อสมท เผยทิศทางธุรกิจ รุกสื่อวิทยุ ดันรายได้โต

วันที่ 13 พ.ค. 2565 เวลา 23:09 น.
อสมท เผยทิศทางธุรกิจ รุกสื่อวิทยุ ดันรายได้โต
อสมท เผยทิศทางหลังประมูลคลื่นวิทยุ เดินหน้าธุรกิจวิทยุเต็มสูบ หลังเม็ดเงินโฆษณาในสื่อโทรทัศน์ เริ่มลดลงในไตรมาสแรก มั่นใจผลงานปี 65 พลิกเป็นบวก

รศ. เกษมศานต์ โชติชาครพันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า“ทิศทางการบริหารคอนเทนท์ของ บมจ.อสมท ยังคงมุ่งเน้นการนำเสนอรายการข่าว สาระ ภายใต้แนวคิด 2022, The year of Trusted News สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจภายหลังจาก บมจ.อสมทประมูลคลื่นความถี่วิทยุในระบบเอฟเอ็ม รวมจำนวน 47 คลื่น แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 6 คลื่น และภูมิภาค จำนวน 41 คลื่น ซึ่งถือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ระดับชาติ เนื่องจากมีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ (Network Coverage Area) ทุกภูมิภาค เริ่มใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ฯ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 มีระยะเวลา 7 ปี เดินหน้าตอกย้ำผู้นำธุรกิจวิทยุที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละคลื่นวิทยุที่ บมจ.อสมท บริหารมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของทุก Segment เช่น FM 95 ลูกทุ่งมหานคร เป็นต้น

ขณะเดียวกันยังเร่งเติมรายได้จากการจัดอีเวนท์ ซึ่งที่ผ่านมาชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด – 19 เชื่อว่าธุรกิจวิทยุยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพียงแต่ต้องหาโมเดลการสร้างรายได้ที่เหมาะสม พร้อมกับการขยายช่องทางการรับฟังผ่านออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ชมและโฆษณา อย่างเช่น Mellow Pop แพลตฟอร์มเพลงอันดับ 1 สายติ่ง สายไอดอล มุ่งเจาะกลุ่มวัยรุ่น สร้าง Community ให้กับกลุ่มคน รุ่นใหม่ มั่นใจผลการดำเนินงานปี 2565 จะเติบโตดีกว่าปี 2564 จากแผนเร่งสร้างรายได้”

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม จำนวน 307 ล้านบาท ลดลงร้อยละ15 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัลภาคพื้นดิน สร้างรายได้สูงสุดให้กับ บมจ. อสมท ในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 เนื่องจากมีผู้ใช้บริการโครงข่ายฯ เพิ่มขึ้น คือ T Sports 7 ช่อง หมายเลข 7 โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับมอบหมายจากกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อส่งเสริมยุทธศาสตร์ประเทศด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ธุรกิจดิจิทัลและธุรกิจใหม่ รายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 จากส่วนแบ่งรายได้โฆษณาผ่าน Social Platform (YouTube และ Facebook) ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนรายได้จากการเป็นผู้จัดจำหน่าย content ในแพลตฟอร์มอื่นทั้งใน และต่างประเทศ (Content Business) และรายได้จากการขายสินค้า (Shop Mania)

นอกจากนี้ในเดือนมีนาคม 2565 ตั้งเป้ารายได้จากการให้เช่าใช้ทรัพย์สิน (ห้องสตูดิโอและห้องควบคุมออกอากาศ) เป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจโทรทัศน์ และ ธุรกิจวิทยุ มีรายได้ลดลงตามสถานการณ์ตลาดที่มีการใช้เม็ดเงินในสื่อดั้งเดิมลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ปี 2564 โดยงบโฆษณาของทั้งอุตสาหกรรมโทรทัศน์ลดลง ร้อยละ 4 ส่วนวิทยุลดลง ร้อยละ 3