อ่วมสุดสุด!!! กองทุนน้ำมันฯติดลบกว่า 1 แสนล้าน ลุ้นขอขยับขึ้นดีเซล

วันที่ 27 มิ.ย. 2565 เวลา 15:15 น.
อ่วมสุดสุด!!! กองทุนน้ำมันฯติดลบกว่า 1 แสนล้าน ลุ้นขอขยับขึ้นดีเซล
กองทุนน้ำมันฯติดลบทำสถิติทะลุ 1.02 แสนล้าน หลังต้องทุ่มอุดหนุนราคาดีเซลไม่เกิน 35 บาท จับตาบอร์ดสกนช.เคาะเติมเงินช่วยต่อหรือขยับราคา

รายงานข่าวจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยถึงฐานะสุทธิกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด  ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2565 ติดลบแล้ว 102,586 ล้านบาทแยกแบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 65,202 ล้านบาท และบัญชีแอลพีจีติดลบ  37,384  ล้านบาท ซึ่งสาเหตุของการติดลบที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เกิดจากการนำเงินไปใช้ในการพยุงราคาดีเซล ไม่ให้เกินลิตรละ 35 บาทตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงผันผวนในระดับสูงจากช่วงต้นสัปดาห์ก่อนที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นและเริ่มอ่อนตัวลงกลางสัปดาห์จากนั้นกลับมาเพิ่มสูงอีกโดยเฉพาะดีเซลตลาดสิงคโปร์ปิดตลาดเมื่อ 24 มิ.ย. ปรับขึ้น 1.19 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 171.92 เหรียญฯต่อบาร์เรลเนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจุบันการอุดหนุนราคาขายปลีกดีเซลอยู่ในอัตราเกือบ 11 บาทต่อลิตร แต่จากการที่ราคาดีเซลปรับตัวสูงขึ้นและทำให้ค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันเหลือเพียง 1.24 บาทต่อลิตร

อย่างไรก็ตามการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบน.) ที่มี นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์  รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธาน ในวันนี้ (27มิ.ย.)จะมีการพิจารณาราคาดีเซลใหม่ ซึ่งจะมีการอุดหนุนเพิ่มเติมหรือปรับขึ้นราคาขายปลีก หรือไม่ หากมองแนวโน้มทั้งเรื่องสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ รวมถึงทิศทางตลาดโลกโอกาสที่ดีเซลจะปรับขึ้นเกิน 35 บาทต่อลิตรก็ย่อมมีสูงเช่นกันแม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐจะมีการระบุจะตรึงถึงสิ้นเดือนนี้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ประชุมเป็นสำคัญ

สำหรับแผนการกู้เงินล็อตแรกวงเงิน 2 หมื่นล้านบาทที่จะนำมาเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ มีความคืบหน้าพอสมควรแล้วคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

ส่วนกรณีการหารือโรงกลั่น 6 แห่งกำลังอยู่ระหว่างการหารือถึงแนวทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าได้โดยไม่ผิดระเบียบโดยเฉพาะโรงกลั่นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ต้องตรวจสอบกฏหมายอย่างรอบคอบเพราะอาจจะกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อไปในอนาคต