อีฟ โรเช่ มองตลาดความงามฯ7.5 หมื่นล.บาทในไทย ถึงจุดเปลี่ยนสมบูรณ์แบบ 

วันที่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 10:25 น.
อีฟ โรเช่ มองตลาดความงามฯ7.5 หมื่นล.บาทในไทย ถึงจุดเปลี่ยนสมบูรณ์แบบ 
อีฟ โรเช่ (ประเทศไทย) ปรับองค์กรสู่ดิจิทัล นำร่องปั้น ‘เวอร์ชวล บีเอ’ บุกหนักช่องขายออนไลน์รับมือโลคัลแบรนด์-แม่ค้าไลฟ์แข่งขันสูง ชี้ตลาดรวมมูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล.บาทจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

นางสาววิลาสินี ภารุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัทอีฟโรเช่  (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้า และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากประเทศฝรั่งเศส แบรนด์ Yevs Rocher (อีฟ โรเช่) เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดรวมสินค้าความงามและของใช้ดูแลส่วนตัว (Beauty & Personal Care) ประเทศไทย ในปี 2564 มีมูลค่ากว่า 7.5 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล Nelsen) มีอัตราเติบโตติดลบ 12% ปัจจัยหลักจากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายระมัดระวังการใช้จ่ายสินค้ากลุ่มดังกล่าว รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยในกลุ่มผู้หญิงทำให้ความต้องการซื้อสินค้าความงามผิวหน้าลดลง เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอดสองปีที่ผ่านมา ตลาดสินค้าความงามมีการแข่งขันสูงขึ้น ทั้งสินค้าแบรนด์ท้องถิ่น(Local Brand)ใหม่ๆในไทยที่ทยอยเปิดตัวทำตลาด รวมถึงช่องทางการขายออนไลน์ผ่านการถ่ายทอดสด(Live) ผ่านแพล็ตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือ โซเชียล คอมเมิร์ซ ต่างๆ ที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ส่งผลกระทบกับการทำตลาดแบบดั้งเดิมในสินค้ากลุ่มความงามฯ เช่นกัน

“จากประสบการณ์ไนตลาดสินค้าบิวตี เพอร์ซันนัลแคร์ไม่ต่ำกว่า 15ปี มองว่าวิกฤตการแพร่ระบาดโควิดตลอด2ปีที่ผ่านมา กระทบกำลังซื้อผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้ และยังทำให้การแข่งขันในธุรกิจนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยต่างต้องการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้นผ่านช่องทางการขายสินค้าที่จะเปลี่ยนไปจากอดีต” นางสาววิลาสินี กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนปรับเปลี่ยน(Transformation)สู่องค์กร ดิจิทัล ตั้งแต่2 ปีที่ผ่านมา และทยอยดำเนินการเป็นระยะ ในขณะนี้เพื่อรองรับผู้บริโภคเจนเนอเรชัน มิลเลนเนียล ที่จะเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ในอนาคตของแบรนด์ อีฟ โรเช่ 

นอกจากนี้ หลังจากบริษัทได้นำรูปแบบการทำตลาดโซเชียล คอมเมิร์ซ ในประเทศไทย ตั้งแต่2 ปีก่อน ล่าสุดได้ปรับการให้บริการของพนักงานขายในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual BA) ผ่าน  Line BA อีกจำนวน 34 คนเพื่อให้บริการพร้อมติดตามคำสั่งซื้อหรือนำเสนอสินค้าอีฟโรเช่ให้กับลูกค้าในช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า (CRM) จากปัจจุบันบริษัท มีพนักงานขายรวม 290 คน และมีช่องทางขายผ่านหน้าร้านจำนวน 70 สาขาในปัจจุบัน จากเดิมมีหน้าร้านราว128 สาขา  

โดยในปี 2565 บริษัทยังมีแผนเปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สินค้าความงามและของใช้ดูแลส่วนบุคคล ต่อเนื่องทุกไตรมาส พร้อมรองรับกระแสตลาด Sustainable Brand ส่งผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อคนใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมสานต่อโครงการสวยโลกไม่เสีย ซีซั่น3 เพื่อตอกย้ำจุดยืนด้านความยั่งยืน โดยดึง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒน์พงษ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมกันเป็นครั้งแรก เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายเจนฯ มิลเลนเนียล ดังกล่าว  

“อีฟโรเช่ ยังได้ปรับเซ็กเมนต์กลุ่มสินค้าไบรเทนนิงซึ่งเป็นตามเทรนด์โลกที่หันมาให้ความสำคัญด้านสุขภาพผิว กระจ่างใส แทนผลิตภัณฑ์ให้สีผิวขาวหรือไวเทนนิง ซึ่งเคยเป็นที่นิยมในตลาดเอเชียช่วงที่ผ่านมา” นางสาววิลาสินี  กล่าว

จากแนวทางการทำตลาดภายใต้กลยุทธ์หลักดังกล่าวในปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายการเติบโต19%จากปีก่อน มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเส้นผม ด้วยมีสัดส่วนสร้างรายได้กว่า75% และอีก 25% ของรายได้มาจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ พร้อมวางแผนเปิดตัวธุรกิจบริการนวดอีกครั้งเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง โดยจะมียอดขายจากช่องทางดั้งเดิม 60% และ ออนไลน์ 40% ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 6 แสนราย และมีการซื้อสินค้าสม่ำเสมอ (Active) สัดส่วน50%