น้ำมันพืชกุ๊ก วางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสู่องค์กรธุรกิจคู่การบริโภค อย่างยั่งยืน

วันที่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 16:45 น.
น้ำมันพืชกุ๊ก วางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสู่องค์กรธุรกิจคู่การบริโภค อย่างยั่งยืน
“ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช” เดินหน้านโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนประกาศยุทธศาสตร์ มุ่งสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ในปี พ.ศ. 2608

นายเพชร หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืชกุ๊ก เปิดเผยว่า ตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีพันธกิจ “ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน” ด้วยการกำหนดการดำเนินการในด้านต่างๆ ประกอบด้วย การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงาน, กระบวนการผลิต และทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ตลอดจนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์กร

โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของบริษัท คือ การมุ่งสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2608 ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง (GREEN BUSINESS ROAD MAP) โดยวิธีการประเมินเชิงปริมาณของการใช้ทรัพยากร ปริมาณมลพิษที่เกิดขึ้น และผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อโลก และระบบนิเวศ ตามหลักการ Life Cycle Assessment (LCA)

“เป้าหมายในเรื่องนี้ เป็นการมุ่งเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล ที่สอดคล้องกับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) ซึ่งเป็นเป้าหมายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริม BCG Model, การก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี พ.ศ. 2593 และการที่รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายสู่ประเทศที่ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ในปี พ.ศ. 2608” นายเพชร กล่าว

ทั้งนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่ส่งผลต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประกอบด้วย การเดินหน้าเพื่อมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิต (Sustainable Energy) การลดการใช้พลังงาน รวมถึงการเลือกวัตถุดิบทีมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ ฯลฯ ส่งผลให้การปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ของการผลิตผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วเหลืองของบริษัทลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2563 สามารถลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2555 และลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4 เท่า

สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันทานตะวัน นายเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังได้จัดทำและทบทวนแผนการจัดการคาร์บอน (Carbon Management Plan) ทุกปี โดยมุ่งหาเทคโนโลยี นวัตกรรมและกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยตนเองให้มากที่สุด ตลอดจนส่งเสริมคู่ค้า และผู้บริโภค ให้เข้าร่วมกิจกรรมชดเชยคาร์บอน และการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีการติดฉลาก Carbon footprint of products และ Carbon Neutral

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำ Sustainability Certification และจัดทำ Digital Interface จากระบบการผลิต และระบบบัญชี มาใช้ในการคำนวณ Carbon Footprint ของผลิตภัณฑ์ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการการใช้พลังงาน

ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายดังกล่าว ตลอดเวลาที่ผ่านมาบริษัทมีการนำเทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly production) มาใช้ในการผลิต โดยบริษัทถือผู้ผลิตน้ำมันพืชรายแรกในเอเชียที่นำระบบ ICS (Ice Condensing Vacuum System) มาใช้ในกระบวนการกลั่น เพื่อให้ได้น้ำมันพืชคุณภาพที่ดีที่สุด ลดการใช้พลังงานความร้อน และระยะเวลาในการกลั่น ทำให้สามารถรักษาคุณภาพน้ำมันได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ปี 2548

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาด้านการผลิต พัฒนาและติดตั้งเทคโนโลยีจากเบลเยียม ระบบ Nano Neutralization & Combined clean เพื่อลดปริมาณการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต และลดปริมาณการเกิดน้ำเสีย ตั้งแต่ปี 2561ตลอดจนการให้ความสำคัญในการใช้พลังงานทดแทน ต่างๆ เช่น พัฒนาและติดตั้ง Multi biomass boiler ทดแทน Heavy oil boiler ในการผลิตพลังงานไอ และติดตั้ง Solar cell ผลิตพลังงานไฟฟ้าภายในโรงงาน ตั้งแต่ปี 2563 และมีแผนที่จะทำการติดตั้งเพิ่มเติมในอนาคต