมาลัยไฟฟ้าก็มั่นคงขึ้น 

เบาะที่นั่งที่ออกแบบมาดีในการพยายามเพิ่มพื้นที่ในรถและการรองรับสรีระของผู้โดยสารและผู้ขับขี่ ดูจะนั่งไม่สบายไปเล็กน้อย ด้วยอาการชันของตัวเบาะ และวัสดุหุ้มเบาะที่นั่งแล้วไม่สบายมากนัก แต่ก็พอเข้าใจว่านี่คือรถที่ไม่ใช่รุ่นท๊อปอยู่แล้ว

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีมาให้เหมือนกับในรุ่น 1.6อี ทุกประการ รวมไปถึงเกียร์แบบขั้นบันไดที่เมื่อก่อนจะได้เห็นในรถยนต์หรูหราเท่านั้น ตอนนี้กลายเป็นของเล่นในรถยนต์ทุกระดับของโตโยต้า ตำแหน่งการจัดวางเหมาะสมกับการใช้งานอย่างมาก

ใครที่คิดจะกระโดดขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งให้รถพุ่งพรวดออกตัวอาจจะต้องระวัง เพราะต้องบอกว่า อัลติส 1.6 ซีเอ็นจี คันนี้ เป็นรถที่ออกตัวได้ดีมากคันหนึ่ง แต่พอลากไปถึงเกียร์ถัดไปกลับมีอาการตื้อ ๆ มาให้เห็นเสียอย่างนั้น อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ครับ แต่ลักษณะการขับรถแบบนี้คงเน้นไปเรื่อย ๆ เอื่อย ๆ มากกว่า ที่จะมาขับปรู๊ดปร๊าดบนท้องถนนเหมือนรถเครื่องยนต์ใหญ่กว่านั้น

มาตรวัดก๊าซ

กับคำถามสุดท้ายในเรื่องของความประหยัด ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติที่ทำการทดสอบ โตโยต้า ทำสถิติรวบรวมเอาไว้ให้ว่า เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ไป-กลับ 441.70 กิโลเมตร เติมก๊าซไป 3 ครั้ง ครั้งแรกเติมเต็มถังก่อนออกเดินทางและอีก 2 ครั้งหลังที่หัวหิน รวมค่าก๊าซทั้งสิ้น 246.06 บาท เมื่อรวมกับค่าน้ำมันอีก 67.30 บาท รวมเป็นเงิน 313.36 บาทเท่านั้น
คิดให้ง่ายกว่านั้นก็คือหากนำมาคำนวนกลับก็จะเสียค่าใช้จ่ายตกอยู่ที่ 0.71 บาทต่อกิโลเมตร ทำให้ในแง่มุมของความคุ้มค่าในการใช้จ่ายในการวิ่งจริงนั้น อัลติส ซีเอ็นจี วิ่งแซงรุ่นเครื่องยนต์เบนซินไปแบบไม่เห็นฝุ่นและไม่ต้องมาเปรียบเทียบกับให้เสียเวลา

ภายในหรูหราไม่ใช่เล่น

แน่นอนครับว่ารถคันนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถยนต์ใช้พลังงานธรรมชาติสักคัน แต่อยากได้แบบติดตั้งเรียบร้อยมาจากโรงงาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีพอประมาณ การขับขี่ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่คงจะปรื๊ดปร๊าดมากไม่ได้ ถ้ายอมรับคุณสมบัติเหล่านี้ พร้อมแลกมาด้วยการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเอารถไปไหนต่อไปได้ทั่วทิศแบบไม่ต้องหวาดหวั่นเรื่องค่าน้ำมัน รถคันนี้ก็คงตอบสนองได้ทุกด้าน

ยิ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าราคาซีเอ็นจีจะมีแนวโน้มว่าไม่ได้ปรับขึ้นกันไปอีกนาน งานนี้มองยังไงก็คุ้มค่าสมกับที่โตโยต้าเขาคุยมาล่ะครับ!!!

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ