ศูนย์ฯสิริกิติ์โฉมใหม่เปิดก.ย.นี้ ลุ้นรัฐเลือกจัดประชุมเอเปค ตั้งเป้าคนใช้บริการปีละ 13 ล้านคน

วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 16:30 น.
ศูนย์ฯสิริกิติ์โฉมใหม่เปิดก.ย.นี้  ลุ้นรัฐเลือกจัดประชุมเอเปค ตั้งเป้าคนใช้บริการปีละ 13 ล้านคน
ศูนย์ฯสิริกิติ์ พร้อมเปิดบริการจัดงานทุกรูปแบบ โชว์พื้นที่รีเทล 1.2 หมื่นตร.ม. ยอดจองงานปีนี้กว่า 70% หวังมีส่วนร่วมจัดประชุมเอเปค 2022

นายศักดิ์ชัย  ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์  ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด  เปิดเผยว่า ในเดือนก.ย.นี้ เอ็น.ซี.ซี.ฯ เตรียมเปิดให้บริการ “ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” (Queen Sirikit National Convention Center หรือ QSNCC)โฉมใหม่ สู่การเป็น“The Ultimate Inspiring World Class Event Platform for All” ที่ครอบคลุมการจัดงานทุกรูปแบบ โดยเพิ่มพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร(ตร.ม.) เป็น 3 แสน ตร.ม. หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่า

นอกจากนี้ยังพัฒนาพื้นที่รีเทลเต็มรูปแบบ ผลักดันให้เป็นศูนย์รวมด้านแอคทีฟไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบของกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Active Lifestyle Mall (“BALM”) โดยปรับขนาดพื้นที่ใหญ่ขึ้นจากเดิมที่ 7,200 ตารางเมตร เป็น 11,000 ตารางเมตร โดยคาดหวังเมื่อโครงการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการจะสามารถดึงดูดจำนวนผู้จัดงานและผู้เข้าใช้บริการได้มากขึ้นกว่า 13 ล้านคน/ปี  ดังนั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการได้อย่างครอบคลุม จึงได้เตรียมขยายพื้นที่โซนรีเทลให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 30% 

“ศูนย์ฯสิริกิติ์ ปิดปรับปรุงมากกว่า 4 ปี และพร้อมเปิดให้บริการในเดือนก.ย.ปีนี้  โดยในช่วงเดือนก.ย.-ธ.ค. มีลูกค้าเข้าจองงานแล้วกว่า 70%   ซึ่งมีทั้งอีเว้นท์ เทรดแฟร์  บิสสิเนสแมทชิ่ง  การประชุมสมาคมแพทย์  งานสัปดาห์หนังสือ  ธุรกิจการเงิน   และในปี 2566 มีลูกค้าจองจัดงานไว้แล้ว 130 งาน นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากภาครัฐเพื่อร่วมจัดประชุมเอเปค 2022 ด้วย โดยหวังว่าการจัดงานต่างๆของศูนย์ฯสิริกิตติ์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจไมซ์จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย”

ด้านน.ส.ธีรนันท์  กรศรีทิพา รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจรีเทล เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) กล่าวว่า เอ็น.ซี.ซี.ฯ มอบหมายให้เป็นผู้พัฒนาและดูแลการตลาดพื้นที่รีเทลของศูนย์ฯ สิริกิติ์โฉมใหม่  ซี่งปัจจุบันมีร้านอาหารและร้านค้าแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากให้ความสนใจพื้นที่ โดยได้ทยอยเซ็นต์สัญญาแล้วกว่า 20% ของพื้นที่รีเทลทั้งหมด และยังมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา ทั้งนี้ บริษัทฯคาดว่าภายในไตรมาสแรกของปีนี้ จะสามารถปิดดีลผู้เช่าได้เพิ่มขึ้นเป็น 40%