ชาวบ้านเมินซื้อไข่ชั่งกิโล

  • วันที่ 01 ก.พ. 2554 เวลา 12:40 น.

ปลัดพาณิชย์ลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ ตรวจสอบชั่งกิโลขายไข่ไก่วันแรก ด้านผู้ค้าระบุเสียงตอบรับไม่ดีเพราะราคาไม่ต่างกันมาก ขณะที่เพื่อไทยจวกแก้ปัญหาไม่ตรงจุด 

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายไข่ไก่แบบชั่งกิโลกรัมวันแรกย่านตลาดสดยิ่งเจริญ ว่า ประชาชนยังมีความลังเลกับการเลือกซื้อไข่ไก่ในรูปแบบใหม่ เนื่องจากยังไม่มีความคุ้นเคยกับวิธีการใหม่ โดยการจำหน่ายไข่ไก่แบบชั่งกิโลกรัมนั้น เป็นการจำหน่ายแบบคละขนาด ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าแบบเน้นปริมาณ ที่สามารถลดภาระค่าครองชีพได้เล็กน้อย

ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ให้ผู้ค้าหันมาใช้ตราชั่งแบบดิจิตอลเพื่อความแม่นยำ โดยหลังจากนี้จะมีการหารือกับผู้ค้าถึงการปัดเศษสตางค์ ว่าจะมีการปัดขึ้นหรือปัดลงอย่างไร เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะมีการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคภายในระยะเวลา 3 เดือน ก่อนที่จะนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

ด้านผู้ค้า ระบุว่า ลูกค้าให้การตอบรับไข่ชั่งกิโลน้อยกว่า ไข่คัดขนาด เนื่องจากราคายังคงไม่มีความแตกต่างกันมากนัก แต่ทางผู้ค้า ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐ

ขณะที่ผู้บริโภครายหนึ่ง ที่ซื้อไข่แบบชั่งกิโล กล่าวว่า ไม่ค่อยชอบ เพราะไม่สะดวกเท่าแบบเดิม เนื่องจากต้องเสียเวลาเลือกไข่ และชั่งกิโลอีก ขณะที่แบบเดิมที่ใส่แผงไว้แล้ว สามารถหยิบได้ทันที อีกอย่าง ในการเลือกซื้อ บางร้านก็เอาใส่แผงแบบคละขนาดไว้เลย และส่วนใหญ่จะเป็นไข่เบอร์เล็ก ไม่ใช่เป็นการเอามาขายแบบกองรวมกันจำนวนมาก ทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถเลือกซื้อเองได้ตามใจชอบ อีกทั้ง ยังมีปัญหาเรื่องการปัดเศษสตางค์ ซึ่งการซื้อครั้งนี้ก็ต้องซื้อเพิ่มไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเป็นตัวเลขที่ลงตัว หรือสามารถปัดเศษได้

ส่วนผู้ค้าไข่ไก่แบบชั่งกิโลรายหนึ่ง ณ บริเวณงานมหกรรมสินค้าเกษตร ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-2ก.พ.54 กล่าวว่า บริษัท ได้นำไข่ไก่มาขายแบบชั่งกิโลในงานธงฟ้าต้อนรับเทศกาลตรุษจีนของกระทรวงพาณิชย์ โดยขายที่กิโลกรัมละ 48 บาท ถูกกว่าท้องตลาดที่กำหนดให้ขายกิโลกรัมละ 52 บาท และการขายแบบใหม่นี้ จะถูกกว่าการขายแบบเก่า  ซึ่งผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ แต่ในฐานะที่เป็นคนขาย ไม่ชอบ เพราะยุ่งยาก และยังมีปัญหาเรื่องการปัดเศษสตางค์

“ไข่ชั่งกิโลจะถูกกว่าขายเป็นฟอง ซึ่งในแง่ผู้ค้าไม่ดี อย่างวันนี้ ไข่ไก่เบอร์ 1 ขายทั่วไปแผง (30 ฟอง) ละ 97 บาท แต่เมื่อมาขายคละชั่งกิโล ก็จะตกแผงละ 95 บาท และยังมีปัญหาเรื่องการปัดเศษสตางค์ ซึ่งกรมการค้าภายในกำหนดว่า ถ้ามากกว่า 50 สตางค์ให้ผู้ค้าปัดขึ้นเป็น 1 บาท แต่ถ้าน้อยกว่าก็ให้ตัดทิ้ง แต่ถ้าตัดทิ้งหลายๆ ครั้ง ผู้ค้าก็ขาดทุนได้ แต่เมื่อกำหนดมาแล้วเราก็ต้องยอมทำตาม” ผู้ขายกล่าว

เพื่อไทยจวกรัฐแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

ขณะที่พรรคเพื่อไทย นำโดยนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานเศรษฐกิจของพรรค ได้ลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ ย่านสะพานใหม่ เพื่อตรวจสอบนโยบายชั่งไข่ขายเป็นกิโลกรัมของรัฐบาลเช่นเดียวกัน

จากการสำรวจตลาดพบว่า ในร้านแรกได้นำไข่เบอร์ 0 และเบอร์ 1 มาชั่งกิโลขาย ปรากฎว่ามีราคาแพงกว่าแบบซื้อแบบเป็นใบประมาณ 3 บาท ส่วนในร้านค้าที่ 2 นั้นได้นำไข่ที่มีขนาดเล็กกว่าร้านแรกมาชั่งกิโลขาย ปรากฎว่าราคาก็ยังแพงกว่าแบบซื้อเป็นใบประมาณ 2 บาท

ทั้งนี้พ่อค้าระบุด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าประชาชนนิยมซื้อไข่แบบไหนมากกว่ากัน เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีนและเริ่มขายไข่แบบชั่งกิโลเป็นวันแรก คงต้องรอหลังจากนี้ไปอีกสักระยะจขึงจะสามารถวัดได้ว่าลูกค้าชื่นชอบวิธีไหนมากกว่ากัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทีมงานของพรรคเพื่อไทยยังได้สำรวจราคาน้ำมันปาล์มในตลาดอีกด้วย โดยพบว่าน้ำมันปาล์มในตลาดนั้นขายอยู่ที่ราคาตั้งแต่ขวดละ 52 บาทไปจนถึง 60 บาท ในขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มของกระทรวงพาณิชย์นั้นขายอยู่ที่ราคาขวดละ 47 บาทแต่มีจำนวนจำกัดและไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

ด้าน นายสุชาติ กล่าวว่า นโยบายชั่งไข่ขายเป็นกิโลกรัมเป็นนโยบายที่น่าขบขัน รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด แทนที่จะดูว่าราคาไข่ที่แพงขึ้นนั้นเพราะต้นทุนที่เกิดจากอาหารสัตว์นั้นสูงขึ้น และมีการผูกขาดจำหน่ายอยู่เพียงไม่กี่ราย ดังนั้นอยากให้รัฐบาลลงมาสำรวจตลาดจริงๆ ดูบ้าง เพราะเชื่อว่าต่อจากนี้ไปราคาสินค้าจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐบาลไม่เร่งหามาตรการมาควบคุมดูแล 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ