ยอดใช้น้ำมันยังพุ่ง สวนทางน้ำมันแพง

วันที่ 30 มิ.ย. 2565 เวลา 13:20 น.
ยอดใช้น้ำมันยังพุ่ง สวนทางน้ำมันแพง
คนไทยใช้น้ำมันเพลิน ยอดใช้เพิ่มทุกชนิด ชี้ดีเซลบี 7 พุ่งเกือบ70% ผลจากตรึงราคา 35 บาท ขณะที่นำเข้าน้ำมันดิบเฉียดแสนล้านบาท

น.ส.นันธิกา ทังสุพานิช อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 12.4 โดยการใช้กลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.6 น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.7 น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.0 LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 น้ำมันก๊าดเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 ขณะที่การใช้ NGV เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 อย่างไรก็ตาม การใช้กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ 0.3 เนื่องจากราคา ที่อยู่ในระดับสูง

ส่วนภาพรวมการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินช่วง 5 เดือน(มกราคม – พฤษภาคม) 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 29.71 ล้านลิตร/วัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ลดลง ร้อยละ 0.3) เนื่องจากราคาที่อยู่ในระดับสูง การใช้แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ อี20 และเบนซินลดลงมาอยู่ที่ 6.97 ล้านลิตร/วัน 5.74 ล้านลิตร/วัน และ 0.57 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ ขณะที่การใช้แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ อี85 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15.45 ล้านลิตร/วัน และ 0.99 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ

ด้านการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลช่วง 5 เดือน เฉลี่ยอยู่ที่ 75.81 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.6) การใช้ที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น และมาตรการช่วยเหลือโดยตรึงราคาให้ไม่เกิน 30-32 บาท/ลิตร สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี7 การใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 65.70 ล้านลิตร/วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 69.5)น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2562 ปริมาณการใช้ลดลงมาอยู่ที่ 3.18 ล้านลิตร/วัน และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 มีปริมาณการใช้ 0.20 ล้านลิตร/วัน

การใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) เฉลี่ยอยู่ที่ 7.38 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นจมากช่วงเดียวกันของปีก่อน(เพิ่มขึ้น ร้อยละ 57.7) เนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการการบินและการเดินทางเข้า-ออกประเทศ การใช้ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) เฉลี่ยอยู่ที่ 17.89 ล้านกก./วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 9.5) เนื่องจากการใช้ในทุกภาคเพิ่มขึ้น โดยภาคปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.03 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 13.9) ภาคขนส่งเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.05 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15.7) ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.03 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 9.7) และภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.78 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.1)

การใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 3.33 ล้านกก./วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.0) โดย ปตท. ขยายระยะเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม และราคาขายปลีก NGV สำหรับรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเคยได้รับสิทธิผ่านมาตรการ NGV เพื่อลมหายใจเดียวกันที่ 13.62 บาท/กิโลกรัม จนถึงวันที่ 15 กันยายน 2565 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทุกภาคส่วน

ส่วนการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 1,000,569 บาร์เรล/วัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 8.9) โดยการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 937,101 บาร์เรล/วัน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.7) สอดคล้องกับความต้องการใช้ในประเทศที่สูงขึ้น โดยมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 98,388 ล้านบาท/เดือน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 91.8) ขณะที่การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ แอลพีจี) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 63,468 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 5,490 ล้านบาท/เดือน

การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา  น้ำมันอากาศยาน น้ำมันก๊าด และแอลพีจี โดยปริมาณส่งออกลดลงมาอยู่ที่ 170,459 บาร์เรล/วัน (ลดลง ร้อยละ 4.8) คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 20,690 ล้านบาท/เดือน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 86.2)