“ไมเดีย” บุกหนักแอร์เชิงพาณิชย์หลังเดินสายผลิตโรงงานในไทยใหญ่สุดเอเชีย ชูฮับส่งออกอาเซียน 

วันที่ 29 พ.ค. 2565 เวลา 12:20 น.
“ไมเดีย” บุกหนักแอร์เชิงพาณิชย์หลังเดินสายผลิตโรงงานในไทยใหญ่สุดเอเชีย ชูฮับส่งออกอาเซียน 
“ไมเดีย” แอร์สัญชาติจีนบุกตลาดเชิงพาณิชย์ผ่านช่อง B2B พร้อมแผนเปิดโรงงานเครื่องปรับอากาศในไทยใหญ่สุดในเอเชีย ชูฮับส่งออกสินค้าบุกตลาดอาเซียนหนุนโตทั้งภูมิภาค เป้าเบอร์ 3 ใน 5 ปี

นายโทนี่ หลิว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็มดี คอนซูเมอร์ แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ไมเดีย ประเทศไทย เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจในประเทศไทยว่า บริษัทจะมุ่งผลักดันการเติบโตของเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ โดยขยายฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) ที่ต้องการวางระบบเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ สำหรับผู้พัฒนาโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบ อาทิ โรงแรม คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัย ซึ่งจะเติบโตตามทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและจากนโยบายการเปิดประเทศของภาครัฐ                       

โดยจะเดินหน้าขยายทีมงานในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ตลอดจนการพัฒนาสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างให้แบรนด์ไมเดียเข้าไปนั่งอยู่ในใจของลูกค้าคนไทย 

ทั้งนี้ บริษัทได้วางงบลงทุนในการทำการตลาดและการสร้างแบรนด์ปีละ 12% จากยอดขาย พร้อมให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ ทั้งการตลาด ทีมขาย เน้นช่องทางการขาย และจัดอบรมสินค้าให้สำหรับโครงการ พร้อมการบริการหลังการขายที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ 

โดยวางเป้าหมายการเติบโตด้านยอดขายปีนี้ 45% เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายขยายทีมงานที่แข็งแกร่ง ขยายฐานลูกค้าในปีนี้ และตั้งเป้ามีเครือข่ายพาร์ทเนอร์คู่ค้าที่แข็งแรง เพื่อให้ไมเดีย MBT ทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 3 ของตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ VRF, Chiller และเครื่องปรับอากาศภายในสำนักงาน ในประเทศไทย ภายใน 5 ปีจากนี้ 

สำหรับกลยุทธ์ที่ใช้ในการรุกตลาด บริษัทจะชูความเป็นแบรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งไมเดียประเทศไทย มีสินค้าตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และเดินหน้าพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง และยืดหยุ่น โดยเฉพาะในแง่ของเทคโนโลยี และนวัตกรรมสินค้าที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของคนรุ่นใหม่ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัย ฯลฯ ประกอบกับการให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพการบริการหลังการขาย มั่นใจว่าจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของของเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นจุดขายของเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ บวกกับความหลากหลายของสินค้า ตอบโจทย์ทุกปัญหาไม่ว่าจะเป็นลูกค้ากลุ่มธุรกิจหรือบุคคล โดยปัจจุบันภายใต้แบรนด์ไมเดีย มีสินค้าคลอบคลุมการติดตั้งในทุกขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่ เน้น 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ได้แก่ 

1.เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์แบบ VRF 2.เครื่องปรับอากาศแบบชิลเลอร์ โดยใช้ระบบทำน้ำเย็น คอมเพรสเซอร์ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Centrifugal Chiller) ให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นที่สูง ซึ่งทำให้อายุการใช้งานยาวนานมากขึ้น พร้อมช่วยในด้านการลดต้นทุน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น เทคโนโลยี Full Falling Film Evaporation เทคโนโลยีระบบการระเหยสารทำความเย็น ช่วยประหยัดในส่วนของสารทำความเย็นได้ถึง 40% เมื่อเปรียบเทียบกับชิลเลอร์ในแบบปกติ

นายโทนี่ หลิว กล่าวว่า ด้วยความเชื่อมั่นของบริษัทที่มีต่อประเทศไทย ที่ผ่านมาบริษัทได้ตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานผลิต Midea Thailand Smart Factory สำหรับเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย ซึ่งเปิดเดินเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา โดยตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 5) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งถือเป็นโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยของไมเดียที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย 

นอกจากนี้ยังเป็นโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตสูงที่สุดที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีนของไมเดีย กรุ๊ป  โดยอนาคตวางเป้าให้โรงงานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางส่งออกเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย ไปยังตลาดอาเซียน ซึ่งจะช่วยยกระดับการดำเนินงานให้แก่ประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และข้อได้เปรียบในด้านภาษี อีกทั้งยังช่วยประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้รับผลประโยชน์ในด้านห่วงโซ่อุปทานอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับประเทศไทย การเปิดโรงงาน และการขยายธุรกิจเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ MBT ในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญช่วยให้ภาพรวมและเพิ่มสัดส่วนการตลาดให้แบรนด์ไมเดีย เติบโตอย่างรวดเร็วมากขึ้น                       ซึ่งไทยถือเป็นตลาดที่กลุ่มบริษัทไมเดียให้ความสำคัญเป็นพิเศษ 

โดยสามารถสร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วน              ถึง 47% ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างการเติบโตในไทย ทั้งด้านยอดขายและกำไรได้อย่างชัดเจน รวมถึงจุดแข็งในด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะในองค์ประกอบสำคัญเช่น คอมเพรสเซอร์ มอเตอร์ และ PCB Board ที่เป็นผู้ผลิตและกระจายการขนส่งเองได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการมีช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมทั้งลูกค้าธุรกิจองค์กรร้านค้า สำหรับธุรกิจ HVAC และการจำหน่ายให้ลูกค้าบุคคลทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำและตัวแทนจำหน่ายตามภูมิภาคต่างๆ

“ประเทศไทยถือได้ว่าถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของภูมิภาคอาเซียน ที่มีดัชนีชี้วัดเสรีภาพทางเศรษฐกิจและมีศักยภาพในการเติบโต เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน การดำเนินธุรกิจนี้ในไทยจะทำให้ไมเดียสามารถเชื่อมต่อเป็นศูนย์กลาง และทำให้ซัพพลายเชนทั้งระบบดำเนินงานอย่างราบรื่นและรวดเร็วมากขึ้น และยังมีโอกาสในการขยายตลาดลูกค้าในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มลูกค้าจากอีคอมเมิร์ซ ที่มียอดขายเติบโตสูงมากในปีที่ผ่านมา” นายโทนี่ หลิว กล่าวทิ้งท้าย