เกษตรฯรับดูแลไข่-ไก่-หมูหาช่องลดต้นทุนผลิต

วันที่ 09 ม.ค. 2554 เวลา 08:01 น.
เกษตรฯ สนองนโยบายนายกฯ ช่วยดูแลสินค้า ไข่ไก่ ไก่เนื้อ สุกร หาช่องลดต้นทุนวัตถุดิบเลี้ยงสัตว์ สมาคมหมูไล่ส่งไม่ชอบรัฐเข้าแทรก

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการหารือร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่องแผนปฏิรูปประเทศไทยในส่วนของการดูแลค่าครองชีพของประชาชนนั้น นายกฯ ขอให้กระทรวงเกษตรฯ เข้าไปช่วยดูแลในเรื่องต้นทุนการผลิตสินค้า 3 รายการ คือ ไข่ไก่ ไก่เนื้อ และสุกร

นายกฯ ระบุว่า หากคุมต้นทุนการผลิตได้ จะสามารถทำให้ราคาผลผลิตถูกลง โดยมาตรการสำคัญที่นายกฯ เสนอ คือ ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมตัวกันเป็นสหกรณ์ในการผลิตอาหารสัตว์ พันธุ์สัตว์ โดยรัฐจะสนับสนุนในเรื่องเงินทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเป็นทุนในการดำเนินการ ทั้งการจัดหาพันธุ์ ผลิตพันธุ์ และการผลิตอาหารสัตว์ในสมาชิกนั้นๆ

กระทรวงเกษตรฯ จะไปพิจารณาว่าจะสามารถช่วยเหลือโดยส่งเสริมผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ได้หรือไม่ โดยนายกฯ เชื่อว่าหากสามารถทำโครงการนี้ได้และเป็นผลดี แม้จะเป็นจำนวนไม่กี่แห่ง แต่จะเป็นตัวอย่างให้ชุมชนนำไปเป็นตัวอย่าง และเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผูกขาดกับเอกชนรายใหญ่ ซึ่งจากโครงการนี้เชื่อว่าผลผลิตที่ออกมาสู่ตลาดจะถูกกว่าการผลิตในรูปแบบเชิงธุรกิจในปัจจุบัน

“นายกฯ ได้วางแผนจะใช้ที่ดินโครงการโฉนดที่ดินเป็นแหล่งผลิตอาหารราคาถูกสำหรับชุมชน ที่เหลือก็จำหน่ายในตลาด โดยให้กระทรวงเกษตรฯ ประสานกับกระทรวงพาณิชย์หาตลาดระบายสินค้าในลักษณะผู้ผลิตพบผู้บริโภค ลดการผ่านพ่อค้าคนกลาง” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ในส่วนแนวทางชั่งไข่ขายเป็นกิโลกรัม กระทรวงพาณิชย์ได้ทดลองให้พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดมีนบุรีขายได้ผลในระดับหนึ่ง แต่มีปัญหาไข่แตกเสียหาย นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาไข่ยังอยู่ที่ 2.60 บาท บวกกำไรไม่เกิน 20% ตามที่คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) กำหนด ทำให้ราคาหน้าฟาร์มยังอยู่ที่ 2.80 บาท

ที่ผ่านมามีเอกชนบางกลุ่มได้ขอเงินสนับสนุนจากบอร์ดเพื่อนำไปพัฒนาและจัดทำโรงงานผลผลิตอาหารสัตว์ เช่น อาหารไก่ไข่ ซึ่งไม่สามารถให้ได้เนื่องจากเป็นเอกชน จึงได้เสนอให้ไปรวมตัวเป็นสหกรณ์ และขอการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ดูแล

ด้าน สุกรถือว่าโชคดีที่ในช่วงน้ำท่วมมีสุกรเสียชีวิตมาก มิฉะนั้นคงมีปัญหาราคาตกต่ำ ที่ผ่านมาปัญหาต้นทุนการผลิตสูงนั้น ทั้งหมดมาจากราคาอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งมันสำปะหลัง และข้าวโพด โดยอาหารสัตว์เป็นสัดส่วนของต้นทุนการเลี้ยงประมาณ 60% ทำให้ราคาเนื้อสัตว์ในตลาดปรับตัวสูงขึ้น หากมีสหกรณ์ผลิตอาหารสัตว์เกิดขึ้นได้ ก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งให้เกษตรกรได้

นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่ต้องการให้รัฐเข้ามายุ่งกับวงการผู้เลี้ยงสุกร ขณะนี้วงการเลี้ยงสุกรกำลังไปได้ดี ต้นทุนอยู่ที่ 58 บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้นทุนอาหารประมาณ 80% ซึ่งสาเหตุสำคัญ คือ วัตถุดิบอาหารสัตว์และน้ำมันแพง

ทั้งนี้ เชื่อว่าทั้งปีสถานการณ์จะเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องเพราะน้ำมันแพง ซึ่งได้ส่งสัญญาณให้สมาชิกพยายามอย่าเลี้ยงเพิ่ม เพื่อจะได้ไม่มีผลต่อราคาตลาด