ส่งออกวิ่งฉิว 4 เดือนโต 13.7 % ลุ้นออเดอร์ข้าวปีนี้ทำสถิติ 8 ล้านตัน

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 14:00 น.
ส่งออกวิ่งฉิว 4 เดือนโต 13.7 % ลุ้นออเดอร์ข้าวปีนี้ทำสถิติ 8 ล้านตัน
‘จุรินทร์’ ฝ่า 3 วิกฤตซ้อน ดันส่งออกของไทยโตต่อเนื่อง 4 เดือน ทำรายได้เข้าประเทศ 3.1 ล้านล้านบาท สินค้าเกษตรนำโด่ง ข้าวหอมมะลิพุ่ง 102 %

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าการส่งออกเดือนเมษายน 65 ยังมีการขยายตัวต่อเนื่อง แม้เจอหลายวิกฤตซ้อนกันทั้งโควิด เศรษฐกิจ สงครามการค้า และรัสเซีย-ยูเครน  โดยขยายตัว 9.9% หรือประมาณ 10% คิดเป็นมูลค่า 782,146 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออก 4 เดือน( ม.ค.-เม.ย.)  ขยายตัว 13.7% มูลค่า 3,183,591 ล้านบาท หรือ 3.183 ล้านล้านบาท

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 3 หมวดสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรม โดยสินค้าเกษตรเดือน เม.ย.ขยายตัว 3% โตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ได้แก่ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 49.5%  ข้าว ขยายตัว 44%  มูลค่า 9,978 ล้านบาท โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน เซเนกัลและโมซัมบิก  ซึ่งข้าวหอมมะลิ เป็นบวกถึง 102.3% แลแนวโน้มการส่งข้าวปีนี้คิดว่าจะเกินเป้าที่กำหนดไว้ ปีที่แล้วส่งออก 6.1 ล้านตัน ปีนี้แนวโน้มจะส่งออกได้ 7-8 ล้านตัน  

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการส่งออก คือประการที่หนึ่ง การเร่งรัดการส่งเสริมการส่งออกข้าวโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ทูตพาณิชย์ได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยเฉพาะร้านอาหารไทยในต่างประเทศให้หันมาใช้ข้าวหอมมะลิมากขึ้น และข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ได้รับเครื่องหมาย GI ของสหภาพยุโรปกลายเป็นจุดขายสำคัญ และสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยเร่งรัดการเจรจาส่งออกข้าวเป็นกำลังเสริมสำคัญหนุนการส่งออก

ประการที่สอง การขยายความร่วมมือกับตลาดใหม่ เช่น ภูฏานมุ่งเน้นสมุนไพรไทยและยาแผนโบราณ   ประการที่สาม การลงนาม Mini-FTA เช่น กับอินเดีย รัฐเตลังคานา กับจีนมณฑลไห่หนานและกานซู่ มีผลในการกระตุ้นการส่งออกในอนาคตได้  ประการที่สี่ การประชุม JTC ไทย-เวียดนาม ล่าสุดที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ช่วยให้การส่งผลไม้ผ่านแดนจากเวียดนามไปจีนคล่องตัวขึ้นในอนาคต และขอให้เวียดนามยกเลิกระงับการนำเข้าไก่ เงาะและมะม่วง ถ้าสำเร็จจะช่วยเสริมตัวเลขส่งออกได้มากขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ในตลาดเวียดนาม

ประการที่ห้า การเจรจาระดับทวิภาคีเพื่อการส่งออกเช่น กับเปรูและฮ่องกง ที่จะช่วยนำเข้าข้าวพรีเมี่ยมจากไทยมากขึ้น กับเวียดนามมองโกเลีย จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญสำหรับการส่งออกในอนาคต  ประการที่หก การส่งเสริมการส่งออกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์รวมทั้งทำOBM จับคู่ธุรกิจออนไลน์ จะมีส่วนสำคัญด้านตัวเลขการส่งออกและจะทำต่อเนื่อง

ประการที่เจ็ด ภาคการผลิตโลกในภาพรวมยังขยายตัว ดัชนี PMI (Purchasing Managers Index หรือ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ )ยังอยู่ในระดับเหนือ 50 ต่อเนื่อง เป็นเดือนที่ 22 ถือเป็นสัญญาณบวกที่จะนำเข้าสินค้าจากไทย เพื่อใช้ในการผลิตมากขึ้น  และประการที่แปด ค่าเงินบาทยังอ่อนค่า มีส่วนช่วยเสริมให้ตัวเลขการส่งออกดีขึ้น

สำหรับกรณี Food protectionism ที่มีหลายประเทศมีปัญหาอยู่ขณะนี้ ในส่วนของไทยยังไม่ได้เป็นปัญหา เนื่องจากสินค้าที่ประเทศต้นทางส่งออกไม่ใช่สินค้าที่นำเข้าในปริมาณที่มากนัก ไม่มีนัยยะสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันที่บางประเทศไม่สามารถส่งออกอาหารได้จากการเกิด จะส่งผลดีกับประเทศไทย ที่เป็น hub of kitchen ทำให้เราส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า ที่คู่แข่งจากประเทศอื่นประสบปัญหาส่งออกไม่ได้