เร่งปลดล็อกด่านหนองคาย เปิดทางส่งออกผลไม้ไปจีน คาดปี’65 แตะ1,000 ล้านบาท

วันที่ 25 พ.ค. 2565 เวลา 18:43 น.
เร่งปลดล็อกด่านหนองคาย เปิดทางส่งออกผลไม้ไปจีน คาดปี’65 แตะ1,000 ล้านบาท
‘มนัญญา’เดินหน้าลดอุปสรรคด่านตรวจพืชหนองคายล่าช้า จ่อของบขยายพื้นที่ เพิ่มความคล่องตัวส่งออกผัก-ผลไม้ไปจีนหวังปีนี้มูลค่าทะลุ 1,000 ล้านบาท

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์  รมช.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามการทำงานด่านตรวจพืชหนองคาย ที่ด่านศุลกากรจังหวัดหนองคาย ว่า ได้รับทราบปัญหาอุปสรรคเพื่อหาทางแก้ไขเนื่องจากการส่งออก- นำเข้าสินค้าผ่านด่านแห่งนี้มีการขยายตัวของปริมาณสินค้าเพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ไม่เพียงพอ  ในเบื้องต้นทราบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดได้จัดหาที่ดินจะรองรับการขยายตัวกว่า 100 ไร่ แต่งบประมาณปรับปรุงไม่เพียงพอ  ซึ่งจะรับเรื่องนี้ไปหารือกับรัฐบาล เพราะเห็นว่าพื้นที่แออัด ไม่สามารถรองรับการขนส่งได้ทันกับฤดูการผลิต คาดสิ้นปี ยอดส่งออกผลไม้ไทย เฉพาะจากด่านหนองคายสู่จีน ทะลุ 1,000 ล้านบาท

" ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนร้องเรียนว่าด่านนี้มีความล่าช้าซึ่งพบว่า ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่ แต่พื้นที่แออัด ทำให้ไม่คล่องตัวในการเข้าใช้บริการ โดยการตรวจสินค้าเกษตรทั้งส่งออก- นำเข้าไม่ล่าช้า เร็วกว่าเดิม เพราะมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบเคลื่อนที่ ส่วนข่าวออกมาระบุว่าช้านั้นไม่จริง แต่เกิดจากเอกชนบางรายรอให้มีสินค้าเข้ามาเต็มจำนวน 50 ตู้เพื่อลดค่าขนส่งทางรถไฟ    อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายล้วนทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติ ขอรับข้อเสนอของจังหวัดไปผลักดันต่อไป เพราะใช้งบเพื่อขยายพื้นที่รองรับรถไฟไทยจีน อาจมองว่ายังไม่มีรถไฟในขณะนี้ การจัดสรรงบอาจได้น้อย ดังนั้นจะช่วยไปชี้แจงแทนชาวหนองคายเพื่อรองรับการขยายตัวของการส่งออกและนำเข้าสินค้า" น.ส.มนัญญากล่าว

สำหรับระบบการตรวจปล่อยทุเรียนออกนอกราชอาณาจักรตามพิธีสารว่าด้วยการกักกันโรคและตรวจสอบก่อนส่งออกและนำเข้าผลไม้ไทยผ่านประเทศที่สามเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชาจีน ปัจจุบันมีรูปแบบที่ชัดเจน คือด่านปลายทางตรวจสอบ ทะเบียนส่งออก หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หมายเลขซีล ถูกต้องครบถ้วนตามด่านตรวจพืชต้นทาง โดยแจ้งผ่านระบบใบรับรองสุขอนามัยพืชอิเล็กทรอนิกส์ ส่งสำเนาใบรับรองสุขอนามัยพืชผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังประเทศปลายทาง  ดังนั้นคาดว่าจะทำให้การส่งออกดีขึ้น

ด้านนายระพีภัทร์  จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า กรมฯพร้อมบูรณาการจัดหาพื้นที่ร่วมกับศุลกากร  เพื่อขยายศักยภาพของด่านให้รองรับการขยายตัวพื้นที่เศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบน จากการติดตามพบว่ามีปัญหาอุปสรรคในการตรวจปล่อยสินค้าที่เข้ามากับเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว-ไทย  มาถึงล่าช้าทำให้การปฏิบัติงานล่าช้าไม่เป็นไปตามกำหนด  ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มและต้องปฏิบัติตามมาตรการปลอดโควิด 100 %  ประกอบกับการนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นเรื่องใหม่ต้องปฏิบัติภายใต้พิธีสารที่กำหนดมีความละเอียดทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบสินค้าก่อนนำเข้านาน 

นอกจากนี้สินค้านำเข้าจากจีนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นแต่พื้นที่การตรวจสินค้าไม่ได้ขยายตัวตามปริมาณงานทำให้เกิดความแออัดของพื้นที่และการจราจรหน้าด่านติดขัด 

ปัจจุบันสินค้าเกษตรแต่ละประเภทที่นำเข้าตั้งแต่เดือนธ.ค. 2564 -  เม.ย. 2565    มี 4 รายการคือ 1.ผักสด เช่นผักกาดขาว บร็อคโคลี กระหล่ำปลีรูปหัวใจ  บัวหิมะ กระหล่ำดอก นำเข้า 228 ครั้งต้นทางจากประเทศ จีน ปริมาณ 3,317 ตัน มูลค่า 66 ล้านบาท  2. ไม้ดอกไม้ประดับ นำเข้า 10 ครั้ง จากจีน จำนวน 132 ตัน มูลค่า13 ล้านบาท  3. ผลิตภัณฑ์จากไม้นำเข้า 2 ครั้งจากจีน 35 ตัน มูลค่า 9 แสนบาท และ 4. กระเทียมนำเข้า 1 ครั้งจากจีน ปริมาณ 26 ตัน มูลค่า 3 แสนบาท

ขณะที่สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปจีนผ่านด่านดังกล่าวจำนวน 148 ครั้ง 2.6 ล้านตัน มูลค่า 428 ล้านบาท มีปริมาณนำเข้าปี 2565 ณ  เดือนพ.ค.ที่ด่านตรวจพืชหนองคายรวม  19,319  ตัน มูลค่า 162 ล้านบาท เป็นสินค้ากลุ่มข้าวบาร์เลยไม้แปรรูป ใบยาสูบแห้ง  ไม้เสียบจากไม้ไผ่ ถ่านไม้และอื่นๆปริมาณและมูลค่าส่งออก รวม 47,644 ตัน มูลค่า 664 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามด่านที่อนุญาตให้มีการส่งออกนำเข้าตามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรค แมลงศัตรูพืช และตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างไทยและจีน กำหนดด่านนำเข้าส่งออกของไทย 6 ด่านคือ ด่านเชียงของ นครพนม มุกดาหาร บ้านผักกาด บึงกาฬ หนองคาย และด่านนำเข้าส่งออกของจีน 10 ด่านคือ 1.ด่านโหว่อี้กว่าน 2.โม่ฮาน3.ตงชิง4.ด่านรถไฟผงเสียง5.ด่านรถไฟโม่ฮ่าน6. ด่านเหอโขว่ 7.ด่านรถไฟเหอโขว่ 8.ด่านหลงปัง 9. ด่านเทียนเป่า 10.ด่านสุยโขว่