หอการค้าฯเข็น 4 เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนศก.ไทย

วันที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 18:15 น.
หอการค้าฯเข็น 4 เครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนศก.ไทย
“สนั่น”ชี้รัฐต้องเร่งทำเอฟทีเอเพิ่มเป้าส่งออก กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศผ่านคนละครึ่งเฟส5 ยกเลิกไทยแลนด์พาสปลดล็อกท่องเที่ยว พร้อมดึงต่างชาติลงทุนต่อเนื่อง

นายสนั่น  อังอุบลกุล  ประธานหอการค้าไทย เปิดเผยในงานสัมมนาออนไลน์Post Today Forum 2022“รวมพลังก้าวข้ามวิกฤต เดินหน้าเศรษฐกิจไทย”ในหัวข้อเรื่อ“ภาคเอกชนผนึกกำลัง เร่งเครื่องเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังเข้มแข็งอยู่ แต่ในขณะเดียวกันภาคประชาชนยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เปราะบาง สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ มีปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อ และราคาสินค้าแพง  ซึ่งก่อนหน้านี้ทางหอการค้าฯเคยคาดการณ์ตั้งแต่เดือนต.ค.ปีที่แล้ว ว่าต้นทุนสินค้าจะปรับเพิ่มขึ้นแม้ยังไม่เกิดปัญหาเรื่องรัสเซีย-ยูเครน ต้องยอมรับว่าขณะนี้เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต เนื่องจากต้องเผชิญรื่องของราคาพลังงานด้วย

ทั้งนี้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังต้องอาศัยเครื่องยนต์สำคัญ 4 ด้าน คือ 1.การส่งออก  โดยภาครัฐกับเอกชนมีการทำงานใกล้ชิดผ่านคณะกรรมการร่วมเอกชนด้านพาณิชย์(กรอ.พาณิชย์) เป็นต้นแบบที่ดี ทำให้การส่งออกไตรมาสแรกมีอัตราการเติบโตได้ถึง 15 % และทำให้เศรษฐกิจไทยมีความหวังโดยภาครัฐต้องเร่งรัดการจัดทำข้อตกลงเอฟทีเอให้เร็วขึ้น และเพิ่มจำนวนประเทศคู่ค้า เนื่องจากไทยยังตามหลังเวียดนามอยู่มาในเรื่องนี้

2.การเพิ่มกำลังการจับจ่ายของประชาชน  ต้องยอมรับว่าปัจจุบันราคาสินค้าแพงขึ้นทำให้คนใช้จ่ายน้อยลง  และเป็นตัวถ่วงของการเปิดประเทศ ดังนั้นทางหอการค้าฯได้พยายามส่งเสียงไปยังรัฐบาลเสมอว่าสิ่งที่จะช่วยกัน คือมาตรการเยียวยาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคนละครึ่งเฟส5 จะช่วยได้หลายๆเรื่อง  ซึ่งยอมรับว่ารัฐมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ รวมถึงความกังวลของร้านค้าที่ไม่เข้าร่วมโครงการเนื่องจากต้องมีการจัดทำงบดุลการยื่นภาษีต่อกรมสรรพากร ซึ่งภาครัฐต้องทำความเข้าใจว่าถ้ารายได้ไม่ถึงปีละ 1.8 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี

3.ภาคการท่องเที่ยวซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกเทสแอนโก   ไปแล้ว ขณะนี้ยังเหลือไทยแลนด์พาส ยังเป็นปัญหา ซึ่งรัฐบาลต้องรีบตัดสินใจว่าไม่มีประโยชน์แล้ว ในประเทศอื่นได้ยกเลิกกันแล้ว หากดำเนินการได้ มีโอกาสได้เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้ถึงปีนี้ 5-10 ล้านคน

4.การลงทุนจากการพบปะกับภาคเอกชนในหลายประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ยังมีความหวังเข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ประกอบกับล่าสุดนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมาเยือนไทยในรอบ 10 ปี ก็มองว่าไทยยังเป็นฐานลงทุนที่สำคัญ ดังนั้นต้องสร้างความเชื่อมั่นของการลงทุน เช่นการลงทุนด้านเทคโนโลยี และรถยนต์ไฟฟ้า