มหาเจดีย์ชเวดากอง

วันที่ 28 พ.ค. 2565 เวลา 07:30 น.
มหาเจดีย์ชเวดากอง
คอลัมน์ เปิดประตูค้าชายแดน

เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผมได้พูดในรายการ Good Morning Asian ถึงเรื่อง “จุดที่ไม่ควรพลาดในการไปสักการะพระเจดีย์ชเวดากอง” ก็ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจ เพราะเป็นสถานที่ๆนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน ที่เข้าไปเมียนมา จะต้องไปสักการะสักครั้งหนึ่งในชีวิตให้ได้

เพราะที่นั่นนอกจากเป็นสถานที่ที่สวยงามอลังการในยามค่ำคืนแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกเยอะมาก ก็เปรียบเสมือน “วัดพระศรีรัตนศาสดาราม” ของไทยเรานั่นแหละครับ

ถ้าใครมาประเทศไทยเรา ไม่ได้ไปสักการะกราบไหว้องค์พระแก้วมรกต ก็เสมือนหนึ่งมาไม่ถึงกรุงเทพฯเช่นกัน ดังนั้นผมจึงคิดว่า คนไทยที่เคยไปเมืองย่างกุ้ง ต้องเคยไปกราบไหว้สักการะองค์พระเจดีย์ชเวดากองกันทุกคน แต่ปรากฏว่าหลังจากจบรายการ มีเพื่อนๆแฟนคลับส่งข้อความมาให้เยอะมาก

มีทั้งคำถามและมีทั้งเรื่องเล่าต่างๆนานา ผมจึงตอบไปว่า การพูดในรายการมีเวลาเพียงสิบกว่านาที ผมไม่สามารถใช้การบรรยายแล้วจะเห็นภาพได้ จึงขออนุญาตให้มาอ่านในคอลัมน์นี้จะดีกว่าครับ

ประวัติที่มาของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ผมคงต้องขออนุญาตไม่กล่าวถึง เพราะเราสามารถหาอ่านได้ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของดิจิตอล ที่เราสามารถหาดูข้อมูลได้ไม่ยาก

แต่ผมจะเล่าด้วยประสบการณ์และมุมมองของผม ที่ใช้ชีวิตทำมาหากินที่เมืองย่างกุ้งมาสามสิบกว่าปี และได้มีโอกาสขึ้นไปสักการะพระมหาเจดีย์มาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งแล้ว จึงอาจมีมุมมองที่จะแตกต่างกับไกด์ที่มืออาชีพ

บางครั้งเรามีเวลาขึ้นไปบนเจดีย์ ซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก พระพุทธรูปและสถูปเจดีย์ก็เยอะแยะเต็มไปหมด แค่ชั่วโมงเดียวหรือสองชั่วโมง รายละเอียดต่างๆที่ทางไกด์ทัวร์จะพาไปชมและอธิบายจึงมีน้อยมาก ยากที่จะชมได้ทุกจุด

แต่อย่างไรก็ตาม ผมจะเลือกเอาจุดที่สำคัญๆและน่าสนใจมาเชิญชวนให้ไปสักการะเท่านั้น มาเขียนลงในบทความนี้ เผื่อถ้าพวกเรามีโอกาสได้ขึ้นไปที่บนนั้น จะได้เป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับ ลองอ่านดูนะครับ

จุดที่เราขึ้นบนพระมหาเจดีย์มีอยู่ด้วยกันสองวิธี โดยเดินขึ้นไปทางบันไดทั้งสี่ทิศ เหนือ ออก ใต้ ตก กับการขึ้นลิฟต์ที่ปัจจุบันนี้ เขามีอยู่สามจุดด้วยกัน คือทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้ลิฟต์นี้กันเยอะครับ) กับทางทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้

สองลิฟต์หลังนี้ นักท่องเที่ยวจะน้อยหน่อย ผมแนะนำให้ใช้ลิฟต์ตัวแรกจะดีกว่านะครับ เพราะเขามีลิฟต์สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ไม่ต้องไปอัดแน่นกับชาวบ้านครับ

เมื่อขึ้นไปถึงบนนั้น อาจจะมีเจ้าหน้าที่ประจำหน้าลิฟต์ ที่เขาหากินด้วยการขายพวงมาลัยดอกไม้อยู่หน้าลิฟต์ เป็นการหารายได้พิเศษ ผมคิดว่าถ้าเราอุดหนุนเขาได้ ก็ช่วยเขาไปเถอะครับ เพราะราคาก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่ เป็นการช่วยเขาให้มีรายได้ไปด้วย สงสารเขาครับ พอเดินออกมาเข้าสู่บริเวณสังฆมณฑลของพระมหาเจดีย์

ด้านขวามือ จะมีต้นศรีมหาโพธิ์ที่เก่าแก่มากต้นหนึ่ง ที่ได้มาจากประเทศศรีลังกา ทราบมาว่าที่ได้มาในยุคที่มีการอัญเชิญพระเกศาของพระพุทธเจ้า 8 เส้นมาจากศรีลังกา โดยลงเรือมาขึ้นที่ท่าน้ำชายฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง หน้าวัดโบดะถ่อง (วัดเทพทันใจ ที่คนไทยรู้จักกันดี) แล้วนำมาปลูกไว้ที่นี่

ทุกวันเวลาขึ้นไปสักการะพระมหาเจดีย์ เราจะเห็นมีพระสงฆ์-แม่ชี หรือผู้คนชาวเมียนมา เข้ามาเก็บใบโพธิ์ที่หล่นบนพื้น ไปสักการะกราบไหว้บูชากันที่บ้านครับ 

พอเดินลึกเข้าไป ก่อนจะเข้าสู่บริเวณลานทางเดินรอบพระมหาเจดีย์ ด้านขวามือจะมีศาลาที่ตั้งพระพุทธรูป 2-3 ศาลา หนึ่งในนั้นมีพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่มาก ที่ผมเข้าใจเอาเองว่า น่าจะมีคนไทยนำไปประดิษฐานไว้บนนั้น

ทุกครั้งที่ขึ้นไป ผมก็จะไปกราบทุกครั้งไปครับ  รอบๆด้านในของทางเดินของพระมหาเจดีย์ ที่หากเราเดินตามเข็มนาฬิกา ทุกๆมุมและด้านข้างของจตุรมุขศาลาทั้งสี่มุข เราจะเห็นมีการนำเอาพระพุทธรูปหินอ่อนองค์เล็ก มาตั้งไว้บนหิ้ง ด้านบนของพระพุทธรูปจะมีฉัตรร่มกางอยู่ สังเกตุดูจะเห็นมีประชาชน เดินเข้าไปสรงน้ำพระพุทธรูปดังกล่าวไม่ขาดสาย

ด้านล่างของพระพุทธรูปจะมีการนำเอารูปปั้นสัตว์ต่างๆ ที่เป็นสัญญาลักษณ์ของวันเกิดมาตั้งไว้ หากใครเกิดตรงกับสัญญาลักษณ์นั้น ก็จะเข้าไปสรงน้ำพระดังกล่าว

โดยสัตว์ที่กล่าวมานั้นเป็นสัตว์ประจำวันเกิด เช่นวันอาทิตย์ เป็นครุฑ วันจันทร์เป็นเสือ วันอังคารเป็นสิงโต วันพุธเวลากลางวันตั้งแต่เที่ยงคืนถึงหกโมงเย็นเป็นช้างที่มีงา ส่วนวันพุธตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน จะเป็นวันราหูหรือวันดาวเกตุ สัตว์ประจำวันจะเป็นช้างที่ไม่มีงา วันพฤหัสบดีจะเป็นหนู วันศุกร์จะเป็นหนูตะเภา วันเสาร์จะเป็นนาค ก็สามารถสังเกตุดูได้ว่าใครเกิดวันไหนครับ

ที่น่าสนุกกว่านั้น เราจะเห็นว่าชาวเมียนมาเขาเชื่อเรื่องดวงกันมาก เขาจะมีบอกว่าใครเกิดวันไหนดวงจะสมพงษ์กับคนที่เกิดวันไหน ดังนั้นหนุ่มสาวที่จะจับคู่กัน ส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มๆเสียมากกว่า ก็จะไปนั่งเหล่สาวกันที่พระประจำวันเกิดนี่แหละครับ

ซึ่งผมก็มีลูกน้องผู้ชายคนหนึ่ง เขาก็ไปได้พบกับภรรยากันครั้งแรก ที่บนพระมหาเจดีย์นี่แหละครับ ส่วนด้านขวามือของทางเดิน จะมีสถูปเจดีย์เล็กๆที่เรียงรายอยู่โดยรอบเต็มไปหมด ไม่มีที่ว่างเลยครับ แต่ละเจดีย์จะมีผู้ที่มีจิตศัทธา หรือผู้มีบารมีสูงของประเทศ มาสร้างสถูปเจดีย์ไว้ ภายในสถูปจะมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานอยู่ภายใน

ก็มีเรื่องเล่าของสถูปเจดีย์บางองค์ เนื่องจากเนื้อกระดาษหมดลงเสียแล้ว ไว้อาทิตย์หน้า ผมจะมาเล่าต่อนะครับ