‘อมตะ’ เอ็มโอยู 6 พันธมิตรรัฐ-เอกชน-ชุมชน เดินหน้าจัดการน้ำ-ขยะ เฟส2 รอบนิคมฯ

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 18:46 น.
‘อมตะ’ เอ็มโอยู 6 พันธมิตรรัฐ-เอกชน-ชุมชน เดินหน้าจัดการน้ำ-ขยะ เฟส2 รอบนิคมฯ
กลุ่มอมตะฯ จับมือพันธมิตร ร่วม พัฒนาชุมชนด้านการจัดการน้ำ-ขยะยั่งยืนระยะ 2 ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบนิคมฯ

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA  เปิดเผยว่า บริษัทในกลุ่มอมตะ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(เอ็มโอยู) การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ภายใต้การดำเนินโครงการ “พัฒนาชุมชนด้านการจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน” ระยะที่ 2 ร่วมกับ 6 พันธมิตรภาครัฐ เอกชน ชุมชน และผู้ประกอบการภายในนิคมฯ ได้แก่ เทศบาลตำบลคลองตำหรุ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองตำหรุ โครงการชลประทานชลบุรี สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี บริษัท อาควา นิชิฮาร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เพื่อขยายพื้นที่การพัฒนาโครงการบริหารจัดการน้ำและขยะภายในนิคมอุตสาหกรรมรวมถึงชุมชนโดยรอบอย่างเป็นระบบ ณ อาคารอมตะเซอร์วิส เซ็นเตอร์ อมตะซิตี้ ชลบุรี

การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้เป็นโครงการต่อเนื่องระยะที่ 2 ที่บริษัทในกลุ่มอมตะร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการในนิคมฯ ก่อตั้งและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาฟื้นฟูระบบการดูแลแก้ไขปัญหาน้ำเสีย ขยะ คลองสาธารณะในชุมชนพื้นที่รอบนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี อย่างจริงจังเพื่อใช้เป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ก่อนถ่ายทอดสู่ชุมชนอื่นๆ รอบนิคมฯ ต่อไป โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะเพื่อขยายขอบเขตการพัฒนาได้อย่างเป็นระบบครอบคลุมครบทุกพื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

สำหรับระยะที่ 1 เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 – 2563 ในพื้นที่คลองรับน้ำ-คลองตำหรุ ของเทศบาลตำบลหนองไม้แดง เป็นพื้นที่กลางน้ำซึ่งเชื่อมต่อนิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำและขยะในพื้นที่ได้ดีขึ้นประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพึงพอใจ

ระยะที่ 2 อยู่ระหว่างการดำเนินงานโดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2565 – 2566 โดยได้คัดเลือกพื้นที่คลองรับน้ำ-คลองหัวทองหลางซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลคลองตำหรุเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับโครงการระยะที่ 1 เป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนไหลลงสู่ทะเล ปัจจุบันขาดการบำรุงรักษาส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสียสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง และระยะที่ 3 อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลเพื่อการศึกษาซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในพื้นที่ต้นน้ำ ได้แก่ พื้นที่ตำบลพานทอง-หนองกะขะเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในแผนการสร้างชุมชนต้นแบบการบริหารจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน

“ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งในพันธกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสิ่งแวดล้อมของบริษัทในกลุ่มอมตะ ซึ่งมีเป้าหมายในการก้าวสู่ระดับเวิลด์คลาสหรือการเดินตามแผนการพัฒนาความยั่งยืนควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals : UN SDGs) โดยไม่ทิ้งภาระเรื่องของการดูแลแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กับคนในชุมชน ซึ่งตรงตามหลักปรัชญาของอมตะคือ All Win ที่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้าได้พร้อมกันและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข” นายวิบูลย์ กล่าว